ต้องยอมรับว่า การท่องเที่ยวเป็นต้นทุนสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจ สังคมชุมชนในแต่ละหัวเมืองภูมิภาค จนส่งผลให้มีกิจการโรงแรม ที่พัก หลากรูปแบบเป็นทางเลือกของคนเดิน ผู้ใช้บริการ จนต้องออกมาตรการเข้มงวดกวดขัน บังคับใช้พรบ.โรงแรม พศ.2547 กลายเป็นประเด็นร้อนแรงตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้

แม้จะเป็นแนวทางที่ดี ในการจัดระเบียบสังคม เพิ่มความมั่นคง ปลอดภัย ด้านที่พัก เพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งโดยหลักๆของการควบคุมให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ จะมีกฎหมาย 2 ฉบับกำกับ ถ้าเป็นหอพักไม่ว่าจะใช้ชื่อใดก็ตาม เช่น อพาร์ตเมนต์ ห้องเช่า เกสต์เฮ้าส์ หรื่ออื่นๆ พ.ร.บ.หอพัก 2507 ปรับปรุง 2558 ล่าสุด เข้ามาเกี่ยวข้อง

อสังหาริมทรัพย์ที่บริการให้เช่า พักน้อยกว่า 30 วัน ไม่เกิน 1 เดือน ครอบคลุมทั้งโรงแรม เกสต์เฮ้าส์ ,รีสอร์ท, บ้าน ,อาคารพาณิชย์, เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ,คอนโดฯ ไม่รวมสถานที่พัก ซึ่งดำเนินการโดยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การเพื่อการกุศลและการศึกษา ต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.โรงแรม 2547 หากฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาทต่อครั้ง และปรับวันละ 1หมื่น บาท

ที่ผ่านๆมาหน่วยงาน สังกัด ก.มหาดไทย ทั้ง ปกครอง, โยธา,ที่ดิน และท้องถิ่น ไม่ว่าจะเทศบาล,อบจ. ได้ร่วมมือบูรณาการแผนจัดอบรมสัมมนาให้ความรู้ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท เกสท์เฮ้าส์  ถ้าอปท.จะเน้นความรู้การขออนุญาต การดัดแปลง การรื้อถอนอาคาร และกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ อาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม ในส่วนที่ดิน,โยธาธิการฯ ให้ความรู้ด้านเอกสารสิทธิ์,กฎหมายผังเมือง ,กฎควบคุมอาคาร การก่อสร้างโรงแรม,ที่พักปกครองเรื่องระเบียบ กฎหมาย วิธีการ และขั้นตอนขออนุญาตประกอบการ

ปมปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบกิจการ ธุรกิจที่พักขนาดย่อมๆ ทั้งการดัดแปลงบ้านเป็นห้องพักรายวัน รายสัปดาห์ หรือ เป็นเกสต์เฮ้าส์รายวัน รายเดือน ดำเนินการมานาน พอเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัว เมื่อต้องบังคับใช้กฎหมาย ประกอบกับมีประกาศในราชกิจจา เรื่อง รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีกำเนินการในการสำรวจตัวอย่างที่พักแรมของ สนง.สถิติฯ เมื่อ 7 มิย.61
รายละเอียดที่ต้องสำรวจในประกาศดังกล่าว เสมือนเป็นการตรวจทาน แนวทางจัดระเบียบ โรงแรม ,ที่พัก ทุกประเภท ไม่แตกต่างจากการตรวจสอบกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านโรงแรมที่พักทุกๆมิติ ยิ่งกดดันกลุ่มเหล่านี้

ความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องมีใบอนุญาต ไม่ให้ละเลยมาตรฐานสำคัญ เป็นเรื่องที่ดี การเปิดช่องวิธีการปฏิบัติตามกฎฯ เช่น กรณีปรับปรุง ดัดแปลง ขอเปลี่ยนการใช้อาคารมาเป็นโรงแรม ที่พักนั้น ต้องยอมรับว่า เกสต์เฮ้าส์ , เรือนแรม, หรือที่พักหลากกิจการ ส่วนหนึ่งดำเนินการไม่ได้ ทั้งในแง่ทุน , การทำให้ถูกกฎ ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ ตามเงื่อนไขกติกาแต่ละเรื่องที่กำหนดไว้ตามกฎ

ท้ายที่สุดเกสต์เฮ้าท์ตามเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม ไม่ว่าจะเชียงใหม่,แม่ฮ่องสอน,เชียงราย ล้วนพร้อมใจกันประกาศขาย หรือปล่อยทิ้งเป็นเศษซากอาคารร้าง บ้างก็หลบๆซ่อนๆ ดำเนินการเป้าหมายการจัดระเบียบ การบังคับใช้กฎเหล็ก อาจกลายเป็นช่องทาง ช่องโหว่ในบางเรื่องในระบบอีกที่แน่ๆ ผู้ประกอบการเกสต์เฮ้าท์ ,เรือนแรม,ที่พักต่างเดือดร้อน มองไม่เห็นทางออกกันถ้วนหน้า