หากเลือกความสะดวกสบาย ในการเดินทางของคนต่างถิ่น ที่แวะเวียนมาเยือนเชียงใหม่ บางกลุ่มมักจะเลือกเตร็ดเตร่ หาความสำราญ และความอิ่มอุ่นใจในธรรม กับศาสนสถาน วัดวาอา ราม นามมงคลในเขตนครเชียงใหม่ มากกว่าออกนอกเมืองขณะเดียวกันคนเดินทางส่วนหนึ่ง ก็เลือกความสะดวกในการแวะไหว้พระในวัดตามรายทางที่ผ่าน ซึ่ง”วัดเจ็ดยอด” ที่ตั้งติดกับ ถ.ซุปเปอร์ไฮเวย์ เป็นหนึ่งในทางเลือกคงต้องอธิบายว่า ความเจริญ พาดผ่านกลางวัดมากกว่า ซึ่งกรณีพัฒนาเส้นทางจากแยกข่วงสิงห์ มาจรดแยกรินคำ กลายเป็นต้นแบบ การพัฒนาที่ต้องมีการเปิดเวทีประชาคมจริงๆจังๆ ก่อนลงมือสร้าง จะได้ไม่ต้องมีการ เผาพริก เผาเกลือ สาปแช่งผู้มีส่วนร่วมที่พิสูจน์ให้เห็นว่า หลายๆคน เป็นไปตามวิถีแห่งกรรม
วัดเจ็ดยอดนั้น มีหลายแห่งในภาคเหนือ เพราะที่มาของรูปทรงเป็นการจำลองมหาวิหารพุทธคยา ของอินเดีย ที่เชียงใหม่นั้นสันนิษฐานว่า พระเจ้าติโลกราช โปรดฯให้หมื่นด้ามพร้าคต นายช่างใหญ่คุมก่อสร้างราวๆ พ.ศ.1999 จำลองจากพุกาม โครงสร้างก่อด้วยศิลาแลง แตกต่างจากพระเจดีย์และพระธาตุต่าง ๆ ในล้านนา และเมืองเชียงใหม่ ที่สร้างด้วยอิฐ มีลายปูนปั้นแบบนูนต่ำ กึ่งลอยตัว เป็นรูปเทวดาในอิริยาบถ ยืนและนั่ง พนมมือคล้ายทำทักษิณาวรรต รอบผนังมหาวิหารเป็นงานศิลปกรรมชิ้นเอกของแผ่นดินล้านนาแค่ภาพเบื้องหน้า ในมหาวิหารเจ็ดยอด แต่ละทิศ ก็น่าจะอธิบายความได้ชัดว่า มาทำอะไรดีที่วัดเจ็ดยอด ได้นั่งมองพิศชมความงามของศิลปะอันล้ำ ก็คุ้มค่าเวลาในชีวิตที่วัดแห่งนี้
เป็นสถานที่ประชุมสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก เมื่อ พ.ศ. 2020 พระเจ้าติโลกราชโปรดฯให้ข้าราชบริพารตัดตอนกิ่งต้นโพธิ์จากวัดป่าแดงหลวง ซึ่งเป็นต้นโพธิ์ที่นำมาจากศรีลังกามาปลูกไว้ในวัดนี้และตั้งชื่อว่า “โพธารามมหาวิหาร” นิมนต์ พระอุตตมะปัญญา มหาเถระมาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัด
ที่นี่เคยเป็นที่จำพรรษาของ พระศิริมังคลาจารย์ ผู้รจนาคัมภีร์สำคัญๆ เช่น เวสสันดรทิปนี ฎีกาสังขยาปกาสก และมังคลัตถทิปนี ซึ่งเรื่องหลังใช้เป็นหลักสูตรการศึกษาพระปริยัติธรรม เปรียญธรรม 4 ประโยค และเปรียญธรรม 5 ประโยคในปัจจุบัน และพระรัตนปัญญา เถระผู้รจนาคัมภีร์ชิน กาลมาลินีหรือชินกาลมาลีปกรณ์
เมื่อพระเจ้าติโลกราชสวรรคตในปี พ.ศ. 2030 พระยอดเชียงราย ราชนัดดาสืบบัลลังก์แทนและได้โปรดให้สร้างจิตกาธาน (เชิงตะกอน) ขึ้นในวัดนี้ เพื่อเป็นสถานที่ฌาปนสถาน ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระอัยกาธิราช
เมื่อเสร็จพระราชพิธี โปรดให้สร้างพระสถูปใหญ่ เพื่อบรรจุพระอัฐิและพระอังคารธาตุพระเจ้าติโลกราชไว้ภายในบริเวณวัดสร้างมณฑปสี่เหลี่ยมย่อมุม มีซุ้มคูหาเป็นจตุรมุข หลังคาทรงบัวกลม ส่วนเครื่องยอดต่อขึ้นไปก่อเป็นสถูปทรงระฆังกลม ซุ้มคูหาด้านทิศตะวันออกฝังเข้าไปในมณฑป ประดิษฐานพระพุทธปฎิมากรปูนปั้นมารวิชัยหนึ่งองค์ โบราณสถานที่สำคัญภายในอารามหลวงแห่งนี้ นอกเหนือจากมหาวิหาร (พระเจดีย์เจ็ดยอด) ยังมีซุ้มประตูโขง เป็นประตูกำแพงขนาดใหญ่ ส่วนบนก่ออิฐเป็นวงโค้ง ปัจจุบัน หักพังลงบางส่วน มีลวดลายปูนปั้นแบบล้านนา ประดับสวยงาม เป็นซุ้มประตูสมัยล้านนา ที่ยังคงสภาพเพียงแห่งเดียวในเมืองเชียงใหม่
อนิมิสเจดีย์ เป็นส่วนหนึ่งในสัตตมหาสถาน สร้างขึ้นเมื่อคราวฉลองพระพุทธศาสนา 2,000 ปี ลักษณะคล้ายเจดีย์ที่วัดกู่กุด จ.ลำพูน เป็นเจดีย์แปดเหลี่ยมย่อชั้นขึ้นไป มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปโดยรอบ และมณฑปพระแก่นจันทน์แดง คือ บริเวณที่เคยประดิษฐานพระแก่นจันทร์แดง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์
ทั้งนี้กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน เมื่อ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 บริเวณใกล้มีพิพิธภัณฑ สถานแห่งชาติ เชียงใหม่