ที่ศาลากลาง จ.เชียงราย กลุ่มชาวบ้านจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์ บ้านป่าเปา หมู่ 4 ต.เจริญเมือง อ.พาน เดินทางไปยังศาลากลางฯ เพื่อร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงค์ธรรม จ. เชียงราย หลังจากที่เมื่อวันที่ 1 พ.ย.61 ที่ผ่านมากลุ่มชาวบ้านดังกล่าว ได้ทวงเงินค่าจำ หน่ายข้าวอินทรีย์ จากวิสาหกิจชุมชนไร่เชิญตะวัน เนื่องจากชาวบ้าน จำนวน 69 ราย เข้ารับการส่งเสริมให้ปลูกข้าวอินทรีย์ จากโรงเรียนชาวนาที่ไร่เชิญตะวัน ซึ่งมีการประกาศรับซื้อข้าวจากชาวบ้านในราคาดี แต่ปรากฎว่าตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.60 ชาวบ้านยังไม่ได้รับจ่ายรวมกัน จำนวน 3,728,555 บาท ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก และแม้จะเคยตกลงผ่านการประชุม โดยทางศูนย์ดำรงค์ธรรมเป็นหน่วยงานกลางไกล่เกลี่ย แต่ก็ยังไม่ได้รับเงินครบถ้วน

โดยชาวบ้านระบุว่า หลังจากได้รับความเดือดร้อนแล้ว ก็ถึงขั้นมีการร้องต่อการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่ จ.เชียงราย มาแล้ว และนายลิขิต มีเสรี ผอ.ศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.เชียงราย ได้ประชุมเพื่อแก้ไขปัญหา ทางผู้บริหารวิสาหกิจชุมชนไร่เชิญตะวัน ได้รับปากกับชาวบ้านว่า จะจ่ายให้ชาวบ้านงวดแรกวันที่ 1 ธ.ค.61 จำนวน 1 ล้านบาท งวดที่ 2 วันที่ 1 ม.ค. 2562 จำนวน 1 ล้านบาท งวดที่ 3 วันที่ 1 ก.พ.2562 จำนวน 1 ล้านบาท และที่เหลืออีกประมาณ 200,000 บาท ก็จะจ่ายเสร็จภายในเดือนสุดท้าย

แต่ปรากฎว่าที่ผ่านมา ได้มีการจ่ายเงินให้กับชาวบ้านเพียงแค่งวดที่ 1 เท่านั้น ต่อมาวันที่ 1 ม.ค.ได้ขอเลื่อนมาจ่ายวันที่ 10 ม.ค.และล่าสุดชาวบ้านแจ้งว่า สาเหตุที่ไม่จ่ายเงินให้แล้วเพราะการชุมนุมของชาวบ้าน ทำให้เสียชื่อเสียงจนไม่สามารถหากู้เงิน เพื่อนำมาใช้ค่าซื้อข้าวจากชาวบ้านได้ ขณะที่ชาวบ้านแต่ละราย มีเงินคงค้างที่ไม่ได้รับรายละประมาณ 4,000-200,000 บาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้ตัวแทนเข้าไปหารือ เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาต่อไป

ก่อนหน้านี้ ลูกศิษย์ของไร่เชิญตะวัน ต.ห้วยสัก อ.เมืองเชียงราย ของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) พระนักเทศน์ชื่อดัง ได้ออกมาชี้แจงว่า หลังจากไร่เชิญตะวันได้จัดตั้งกลุ่มและอบรมโรงเรียนชาวนา มีภาครัฐและเอกชนร่วมสนับสนุนจนประสบความสำเร็จจึงยุติโครงการ เพราะต้องการให้ชาวบ้านออกไปจัดตั้งกลุ่มกันเอง เพื่อสร้างความเข้มแข็งและยังแนะนำให้ไปยกเลิกวิสาหกิจชุมชนไร่เชิญตะวัน แต่ปรากฎว่ามีผู้นำไปบริหารจัดการ จนเกิดปัญหากับกลุ่มชาวบ้านข้าวอินทรีย์บ้านป่าเปาดังกล่าว

ร่วมแสดงความคิดเห็น