ไตรมาสสุดท้ายของปี 61 ใกล้รูดม่านปิดฉาก พร้อมๆกับการสรุปผลภาวะเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนดัชนีด้านต่างๆที่แต่ละองค์กร ,สถาบัน,หน่วยงานมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำรวจ ซึ่งผลที่นำเสนอนั้นอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไปแต่ที่แน่ๆ การสรุปผลมีหลักการด้านวิชาการรองรับ น่าจะเชื่อถือ ยอมรับได้ในระดับหนึ่ง อาทิ โครงการเมืองน่าอยู่สู่โลกยั่งยืน ประจำปี 2561 ดำเนินการกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ประเทศไทย ร่วมกับศูนย์ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) รางวัลชนะเลิศ แม้จะระบุว่า ทม.ยโสธร จ.ยโสธร แต่ผลที่ติดตามมาคือชาวเมืองยโสธรทั้งจังหวัดปลาบปลื้มผลรางวัล

ในขณะที่ผลสำรวจโดยสำนักพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดภาวะสังคม สภาพัฒน์ฯล่าสุดกับรายงาน ดัชนีความก้าวหน้าทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา ชีวิตการงาน รายได้ ที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อม ชีวิตครอบครัว ชุมชน การคมนาคม การสื่อสาร และการมีส่วนร่วมในสังคม ผลสรุปด้านรายได้ พบว่า แม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่มีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนต่ำที่สุด 8,821 บาทต่อเดือน ต่ำกว่ารายได้เฉลี่ยครัวเรือนกรุงเทพถึง 5.6 เท่า เป็นจังหวัดที่มีความเหลื่อมล้ำด้านรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศด้วย

ในทางกลับกันผลสำรวจใน 77 จังหวัดนั้นแม่ฮ่องสอนเป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดของไทยติดต่อกันหลายปีด้านจังหวัดที่มีความก้าวหน้าด้านรายได้มากที่สุด หรือคนรวยสุด คือ ภูเก็ต แต่ดัชนีด้านเศรษฐกิจมีผลสรุปว่า เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีอนาคต อยู่แล้วมีโอกาสร่ำรวยสูงกว่าทุกจังหวัดในไทย เพราะอัตราก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจที่พุ่งขยายตัวสูง

ทั้งนี้แนวทางสนับสนุนจากหน่วยงานระดับกระทรวงฯยังมุ่งสู่เป้าหมายผลักดันจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก เป็นนครหลวงภาคเหนือของไทย ที่กำลังมีการสำรวจและทำแผนปฏิบัติการ โดยขับเคลื่อนผ่านภาคประชาสังคมและภาครัฐฯอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นผลโหวต จากผลสำรวจที่ดำเนินการโดยสภาพัฒน์ฯ หรือแม้แต่องค์กร หน่วยงานต่างๆ รวมถึงสถาบันพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ผลสรุปที่ได้ ใกล้เคียงกันคือ แม่ฮ่องสอน เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในไทย ส่วนเชียงใหม่จะเป็นเมืองที่น่ารวยหรือไม่นั้น อาจจะมีข้อคิดเห็นที่ย้อนแย้ง หลากหลาย แต่ดัชนี ค่ามวลรวมศก.ด้านต่างๆประกอบกัน กับภาคการลงทุนนั้น เชียงใหม่ มีอัตราก้าวหน้าสูงในปีนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น