กลุ่มชาวบ้านย่านวัดเกตุและผู้แทนสภาคริสตจักร เชียงใหม่ที่หนึ่ง กล่าวว่า เคยนำเสนอจังหวัดให้เร่งปรับปรุงภูมิทัศน์ 2 ฝั่งลำน้ำแม่ปิงระหว่างสะพานนวรัฐถึงสะพานนครพิงค์ ตั้งแต่ กพ. 61 โดยขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการร้านค้าที่ตั้งอยู่ริมลำน้ำ ร่วมมือเปิดพื้นที่เชื่อมต่อทางสาธารณะ เป็นทางวิ่ง ทางเดิน เนื่องจากบางช่วง จัดสร้างไปบ้างแล้ว แต่ยังขาดการเชื่อมต่อ ทั้งๆที่ 2 ฝั่งลำน้ำเป็นพื้นที่สาธารณะ และประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้

ในส่วนบริเวณพื้นที่ และอาคารบ้านพักผู้พิพากษา ตลอดจนพื้นที่ตรงข้ามจวนผู้ว่าฯ อาจพัฒนา ออกแบบให้เป็นพิพิธภัณฑ์แม่น้ำปิง แหล่งเรียนรู้ ให้เกิดการใช้ประโยชน์จากพื้นที่กลางเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสวนสาธารณะ ทน.เชียงใหม่เคยรับเรื่องจากที่ประชุมไปหารือผู้บริหาร อีกทั้งในส่วนผู้ทรงคุณภาคประชาสังคม ภาคเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว แนะนำให้ดำเนินงานตามกรอบที่กำหนด พร้อมรายงานความก้าวหน้าเป็นระยะๆ

สำหรับโครงการพัฒนาลำน้ำปิงในพื้นที่ด้าน ต.ออก.ในปีงบ 61-62 มีโครงการฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพดิน กิจกรรมก่อสร้างพนังป้องกันริมตลิ่งริมแม่น้ำและลานกิจกรรมหลังอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ ความยาว 140 ม. งบ 10,796,000 บาท มี หน่วยงานดำเนินการคือ มทบ.33,กรมเจ้าท่าและสนง.โยธาฯเชียงใหม่

แต่เนื่องจากติดระเบียบข้อกฎหมาย ที่กำหนดให้ลำน้ำปิงต้องกว้าง 90 ม.จึงยกเลิกโครงการและพิจารณานำเสนอให้ปรับแผนมาก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และวีรกรรมบรรพชนไทยแทน

ทั้งนี้โครงการ กิจกรรมตามแผนปฏิบัติงานของ ส่วนงานต่างๆในเชียงใหม่ มีการปรับเปลี่ยนแผนหลายรายการ เนื่องจากติดขัดระเบียบ กฎหมายและการขออนุมัติต้องเสนอ ก.บ.จ. พิจารณาทำให้ โครงการต่างๆที่แต่ละหน่วยงานกำหนดไว้ล่าช้า

และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทางน้ำ มีพรบ.การเดินเรือ, กฎ ประกาศจากกรมเจ้าท่า กำกับ จนส่งผลให้โครงการที่ภาคการท่องเที่ยวเคยนำเนอการจัดกิจกรรม ทั้งการแข่งเรือ ช่วงน่านน้ำจากสะพานนวรัฐ-นครพิงค์ ตลอดจนกิจกรรพัฒนาต่างๆ ล้มเลิกไป ปัจจุบันก็ยังพบเห็นนักท่องเที่ยว ใช้พื้นที่ดำเนินกิจกรรมทางน้ำเป็นระยะๆ รวมถึง การบุกรุก ใช้ประโยชน์ ในพื้นที่ 2 ฝั่งลำน้ำหลายจุดที่คาราคาซังแก้ปัญหาไม่ได้จนถึงขณะนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น