เปลี่ยนแผน….เปลี่ยนแผน….ด้วยสภาพดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนทำให้จะเข้าสู่ฤดูหนาวแต่ฝนยังไม่หมดทำให้แผนการที่วางไว้จะขึ้นดอยสัมผัสทะเลหมอกและสายลมหนาวต้องปรับเปลี่ยนแบบกันแบบกะทันหัน จากยอดเขาสูงมาเปลี่ยนมาเป็นลงสู่สายน้ำตกแทน ทริปนี้ผมมีโอกาสร่วมสำรวจแหล่งท่องเที่ยว ร่วมกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ ในการค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่มาแนะนำสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรักในธรรมชาติ
สวัสดียามเช้า เริ่มต้นทักทายด้วยอากาศบริสุทธิ์สดชื้น อากาศหนาวเย็นจากมุมระเบียงบ้านพักจะมองเห็นทุ่งนาข้าวสีทอง และทะเลหมอกทอดตัวยาวสายหมอกขาวพลิ้วไหวไหลไปตามแนวภูเขา เจ้าหน้าที่พาขึ้นรถW4 นำออกจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะไปชมจุดชมวิวที่อยู่ขึ้นไปจากระดับน้ำทะเล 1,065 เมตร จากมองวิวทิวทัศน์ได้กว้างแบบรอบทิศมีสายหมอกขาวลอยมาทะปะสลับกับสายลมหนาว
แล้วเดินทางกันต่อไปชมจุดชมวิวิอีกจุด แวะชมที่พักแบบโฮมเสตย์ของคุณอาทิตย์ที่ใช้พื้นที่ปลูกผักสร้างที่พักริมเชิงเขามีวิวทิวทัศน์ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม จากที่พักนี้มีน้ำตกที่อยู่ไม่ไกลมีเสียงน้ำตกดังมาแต่ไกลๆ เราเดินเท้าลงเนินเขาตามไปยังเสียงน้ำตก โดยมีไกด์ท้องถิ่น “คุณอาทิตย์” นำทาง บริเวณน้ำตกปกคลุมไปด้วยไม้น้อยใหญ่หนาแน่นชื่อ “น้ำตกบาลาปู” เป็นภาษาท้องถิ่นชาวปะกาญอเญอ น้ำตกไหลตกลงสู่เบื้องล่างไหลแทรกสลับไปตามโขดหิน การเดินขึ้นต้องใช้ความระมัดระวัง…ลื่น…จากชั้นล่างน้ำตกระดับเล็กๆค่อยๆลดหลั่นลงไป
แล้วเดินทางกลับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะแวะชมนาข้าวที่ช่วงนี้ชาวบ้านมาลงแขกช่วยกันเก็บเกี่ยวข้าวเป็นภาพที่เรายังหาชมได้ที่บ้านขุนแปะ พักเที่ยงที่ห้องอาหารศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ ชิมน้ำสมุนไพร หญ้าหวาน และเลือดมังกรอุ่นๆ ช่วยคลายหนาวบำรุ่งร่างกาย
ช่วงบ่ายออกจากศูนย์ฯไปชม “ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย(Hydrengea macophlly)”บานเต็มทุ่งช่อดอกขนาดใหญ่สีม่วงฟ้าอ่อนหวาน ท่ามกลางขุนเขา แล้วกันลุยที่ “น้ำตกตาโจ๊ะ” เราขับรถออกจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะไปอีกประมาณ 13 กิโลเมตร เส้นทางนั้นยังอยู่ในระหว่างการสำรวจเก็บข้อมูล มีทางขึ้นลงได้ 2 ทาง เส้นแรกเราลงริมทางลงจากถนนแล้วเดินทวนกระแสน้ำขึ้นไปยังน้ำตก เส้นทางที่สองข้ามแม่น้ำขึ้นเนินเขาแล้วใช้โรยตัวลงจากด้านบนลงสู่เบื้องล่างยังตัวน้ำตก เราเลือกเส้นทาง 2-1 ก็คือเดินเท้าทวนสายน้ำทวนขึ้นไปยังตัวน้ำตก
ช่วงมีฝนตกทำให้ปริมาณในลำน้ำระดับน้ำสูงนิด เคียงหัวเข่าเคียงหนองบ้าง เราเข้าใกล้ตัวน้ำตกไปทุกที่มีเสียงดังคำราม แล้วภาพอลังการสายน้ำตก“น้ำตกตาโจ๊ะ” ไหลตกสูงจากหน้าผาหินสูงราว 800 เมตร กระแสน้ำตกกระทบแผ่นหินเบื้องละอองน้ำฟุ้งกระจาย มองดูท้องฟ้ายังครึ้มดูเวลาก็บ่าย 3 ไปแล้วเราเดินทางกลับศูนย์ฯเพื่อเดินทางกลับ หมู่บ้านกลางหุบเขาที่ยังเป็นอัญมณีเม็ดงานของวัฒนธรรมชนเผ่าและธรรมชาติรอคอยตอนรับผู้มาเยือน…บ้านขุนแปะ
ขอขอบคุณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ
การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 (สายเชียงใหม่-ฮอด)ถึง กม.82-83 บริเวณสามแยกไปบ้านแปะและวัดตอง ให้เลี้ยวขวา ตรงไปผ่านบ้านแปะ บ้านทุ่งพัฒนา บ้านบนนา บ้านขุนแปะ ประมาณ 22 กม.(เส้นทางนี้เป็นถนนคอนกรีตสลับถนนลูกดินรัง ในช่วงฤดูฝนควรใช้รถW4 หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้างจุดจอดหน้าวัดขุนแปะ
ที่พักและร้านอาหาร
ภายในศูนย์ฯมีบ้านพัก จำนวน 1 หลัง สามารถพักได้จำวน 10-15 คน มีสถานที่กางเต็นท์ และบริการเช่าเต็นท์พร้อมถุงนอน หากต้องการพักแบบโฮมสเตย์ก็มีให้บริการ มีจำนวน 8 หลัง (ควรติดต่อล่วงหน้า 7 วัน) ภายในศูนย์ฯมีบริการอาหาร ควรติดต่อล่วงก่อนเข้าพักเพื่อจัดเตรียมวัตถุดิบ
ติดต่อสอบถาม
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ บ้านขุนแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 50160 โทร.053-214417,081-0262071