ผู้ประกอบท่องเที่ยวเชียงใหม่ถก นทท.จีนลด 40-50 % ชี้สาเหตุมีประสบการณ์เชิงลบ ถูกเหยียดหยามดูถูก ไม่ให้เกียรติเท่ากับชาติอื่น ปัญหาความปลอดภัย ค่าเงินบาทแข็ง-เงินหยวนอ่อน เสนอจัดตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-คอลเซ็นเตอร์บริการเฉพาะ สอนภาษาจีนทุกระดับใช้สื่อสาร-ทำงานอนาคต
ที่ภัตตาคารตูลู่ ถ.นันทาราม ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กว่า 100 คนนำโดยนายธนกร อินทรโยธา กรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ นางพัชรมณฑ์ สุนทรากรณ์ ผู้บริหารธนาแอดเวอร์เจอร์ทัวร์และโรงแรม น.ส.อัญชลี วิทยานันทพรกุล ผู้บริหารบริษัทซีเอ็มพาราไดซ์ทัวร์ จำกัด ได้ประชุมหารือเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวจีนทีลดลง ในช่วง 9 เดือนหรือ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยระดมความคิดเห็นถึงสาเหตุ และแนวทางแก้ปัญหา พร้อมข้อเสนอต่างๆ ก่อนนำข้อสรุปไปหารือกับนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และสถานกงกุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหญ่ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา พร้อมฟื้นฟูภาพลักษณ์ท่องเที่ยวประเทศ และสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุม 4-5 ราย ได้เสนอปัญหา ถึงสาเหตุจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงว่า เกิดจากประสบการณ์เชิงลบ ที่นักท่องเที่ยวมองว่า ถูกเหยียดหยามและดูถูก ไม่ให้เกียรติเท่ากับชาติอื่น ประกอบกับการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน เรื่องความปลอดภัย กรณี รปภ.ดอนเมืองทำร้ายนักท่องเที่ยว และไฟไหม้เรือที่ภูเก็ต จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ประกอบกับเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ค่าเงินบาทแข็ง ค่าเงินหยวนอ่อน ทำให้มีค่าใช้จ่ายเดินทางและท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น รวมทั้งปัญหาการให้บริการของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ล่าช้า จึงอยากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาดังกล่าว
ส่วนแนวทางแก้ปัญหาเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว คือ งดเก็บค่าบริการทำวีซ่า รายละ 2,000 บาท ไม่จ่ายใต้โต๊ะให้นายหน้าหรือเจ้าหน้าที่ เพื่ออำนวยความสะดวก จัดตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หรือคอลเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ ตั้งเครือข่ายไกด์อาสา ติดป้ายไม่รับทิป ป้ายยินดีต้อนรับและป้ายบอกทางภาษาจีน โดยนำร่องเชียงใหม่ เป็นจังหวัดแรก ก่อนฟื้นฟูภาพลักษณ์ และสร้างความมั่นใจแก่ท่องเที่ยวระดับประเทศ พร้อมมีข้อเสนอเพิ่มหลักสูตรสอนภาษาจีนในทุกระดับ เพื่อใช้สื่อสารและประกอบอาชีพในอนาคต
นายธนกร และนางพัชรมณฑ์ เป็นตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ ว่า ช่วง 9 เดือนหรือ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนลดลง 40-50 % จึงอยากนำปัญหา แนวทางแก้ไขและข้อเสนอพูดคุยกับทางจังหวัด และสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ก่อน โดยมีแผนจัดตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หรือคอลเซ็นเตอร์ตามแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ ๆ เพื่อประสานงานและการสื่อสารที่เข้าใจตรงกัน”ช่วงเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ อยากฝากรัฐบาลให้ความร่วมมือกับผู้ประกอบการทั่วประเทศ อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต ควรแต่งตั้งคณะทำงานของรัฐบาล เดินทางไปจีน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และปรับความเข้าใจกัน ถึงปัญหาที่ผ่านมาและแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าวให้ดีขึ้น เพราะเป็นเมืองพี่เมืองน้อง มีคนไทยเชื้อสายจีนกว่า 80%ถือเป็นครอบครัวเดียวกัน รัฐบาลต้องดำเนินการให้ดีและเร่งด่วนที่สุด เพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเหมือนเดิม ซึ่งช่วงฤดูกลางท่องเที่ยวเชียงใหม่ คาดนักท่องเที่ยวจีน ลดลงไม่มาก อยากให้ผู้ประกอบการมีเซอร์วิสมาย หรือรอยยิ้ม และมีมาตรฐานบริการที่ ทั่วโลกใช้กัน โดยเฉพาะภาครัฐ ยังไม่ค่อยมีบริการดังกล่าว ไตรมาสสุดท้าย เชื่อว่ายังมีนักท่องเที่ยวจีนอยู่ ไปได้เรื่อย ๆ ไม่ถึงกับย่ำแย่เท่าไร ผู้ประกอบการยังหวังมีนักท่องเที่ยวและรายได้เพิ่มอยู่