มทร.ล้านนา เร่งสอบสวนกรณีรับน้องโหด เบื้องต้นพบหัวโจกเป็นรุ่นพี่เรียนจบแล้ว ส่วนรุ่นน้องที่ถูกกระทำส่อย้ายที่เรียนแน่ หลังกลับไปเรียนแต่ถูกเพื่อนปล่อยโดดเดี่ยว

ความคืบหน้ากรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เรื่องราวว่า น้องชายโดนรุ่นพี่ในสถาบันการศึกษาชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ที่น้องชายเรียนอยู่แหกกฎพาไปรับน้องนอกสถานที่กลางทุ่งนาช่วงกลางคืนนานหลายชั่วโมง แล้วกลับมาในสภาพแผลเต็มตัว และโรคประจำตัวกำเริบ ซึ่งหลังเกิดเรื่องได้ร้องเรียนกับทางสถาบันและแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตามปรากฏว่ารุ่นพี่ยังมีการส่งข้อความมาตำหนิและคล้ายข่มขู่น้องชายอีก โดยโพสต์ดังกล่าวมีการแชร์ต่อและมีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

ขณะที่ต่อมามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ล้านนา ยอมรับว่ากรณีดังกล่าวเป็นนักศึกษาหลักสูตร ปวส.ช่างยนต์ ของ มทร.ล้านนา แต่กิจกรรมดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย พร้อมสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงและจะดำเนินการตามกฎระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัย รวมทั้งรู้สึกเสียใจกับกรณีที่เกิดขึ้น

วันนี้(4 ธ.ค.61) รายงานข่าวแจ้งว่าทางอาจารย์และผู้บริหารแผนกช่างยนต์ มทร.ล้านนา มีการประชุมลับเพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งมีการเชิญตัวรุ่นพี่ชั้น ปวส.2 ที่จัดกิจกรรมดังกล่าวเข้าพูดคุยสอบถามข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งตามรายงานข่าวระบุว่าเบื้องต้นทางกลุ่มรุ่นพี่ชั้น ปวส.2 มีการกล่าวอ้างว่าตัวตั้งตัวตีในการจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้ว 

ทั้งนี้รายละเอียดและข้อมูลทั้งหมดจะมีการจัดทำรายงานสรุปให้ทางผู้บริหารมหาวิทยาลัยพิจารณาและดำเนินการตามกฎระเบียบต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์นับจากนี้ นอกจากนี้เตรียมจะมีการเชิญนักศึกษาทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง รวมทั้งผู้ปกครองมาพบพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันในกรณีนี้ด้วย แต่จะเลี่ยงไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าอย่างแน่นอน

สำหรับนักศึกษารุ่นน้องที่เป็นฝ่ายถูกระทำนั้น รายงานข่าวแจ้งว่าวันนี้(4 ธ.ค.61) จากการตรวจสอบพบว่ามีการเดินทางเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยตามปกติ อย่างไรก็ตามรายงานข่าวระบุว่า ในช่วงการเข้าเรียนนั้นแม้ทางอาจารย์ผู้สอนจะให้การดูแลเป็นอย่างดี แต่ปรากฏว่าในส่วนของเพื่อนร่วมชั้นเรียนมีการแสดงออกและมีปฏิกิริยาแบ่งพวกอย่างชัดเจน จนนักศึกษารุ่นน้องที่เป็นฝ่ายถูกกระทำดูเหมือนถูกโดดเดี่ยว และหลังจากเรียนเสร็จได้เดินทางกลับทันที ซึ่งจากสถานการณ์ที่นักศึกษาคนดังกล่าวตกอยู่ในสภาพจิตใจที่ย่ำแย่อย่างหนักอยู่แล้วและกำลังคิดพิจารณาเกี่ยวกับการย้ายไปเรียนที่อื่น คาดว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากที่น่าจะตัดสินใจย้ายที่เรียนในที่สุด