เกรปฟรุ๊ต (Grapefruits) ผลไม้ที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งวิตามินซี ธาตุแคลเซียม และสารอาหารต่างๆ มากมาย แต่รู้กันหรือไม่เกรปฟรุ๊ตไม่ควรทานพร้อมยาบางชนิด เช่น ยาความดัน ยาลดระดับคอเลสเตอรอล เป็นต้น และเกรปฟรุ๊ตยังเป็นผลไม้ที่ช่วยลดน้ำหนักอีกด้วย


เกรปฟรุ๊ต ช่วยลดความอ้วนได้อย่างไร วันนี้ “เชียงใหม่นิวส์” จะเล่าให้ฟัง

เกรปฟรุ๊ต (Grapefruits) คืออะไร

ลักษณะคล้ายส้ม ข้างในมีสีแดง

เกรปฟรุ๊ต (Grapefruit) สามารถสะกดได้หลายแบบ เช่น เกรฟฟรุต เกรพฟรุต หรือเกรปฟรุ๊ต เป็นผลไม้กึ่งเขตร้อนจัดอยู่ในสกุลส้ม (Citrus) แต่จะมีขนาดใหญ่ และเปลือกหนา มีสรรพคุณใกล้เคียงกับตระกูลส้ม คือ มีวิตามินซีสูง เป็นผลไม้ที่มีรสหวานอมเปรี้ยวถึงเปรี้ยวจัด มีรสฝาดปนนิดๆ และมีสารป้องกันอนุมูลอิสระที่สูง ทำให้มีประโยชน์ ด้านการลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งในช่องท้อง และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้สูงขึ้นอีกด้วย

เกรปฟรุ๊ต ช่วยลดน้ำหนักได้จริงเหรอ?

เกรปฟรุ๊ตมีผลดีต่อการลดน้ำหนักได้จริง ซึ่งพบว่าด้วยรสเปรี้ยวของเกรปฟรุ๊ต มีคุณสมบัติเป็นฤทธิ์ร้อนจึงมีส่วนช่วยลดไขมันในร่างกาย การเริ่มต้นด้วยการดื่มน้ำเกรปฟรุ๊ตในตอนเช้า ช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกายต่างกับผลไม้ลดน้ำหนักอื่นๆ ทั้งช่วยให้อิ่มท้องง่าย ซึ่งเกรปฟรุ๊ตหนึ่งลูกให้พลังงานเพียง 53 แคลอรี่เท่านั้น และยังให้ไฟเบอร์ประมาณ 2 กรัมด้วย จึงไม่แปลกใจที่ผู้รักสุขภาพ มักจะรับประทานเกรปฟรุ๊ตครึ่งผลก่อนทุกมื้ออาหาร นอกจากนี้ เกรปฟรุ๊ตยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ โดยลดระดับอินซูลิน ทำให้ร่างกายได้ใช้พลังงานจากอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของเกรปฟรุ๊ต (Grapefruits)

ไม่ควรทานเกรปฟรุ๊ตร่วมกับยา (บางชนิด)

1.ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ และส่งเสริมการนอนหลับให้ดีขึ้นได้

2.ช่วยบำรุงผิวพรรณ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส

3.กลิ่นของเกรปฟรุ๊ตสามารถช่วยลดความอยากอาหารลงได้

4.ช่วยในการลดน้ำหนัก เพราะเกรปฟรุ๊ตมีเอนไซม์ที่ช่วยในการเผาผลาญไขมันได้

5.สารต่อต้านอนุมูลอิสระในเกรปฟรุ๊ต ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลร้าย และเพิ่มโคเลสเตอรอลดี

6.นำไปใช้ในการผลิตเครื่องสำอาง หรือทำน้ำมันหอมระเหย

7.ช่วยรักษา “โรคไข้หวัดใหญ่”

8.ช่วยป้องกัน และลด โรคมะเร็งในปาก ท้อง หลอดอาหาร และทรวงอก

9.ช่วยป้องกัน โรคเบาหวาน และลดน้ำตาลในเลือด

ข้อควรระวังในการทานเกรปฟรุ๊ต (Grapefruits)

