การประชุมนานาชาติ International Conference Belt and Road Initiative Lancang-Mekong Cooperation: New Era and New Start

ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย นายกสภา มช. เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ “International Conference Belt and Road Initiative Lancang- Mekong Cooperation: New Era and New Start” โดยมี Mr. Ren Yisheng กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำ จ.เชียงใหม่ นายประจวบ กันธิยะ รอง ผวจ.เชียงใหม่ Dr. Li Yuee, Vice Director of the Standing Committee of Shanxi Provincial People’s Congress ศ.คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดี มช. และ ผศ.ดร.ร่ม เย็น โกไศยกานนท์ รองอธิการบดี ม.แม่ฟ้าหลวง กล่าวต้อนรับ และ H.E. Mr. Zhang Jiuhuan อดีตเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะกรรมการที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ปาฐกถาพิเศษ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งชาวไทย-ชาวต่างประเทศ กว่า 500 คน ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติ โรงแรมดิเอ็มเพรส เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2561
รศ.โรม จิรานุกรม รองอธิการบดี มช. เปิดเผยว่า การประชุมวิชาการนานาชาติ International Conference Belt and Road Initiative Lancang-Mekong Cooperation: New Era and New Start ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 ก.ย.2561 จากความริเริ่มและร่วมมือของหน่วยงานของประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ มช. ม.แม่ฟ้าหลวง และสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำ จ.เชียงใหม่ ในอันที่จะจัดให้มีกิจกรรม หรือเวทีทางวิชาการในระดับภูมิภาค ที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ เจ้าหน้าที่และบุคลากรทั้งจากภาครัฐ-เอกชนของไทย จีน และนานาชาติ มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นและประสบการณ์ ตลอดจนเพื่อเป็นเวทีส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐ กิจ และส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านสังคมศาสตร์ และวัฒนธรรมระหว่างประเทศจีนกับประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
โดยเฉพาะการขยายบทบาทการพัฒนาความเจริญตามยุทธศาสตร์ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt & Road Initiative) เพื่อสร้างเส้นทางสายไหมทางบกและเส้นทางสายไหมทางทะเล ในศตวรรษที่ 21 เชื่อมโยงกับภูมิภาคต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยเน้น 4 ประเทศหลัก คือ ลาว ไทย พม่า และ จีน ตามความร่วมมือด้านการคมนาคมเกษตรกรรม การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และการแพทย์แผนจีน ศึกษาความสัมพันธ์ และผลกระทบเชิงลึกของความสัมพันธ์ข้ามพรมแดน ระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีน กับประเทศในอนุภูมิ ภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region: GMS) รวมถึงในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษาถึงพลวัตร ผลลัพธ์ และการคาดการณ์ต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในมิติด้านต่าง ๆ ภายใต้การดำเนินโครงการ ‘Belt and Road Initiative’ ของสาธารณรัฐประชาชนจีน

จากการมาเยือนอาเซียนของประธานาธิบดี สีจินผิง ในปี 2013 และได้มีการนำเสนอยุทธศาสตร์ใหม่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน “Belt & Road Initiative” อันเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ของจีน ต่อการส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ตลอดจนส่งเสริมความสัมพันธ์ในเชิงสังคมวัฒนธรรมระหว่างจีน กับนานาชาติที่ประกอบด้วย 60 ประเทศ ที่อยู่บนเส้นทางของโครงการ “หนี่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ครอบคลุมจำนวนประชากร 65% ของประชากรโลก โดยหากพิจารณาบริบทความสัมพันธ์ของจีนกับภูมิภาคอา เซียนและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จะพบว่าจีนได้เข้ามาพัฒนาความเจริญ ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ
เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การคมนาคม อันจะนำไปสู่การยกระดับของความสัมพันธ์และพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคโดยรวมในที่สุด ทั้งนี้ อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ถือว่าเป็นภูมิภาคที่มีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่น และใกล้ชิดกับประเทศจีนมาเป็นเวลายาวนานทั้งในเชิงวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ และเศรษฐกิจการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งของจีน คือ มณฑลยูนนานและเขตปกครองตนเองกวางสี-จ้วง ก็เป็นส่วนหนึ่งของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงด้วย การประชุมวิชาการนานา ชาติในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญสำหรับทั้งสองประเทศ
ที่ผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงทั้งของภาครัฐ-เอกชน ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการได้ร่วมกันพิจารณา ศึกษาข้อมูล ผ่านการนำเสนอผลงานวิจัย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในประเด็นสำคัญที่ครอบคลุมมิติของการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศจีน กับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการคมนาคมและการขนส่ง 2) ด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน 3) ด้านการท่องเที่ยว 4) ด้านวัฒนธรรมและมรดกทางวัฒนธรรม และ 5) ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และเมืองอัจฉริยะ อันจะนำไปสู่การส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง และเป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือในอนา คต นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความสัมพัน ธ์ระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศทั้งในระดับผู้บริหารและระดับปฏิบัติการ รวมถึงได้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาความร่วมมือใน 5 สาขาดังกล่าว
การประชุมวิชาการนานาชาติในวันนี้ ได้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ เหนือสิ่งอื่นใด การประชุมในครั้งนี้ เป็นหมุดหมายสำคัญที่ประเทศไทยและจีน ได้ร่วมกันพิจารณาหารือถึงแนวทางการพัฒนาความร่วมมือในอนุภุมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและอาเซียน ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ ความเข้าใจ และบนผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย อันจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ยั่งยืน อันเป็นเจตนารมณ์สูงสุดของทุกฝ่ายในที่สุดต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น