เผยคลิปวินาที โจ๋ยกพวกทำร้ายอริไทใหญ่ สาเหตุไม่พอใจโดนแจกของลับ สุดท้าย ตร.ดำเนินคดีกับผู้ปกครอง ขณะที่เจ้าตัวสำนึกผิดยกมือไหว้ขอขมา

จากกรณีที่เมื่อเวลาช่วงค่ำวานนี้ (4 ธ.ค.61) พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงษ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จ. เชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.อ. ธีรศักดิ์ ศรีประเสริฐ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ พ.ต.ท.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง สว.สส. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุรุมทำร้ายวัยรุ่นไทใหญ่ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณสะพานเหล็ก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถติดตามจับกุมตัวมาได้ทั้งหมดยกแก็ง โดยชุดจับกุมได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสืบสวนจนพบตัวคนร้าย

โดยจากเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทางด้าน พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จ. เชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่า ก่อนทำการจับกุมในคดีนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ออกสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มวัยรุ่น ที่ร่วมกันก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่น ที่ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายกล้องวงจรปิด และมีพลเมืองได้นำภาพถ่ายขณะเกิดเหตุ ไปเผยแพร่ในสื่อโซเชียล โดยเหตุเกิดบริเวณหน้าร้าน Jangarpor café บริเวณสะพานเหล็ก เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.61 เวลาประมาณ 03.00 น. ที่ผ่านมา

ซึ่งหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ ได้ออกสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหา ที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าหนึ่งในกลุ่มชายวัยรุ่นที่ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายดังกล่าวคือ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นผู้ใช้ขวดเบียร์ทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย โดยตีเข้าบริเวณศีรษะของผู้เสียหาย โดยสืบทราบและรับแจ้งจากสายลับว่านายเอ (นามสมมุติ) ทำ    งานอยู่ที่ร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่งย่าน ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ จึงได้เข้าไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงบริเวณร้านคาร์แคร์ดังกล่าว พบชายวัยรุ่นไทยคนหนึ่ง มีลักษณะตำหนิรูปพรรณคล้ายกับหนึ่งในกลุ่มชายวัยรุ่น ที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ จึงได้เข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และควบคุมตัวไว้

ขณะที่ในเวลาต่อมา จากการสอบถามทางด้าน นายเอ (นามสมมุติ) ได้รับว่า ได้เป็นผู้ลงมือทำร้ายผู้เสียหาย โดยหยิบขวดเบียร์ที่วางอยู่ตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์ ของเพื่อนผู้เสียหายมาตีเข้าบริเวณศีรษะ 1 ที จนผู้เสียหายล้มลง จากนั้นกลุ่มเพื่อนของตนเองที่ขับขี่รถจักรยาน ยนต์มาด้วยกัน ก็ได้เข้ารุมทำร้ายผู้เสียหาย และแยกย้ายกันหลบหนี จนต่อมามางเจ้าหน้าที่ก็ได้ติดตามจับกุมตัวได้ ส่วนสาเหตุที่ทำลงไปนั้น ก็สืบเนื่องมาจากไม่พอใจที่ผู้เสียหายมองหน้าและแจกของลับ ทำให้โมโหและลงมือก่อเหตุลงไป และหลังถูกจับกุมกูรู้สึกสำนึกผิดที่ทำให้ผู้ปกครองต้องเดือดร้อน พร้อมทั้งได้ยกมือไหว้ขอขมากับความผิดที่ได้กระทำลงไปในครั้งนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหากับผู้ถูกจับกุม ในฐาน ทำร้ายร่างกายผู้อื่น แต่ผู้ต้องหายังเป็นผู้เยาว์ จึงต้องดำเนินคดีกับผู้ปกครองฐานปล่อยปละละเลยไม่ดูแลบุตรหลาน ปล่อยให้ไปกระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน และปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท เพราะผู้ปกครองถือว่ามีหน้าที่ดูแลสั่งสอนบุตรหลานให้เป็นคนดี แต่กลับปล่อยปละละเลย ซึ่งเท่ากับเป็นการส่งเสริม หรือยินยอมให้เยาวชนมารวมกลุ่มกันกระทำความผิด