วันที่ 23 ม.ค.62 พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ในฐานะประธานศูนย์ประสานงานชายแดน ไทย – เมียนมา ฝ่ายไทย หรือ TBC ได้เดินทางไปหารือนอกรอบเกี่ยวกับทางฝ่ายศูนย์ประสานงานชายแดนเมียนมา – ไทย ฝ่ายเมียนมา เกี่ยวกับการส่งตัวผู้รายข้ามแดน ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อตกลของทาง TBC ซึ่งการเดินทางไปพบปะกันในครั้งนี้ เป็นการพูดคุยกันในเรื่องต่างๆ รวมไปถึงการทำแนวกันไฟ 2 แผ่นดินที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 ก.พ.62 เพื่อป้องกันไฟป่า และลดปริมาณหมอกควันพิษในพื้นที่ทั้ง 2 ประเทศ

ส่วนการติดตามตัวนายปัณณวิชญ์ ประทุม หรือโก๋แก่ หัวหน้าเครือข่ายยาเสพติดมันทุกเม็ด ชื่อดัง เจ้าของเฟชบุ๊คเทพบุตรโซโล ที่โพสต์คลิปทำร้ายร่างกายเยาวชนวัย 17 ปีเสียชีวิตผ่านเฟชบุ๊ค และอยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับ คาดว่าหลบหนีไปกบดานกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยเครือข่ายยาเสพติดในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของการพบปะพูดคุย ซึ่งหากมีการจับกุมได้ในพื้นที่ประเทศเมียนมา ก็จะต้องขอความร่วมมือในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมายังประเทศไทย

พ.อ.ชาตรี กล่าวอีกว่า สำหรับการที่มีข่าวว่านายปัณณวิชญ์ ประทุม หรือโก๋แก่ เจ้าของเฟชบุ๊คชื่อ เทพบุตรโซโล ได้ไปอาศัยอยู่กับชนกลุ่มน้อย ในเขตอิทธิพลชองว้า นั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาโดยการเช็คสัญญานโทรศัพท์ และการเข้าใช้อินเตอร์เน็ต แล้วพบกว่าอยู่ในพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตามในส่วนของทหารนั้นมีการเข้มวงดตามแนวชายแดนอยู่แล้ว เพื่อป้องกันการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในประเทศ หากพบผู้ต้องสงสัย หรือผู้ต้องหาตามหมายจับ ก็จะควบคุมตัวไว้

“สำหรับการออกนอกประทเศตามแนวชายแดนของนายนายปัณณวิชญ์ ประทุม หรือโก๋แก่ นั้นยังไม่แน่ชัดว่าจะใช้เส้นทางใด เนื่องจากชายแดน อ.แม่สาย มีช่องทางที่เป็นภูมิประเทศระยะทางยาวกว่า 150 กิโลเมตร ทำให้ไม่ชัดเจนว่าจะออกไปทางเส้นทางใด ซึ่งในส่วนของทหารในพื้นทีก็มีการตรวจสอบตามช่องทางเหล่านี้อยู่แล้ว” พ.อ.ชาตรี กล่าว

ทางด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ร่วมกับหน่วยงานชายแดนได้ติดตามจับกุมหาตัวนายปัณณวิชญ์ ประทุม เทพบุตรโซโล ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหัวหน้าเครือข่ายยาเสพติดโก๋แก่มันทุกเม็ดและคาดว่าได้หลบหนีไปอยู่ฝั่งรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ตรงกันข้าม จ.เชียงราย นั้น พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ ผกก.ตม.เชียงราย ได้ประสานไปยังทางการท้องถิ่นท่าขี้เหล็กให้ช่วยออกติดตามจับกุมเพราะถือเป็นผู้ต้องหาที่มีหมายจับจากประเทศไทย โดยตลอดคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ของเมียนมาได้ทำการตั้งด่านตรวจหลายจุดในท่าขี้เหล็กตั้งแต่ใกล้ด่านพรมแดนที่เป็นตลาดท่องเที่ยวไปจนถึงถนนทางไปยังเมืองต่างๆ ของเมียนมา

