รายงาน The Credit Suisse Global Wealth Report 2018 ระบุ คนไทย 1 % ถือครองความมั่งคั่ง หรือมีทรัพย์สินรวม 66.9% ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ มีความเหลื่อมล้ำสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก หลังจากเคยได้อันดับ 3 เมื่อ 2 ปีก่อน

ประเทศไทย กลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลกไปแล้ว ตามข้อมูลของ CS Global Wealth Report 2018 ที่ออกมาเมื่อเดือนตุลาที่ผ่านมา

เมื่อปี (2016) คนไทย 1%แรก (5 แสนคน) มีทรัพย์สินรวม 58.0% ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ มาปีนี้ (2018) 1% มีเพิ่มสูงขึ้นเป็น 66.9% แซงรัสเซียที่ลดจาก 78% เหลือแค่ 57.1% ตกไปเป็นที่สอง ขณะที่ตุรกีมาแรงทั้งๆที่เศรษฐกิจย่ำแย่ แต่คนรวยกลับเพิ่มสัดส่วนขึ้นได้เป็น 54.1% แซงอินเดียที่ตกไปเป็นที่สี่ จาก58.4% เหลือแค่เพียง 51.5% นอกจากสี่ประเทศนี้ ไม่มีประเทศไหนในโลกอีกแล้ว ที่คนรวย 1% มีเกินครึ่ง โดยประเทศที่ดีที่สุดคือเบลเยี่ยมที่ 1% มีแค่ 20.1% ตามด้วยออสเตรเลีย 22.4%

นอกจากนี้ยังพบข้อมูลที่น่าตกใจอีกว่า คนไทยที่จนสุด 10% มีทรัพย์สิน 0% ขณะที่ถ้านับ 50%( 25ล้านผู้ใหญ่) ก็ยังมีแค่ 1.7% และถ้าเอา70% (35 ล้าน) ก็เพิ่มไปเป็นแค่ 5% ส่วนที่เหลือ ตกอยู่ที่ 1% แรก(ห้าแสนคน)

อย่างไรก็ตาม รายงานนี้ยืนยันว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ไทย เราอาจจะมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทางการเงิน ทางการเมืองได้ดี แต่ถ้าไม่แก้เรื่องนี้ให้ได้ ก็สุ่มเสี่ยงมาก เสถียรภาพทางสังคมจะมีปัญหา https://publications.credit-suisse.com/…/re…/file/index.cfm…

ที่มา : Banyong Pongpanich