อัตราการว่างงานของผู้สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาตรี ล่าสุด น่าตกใจ เพราะข้อมูลผู้จบออกมาแต่ละปีจะมีเกือบ 2 แสนคน สาเหตุที่ว่างงานนั้น หลักๆคือเลือกงานทำให้ผู้ตกงาน 7-8 หมื่นคน สะสมเพิ่มในปีต่อๆไป ในขณะที่กลุ่มระดับ ปวช.และปวส.มีอัตราการว่างงานน้อยมาก เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ที่ผ่านๆมากระแสความนิยม เดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาหลี และออสเตรเลีย เป็นที่นิยมในกลุ่มแรงงานไทย


ขณะนี้มาตรการผ่อนปรนเพิ่มระยะเวลาวีซ่านักท่องเที่ยว ที่มาทำงานในออสเตรเลียหรือ วีซ่า เวิร์คกิ้ง ฮอลิเดย์ เมคเกอร์ จากเดิมอนุญาตให้อยู่ 1 ปี ขยายเป็น 3 ปี หากทำงานในภาคอุตสาหกรรมการเกษตร เนื่องจากที่นั่นขาดแคลนแรงงานในกลุ่มนี้ ทำให้มีนักเรียน นักศึกษาไทยจำนวนหนึ่ง สนใจไปหางานทำด้วยอัตราค่าแรงชั่วโมงละ 18 เหรียญออส( 1 เหรียญเท่ากับ 23.80 บาท )ล่อใจ

นายนุกูล (ขอสงวนนามสกุล) นักศึกษาไทยชาว อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ซึงเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน เล่าให้ฟังว่า ปกติแล้ว กลุ่มนักเรียนไทย ที่ใช้เวลาว่างทำงานนอกเวลา จะเหมาจ่าย 50-80 บาท ไม่เกิน 6 ชั่วโมง ตามร้านอาหาร ถ้าทำงานในฟาร์ม ในสวนเกษตร ที่มีโรงงานแปร รูปผลผลิต หรือเก็บผลผลิต อัตราจะมาตรฐาน ทำให้กลายเป็นสวรรค์ของบัณฑิตไทยที่สน ใจไปเรียน ไปเที่ยวแล้วหางานทำกันในขณะนี้

“กลับมาบ้าน มีเพื่อนๆบัณฑิตสนใจจะไปที่นั่นหลายสิบคน ก็ต้องแนะนำว่า ค่อยๆคิด ไปติดต่อตามที่แนะนำกับหน่วยงานของรัฐฯ เพื่อตรวจสอบก่อนเดินทางไปออสเตรเลีย “
ด้านหน่วยงานแรงงาน ระบุว่า การไปออสเตรเลียยังเป็นประเด็นใหม่ แต่การไปทำงานเกาหลีนั้น ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด เนื่องจากปัญหาแรงงานไทย ลักลอบทำงานมีมากกว่า 1.2 แสนคน จากผลสำรวจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝ่ายไทยและเกาหลี

ในส่วนแรงงานที่เดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะมีประมาณ 4 แสนกว่าคน สร้างรายได้ปีละ 1.2 แสนล้านบาท จึงเป็นประเทศที่รัฐบาลไทย ให้ความสำคัญกับการสร้างพันธสัญญาตลาดแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะปัญหาการลักลอบเข้าไปหางานทำของแรงงานไทย กลายเป็นภาระเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของเกาหลี ที่ต้องดำเนินการ ประกอบกับมีแก๊งคนไทยร่วมมือกับโรงงาน ผู้ประกอบการ ชักชวนแรงงานไทยลอบเข้าไปทำงานแล้ว ไม่ยอมจ่ายค่าแรง ด้วยแรงงานเหล่านี้ไม่กล้าแจ้งความ ทำให้เสียค่านายหน้า ถูกหลอกทำงานฟรี บางรายมีการกู้ยืมเงินลงทุนเดินทางไป ในฐานะนักท่องเที่ยว แล้วหลบหนีเข้าเมืองไปทำงานตามที่ถูกชักชวน

ขณะนี้พบมีกลุ่มนายหน้า เดินสายหลอกลวง แรงงาน ในหลายพื้นที่ ในภาคอีสาณและภาคเหนือ โดยกลุ่มจังหวัดที่มีผู้ตกเป็นเหยื่อจะพบใน จ.ลำปาง ลำพูน น่าน เชียงราย เชียงใหม่ เป็นงานในโรงงานพลาสติกและงานในฟาร์มเกษตร

ทั้งนี้หน่วยงานจัดหางาน ก.แรงงาน ยืนยันว่ากำลังเร่งดำเนินการเจรจาให้เป็นระบบการจ้างงานระหว่างรัฐต่อรัฐ เพื่อให้เป็นมาตรฐาน ด้วยแรงานไทยที่ประสบผลสำเร็จ สร้างชื่อเสียงนั้นจะเป็นกลุ่มโรงงานผลิต ประกอบอุปกรณ์ ทั้งยานยนต์ อีเลคทรอนิกส์ อุตสาหกรรมแปรรูป
ด้านนายนิรันดร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ชาว จ. ลำพูน กล่าวว่า ไปทำงานที่เกาหลี เป็นรอบที่ 2 ในแผนกประกอบอะไหล่รถยนต์รอบแรกอยู่ 4 ปี เก็บเงินได้กว่า 3 ล้านบาท อยากฝากไปถึงผู้ที่อยากมาทำงานที่เกาหลี ให้ผ่านระบบมาอย่างถูกต้อง จะได้สิทธิตามกฎหมาย

ผู้นำชุมชน ในเขตเมือง ลำพูน ยอมรับว่า กรณีที่แรงงานไทย บางส่วนถูกหลอก เพราะความคุ้นเคยกันในโรงงานแห่งหนึ่งในเขตนิคมฯ และ ผจก.ที่เคยไปเป็นผู้ประสานงานที่เกาหลี อาศัยช่องว่างหลอกคนงานไป ต้องเสียค่านายหน้า หลายหมื่น แล้วปล่อยลอยแพที่นั่น
แม้จะถูกจับกุมได้ ปัญหาที่ตามมาคือ แรงงานที่เป็นเหยื่อหลายคน ต้องแบกรับภาระหนี้สิน คนที่ก่อความผิดก็แค่ชดเชยกรรมในคุก หมดหนี้ไป กลุ่มใหม่ๆก็โผล่มา ตราบใดที่ รายได้ ค่าตอบแทนที่สูงๆยังเป็นเหยื่อล่อได้

ทั้งๆที่รู้ว่า เดินทางไปทำงานแบบหลบๆซ่อนๆ อาจถูกนายจ้างเอาเปรียบ ไม่จ่ายค่าจ้าง ประกาศเสียงตามสาย แนะนำ ตักเตือนทุกวัน ก็ยังไม่เชื่อ ยังพูดคุยบอกต่อกันว่า โรงงานที่นั่น ที่นี่หรืองานนวดมีรายได้ดี ไม่มีปัญหา อยากวิงวอนหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ สอดส่อง อย่างใกล้ชิด เพราะกว่าจะรู้ว่ามีคนในชุมชนไปทำงานต่างประเทศ ก็เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นทั้งนั้น

ร่วมแสดงความคิดเห็น