ข้าวจี่ (ข้าวเหนียวปั้น ปิ้งย่าง ) ถือเป็นอาหาร หรือของว่าง อย่างหนึ่งของคนเหนือและคนอีสาน ชอบรับประทานกัน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่มีมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่หายไปไหนยังคงสืบทอดกันไว้ โดยมีสูตรเฉพาะใช้ส่วนผสมปรุงรสชาด เพิ่มความอร่อย ใส่นม เนย งา กะทิ และอื่นๆ นำมาผสม ไม่เหมือน คนโบราณที่ใช้น้ำมันหมูทาข้าวจี่ ทานแล้วติดใจจนถือเป็นอาหารที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนเหนือและอีสาน

วันที่9 กย.61 ผู้สื่อข่าวได้ไปดูการทำข้าวจี่ (ข้าวเหนียวปั้น ปิ้งย่าง ) ซึ่งเป็นอาหารหรือของว่าง ที่อร่อยอย่างหนึ่งของคนชาวเหนือที่นิยมมักจะทำ กินกัน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่มักจะชอบรับประทานเพราะมีความหอม กรอบอร่อย หรือซื้อมารับประทาน นอกจากทานข้าวเหนียวนึ่งกันแล้ว ซึ่งข้าวจี่ ถือว่าเป็นของว่างหรืออาหารอย่างหนึ่งที่มีมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่หายไปไหนยังคงสืบทอดกันไว้จนบางคนทำขายโดยมีสูตรเฉพาะใช้ส่วนผสมปรุงรสชาด เพิ่มความอร่อย ใส่นม เนย งา กะทิ และอื่นๆ นำมาผสม ไม่เหมือน คนโบราณที่ใช้น้ำมันหมูทาข้าวจี่ ทานแล้วติดใจจนถือเป็นอาหารที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนเหนือและอีสาน นางเอมมิกา ปันศักดิ์ อายุ28 ปี บ้านเลขที่29/1 ตรอกราชบุตร ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา กล่าวว่า ได้ทำข้าวจี่ขายโดยใช้ข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วนำมาปั้นเป็นก้อนเสียบไม้ปิ้งย่างจนได้ที่ แล้วใช้น้ำจิ้มเพิ่มรสชาติที่มีสูตรผสมมีทั้งกะทิ นม เนย งา ทาให้ทั่วข้าวจี่ ที่สุกแล้ว ขายราคาไม้ละ 5บาท โดยจะขายร่วมกับข้าวเหนียวและอาหารอื่นไปด้วยซึ่งข้าวจี่ถือเป็นอาหาร หรือของว่าง อย่างหนึ่งของคนเหนือและคนอีสาน ชอบรับประทานกัน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ บางคนก็ทำเองบางคนก็ซื้อไปทานเล่นทำข้าวจี่ขายมานานหลายปี และจะขายไปตลาดนัดตามสถานที่ต่างๆไปทั่วเมืองพะเยา ซึ่งมีลูกค้ามาซื้อไปทานตลอดและที่สำคัญข้าวจี่ของตนเองจะมีน้ำสูตรเด็ดทาข้าวจี่เพิ่มรสชาดความอร่อย หอม นุ่ม กรอบ มัน ซึ่งจะมีรสชาดแตกต่างกับการทำข้าวจี้ที่ใช้น้ำมันหมูทาข้าวจี่ (คนสมัยก่อนมักจะใช้น้ำมันหมู ทาข้าวจี่เพื่อเพิ่มความร่อย หรือไม่ทาอะไรเลย นำข้าวจี่มาปิ้งย่าง ก็มีความอร่อยจากลิ่นไหม้ของข้าวจี่หรือกลิ่นน้ำมันหมู ผสมผสานกันไปแต่มีความอร่อยในตัวเองของข้าวจี่