อย่างไรก็ตามยังไม่พบตัวนายปัณณวิชญ์ซึ่งคาดว่าได้หลบหนีเข้าสู่รัฐฉานโดยใช้ช่องทางธรรมชาติผ่านพื้นที่อื่นแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่่เมียนมาสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาเป็นชายได้จำนวน 2 คน ทราบชื่อต่อมาว่านายเจริญวุฒน์ ชนะรัณย์ไชยพัฒน์ หรืออิ๊กคิว และนายทินกร นิลระตะ บ้านเลขที่ 51 หมู่ 1 ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง จ.ตรัง ได้ขณะกำลังเดินทางผ่านด่านตรวจแห่งหนึ่งใน จ.ท่าขี้เหล็ก โดยถูกจับกุมคนละจุดไม่เกี่ยวข้องกัน โดยทั้ง 2 คน ไม่มีเอกสารการผ่านพิธีทางตรวจคนเข้าเมือง ทางเจ้าหน้าที่เมียนมาจึงได้ตั้งข้อหาว่าหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจากการตรวจสอบประวัติในประเทศไทยพบว่าทั้งคู่มีคดีอยู่ในฝั่งไทยโดยนายเจริญวุฒน์ มีคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนนายทินกร เคยถูกออกหมายจับข้อหาครอบครองปืนไม่มีทะเบียนเมื่อปี 2554 และข้อหาพยายามฆ่าเมื่อปี 2558 ปัจจุบันทั้งคู่ถูกคุมขังอยู่ในฝั่งท่าขี้เหล็ก

ล่าสุดทาง พล.ต.ท.สุรเชรษฐ์ หักพาล ผบช.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้สั่งการ พ.ต.อ.เอกกร ประสานกับทาง ตม.ท่าขี้เหล็ก ในการติดตามจับกุมนายปัณณวิชญ์และการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนด้วยว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่อย่างไร คาดการจะนำตัวทั้งคู่กลับมาสอบปากคำฝั่งไทยนั้นจะต้องให้รับโทษในฝั่งประเทศเมียนมาให้แล้วเสร็จก่อนโดยมีระยะเวลาจำคุกประมาณ 6 เดือน

ด้าน พ.ต.อ.เอกกร กล่าวว่าเช้าวันนี้ตนได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ ตม.ท่าขี้เหล็ก เพื่อขอให้ติดตามจับกุมนายปัณณวิชญ์ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทาง ตม.ท่าขี้เหล็ก เป็นอย่างดี สำหรับการที่ทางเจ้าหน้าที่เมียนมาสามารถจับกุมคนไทยได้จำนวน 2 คนนั้น นายเจริญวุฒน์ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นหนึ่งในเครือข่ายมันทุกเม็ด โดยได้เข้าไปดูตัวแล้วและอยู่ระหว่างประสานกับทางการเมียนมาเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี ขณะที่นายทินกร เป็นคดีอื่นและล่าสุดพบว่าคดีดำเนินไปถึงการถูกถอนหมายจับไปหมดแล้วแต่ก็ถูกดำเนินคดีในเมียนมาข้อหาหลบหนีเข้าเมืองอยู่ ส่วนการติดตามหาตัวนายปัณณวิชญ์นั้นยังเชื่อว่าฝังตัวอยู่บริเวณตะเข็บชายแดนโดยอยู่กับชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่ง

สำหรับเส้นทางหลบหนีของนายปัณณวิชญ์นั้นคาดว่าได้หลบหนีเข้าไปในเขตปกครองพิเศษที่ 2 (สหรัฐว้า) โดยจุดดังกล่าวอยู่ในเขตอิทธิพลของกลุ่มลาหู่หรือมูเซอซึ่งมีตั้งแต่เขตบ้านผาขาวตรงกันข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย หรืออาจจะเข้าไปในเขตรัฐฉานจนถึงบานปูกาโก่ ใกล้เมืองตูมและเมืองสาดที่ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งแหล่งผลิตยาเสพติดและรับยาเสพติดรายใหญ่ในเขตรัฐฉาน โดยการจะไปยังจุดดังกล่าวสามารถทำได้ทั้งการเข้าไปทางจุดผ่านแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ตรงสะพานมิตรภาพข้ามลำน้ำสายไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 แล้วใช้เส้นทางท่าขี้เหล็ก-เมืองสาด

แต่เนื่องจากมีกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจตราเข้มงวดและการตรวจเอกสารเข้าออกเมืองทำให้คาดว่าไม่ได้ใช้เส้นทางนี้ แต่หันไปใช้ช่องทางธรรมชาติที่เป็นป่าเขา ซึ่งสามารถเชื่อมไปถึงเขตของกลุ่มมูเซอซึ่งมีนายวีระ หมื่นจะดา อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดเครือข่ายเดียวกันหลบหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยนายวีระเป็นทั้งคนรู้จักกับนายปัณณวิชญ์และยังเป็นลูกเขยของหัวหน้ากองกำลังติดอาวุธกลุ่มใหญ่ตามตะเข็บชายแดนดังอีกด้วยทำให้ยังคงสามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่เมียนมาได้จนถึงปัจจุบัน.

ร่วมแสดงความคิดเห็น