สถาบันวิจัยสุขภาพลอว์สันจากมหาวิทยาลัยเวสต์เทิร์นออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ระบุว่ายาที่มีผลข้างเคียงต่อเกรปฟรุ๊ต มีมากกว่า 43 ชนิด หากเราทาน หรือดื่มน้ำเกรปฟรุ๊ตร่วมกับยาบางชนิด จะส่งผลให้เกิดอาการ Overdose หรือปริมาณยาที่มากเกินไปได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือหากเรารับประทานยา 1 เม็ด จะให้ผลเหมือนเราทานยา 5 ถึง 10 เม็ด ถือว่าอันตรายมากๆ

ตัวอย่างยาที่ไม่ควรทานร่วมกับเกรปฟรุ๊ต (Grapefruits)

1.ยาต้านมะเร็ง
2.ยาลดระดับคอเลสเตอรอล
3.ยาที่ใช้เพื่อกดระบบภูมิต้านทาน
4.ยาลดไขมัน simvastatin (Zocor), atorvastatin (Lipitor)
5.ยาความดัน nefidipine (Procardia, Adalat CC)
6.ยาสำหรับผู้ที่มีหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Amiodarone)
7.ยาแก้วิตกกังวล (Buspirone)
8.ยาแก้แพ้ Fexofenadine (Telfast)

เกรปฟรุ๊ตผลไม้ลดน้ำหนัก

สรุป

การบริโภคสิ่งต่างๆ ก็ต้องดูความพอดี และความเหมาะสม โดยงดการบริโภคน้ำเกรปฟรุ๊ตร่วมกับยา หรือควรดื่มหลังบริโภคอาหารแล้ว 1-2 ชั่วโมง ซึ่งถ้าป้องกันได้ดังนี้แล้ว การบริโภคเกรปฟรุ๊ตเพื่อสุขภาพ และการลดน้ำหนักก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลแต่อย่างใด แต่ควรบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อประโยชน์ต่อร่างกาย และมีสุขภาพที่ดี

อย่างไรก็ตามเราควรศึกษาข้อมูลหลายที่ และเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อความชัดเจน เพราะข้อมูลบางอย่างอาจไม่มีหลักฐานสนับสนุนอย่างชัดเจน หรือหากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวจะดีที่สุด

เรียบเรียงโดย : “เชียงใหม่นิวส์”

ขอบคุณข้อมูลจาก www.ginnginn.com ,www.ifit4health.com ,www.laservisionthai.com

บทความสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
กินผิดวิธีเสี่ยงโรค

สดชื่น! 5 วิธีป้องกันและสลัดอาการเมาค้างหลังปาร์ตี้

สายปาร์ตี้ควรระวัง พิษจากสุรา ส่งผลถึงตาย!!!

มะเร็งตับ…โรคร้ายที่ไม่มีสัญญาณเตือน!!!

หนักเค็ม! ทำให้ไตพัง เสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

โซเดียมสูง! เสี่ยงโรค ปรับวิถีการกินเลี่ยงเกิดโรค

ไขมันทรานส์ ความเสี่ยงที่มากับอาหาร

น้ำเปล่า ดื่มน้อย เสี่ยงติดเชื้อในท่อปัสสาวะ

ควรรู้ เคี้ยวช้า ส่งผลดีต่อร่างกายมากกว่าที่คิด

กลืนเมล็ดผลไม้ อันตรายมากกว่าที่คิด

เบาหวานเป็นโรคของคนอ้วนจริงหรือ ?

“IF” อดอาหารถูกวิธี สุขภาพดีย้อนวัยกลับมาหนุ่มสาวได้!

อาหารดีมีประโยชน์

เต้าหู้ ประโยชน์ล้นตัว อย่ามัวเมิน

น้ำผึ้งแท้ คุณค่า และโทษที่มาจากธรรมชาติ

ร่วมแสดงความคิดเห็น