อธิบดีกรมสรรพสามิต ยืนยัน การจัดเก็บภาษีไขมันและความเค็ม อยู่ในขั้นตอนการศึกษาเท่านั้น ระบุต้องยึดถึงสุขภาพประชาชน และลดผลกระทบเป็นหลักคิด

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ยืนยันเกี่ยวกับกรณีมีการนำเสนอข้อมูลว่า กรมสรรพสามิตจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเก็บภาษีสินค้าที่มีไขมันและความเค็มมาก ซึ่งเป็นอีกต้นเหตุสำคัญในการทำลายสุขภาพนั้น ว่า

อยู่เพียงขั้นตอนการศึกษารูปแบบความเป็นไปได้เท่านั้น หากมีการจัดเก็บจริงจะต้องมีความชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชนในวงกว้าง

โดยอัตราการจัดเก็บภาษี ของกรมสรรพสามิตปัจจุบัน มีอยู่หลักๆ 3 กลุ่ม ที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือภาษีบาป ภาษีพลังงาน ภาษีสิ่งแวดล้อม ซึ่งในส่วนภาษีสิ่งแวดล้อมนี้ จะรวมไปถึงสินค้าที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชนด้วย อย่างการจัดเก็บภาษีน้ำตาลในน้ำหวาน เป็นต้น

ยอมรับว่าการจัดเก็บสินค้าภาษีไขมันและความเค็ม จะต้องมีระยะเวลาในการปรับตัว ให้กับผู้ประกอบการในการปรับสูตรสินค้า ซึ่งหากผู้ประกอบการลดไขมันหรือความเค็มได้เลย ก็จะได้อัตราภาษีลดลง แต่หากลดไม่ได้ก็จะเสียภาษีในอัตราเดิม แต่หากเกินเวลาที่กำหนดแล้วไม่สามารถลดได้ก็จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีในทันที

ส่วนการพิจารณาปรับขึ้นภาษีใบยาเส้นนั้น อยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษา โดยได้รับการรายงานการใช้ยาเส้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ ซึ่งโดยหลักสากล ในการจัดทำภาษี สินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมาก ก็ควรจะต้องเก็บภาษีมาก แต่ก็ต้องดูความเหมาะสมกับบริบทของสังคมเป็นหลักด้วย