โพสต์ติงวัดดังเชียงใหม่ตั้งตู้เก็บเงิน50บาทค่าบัตรผ่านประตูจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ชี้เป็นแหล่งเผยแพร่ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ไม่ใช่หารายได้ ด้านโฆษกวัดชี้แจงเหตุผลความจำเป็น ยืนยันทุกบาททุกสตางค์นำไปเป็นค่าใช้จ่ายของวัด ไม่พอด้วยซ้ำ

รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “อรอนงค์ ซิลเวสเตรอ” โพสต์ภาพวัดศรีสุพรรณ ซึ่งเป็นชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ พร้อมแสดงความคิดเห็นเชิงตำหนิที่ทางวัดมีการตั้งตู้ที่เขียนป้ายคำว่า “TICKET 50 B.” ไว้บริเวณทางเข้าวัด นอกเหนือจากตู้รับบริจาคที่มีอยู่แล้ว เพื่อเก็บเงินค่าเข้าวัดจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊ครายนี้เห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากมองว่าวัดควรจะเป็นสถานที่เผยแพร่ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม มากกว่าเป็นแหล่งหาเงินรายได้ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าผลประโยชน์จากการเก็บเงินค่าเข้าวัดนั้น ตกอยู่ที่ผู้ใด

โดยโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ทั้งที่เห็นด้วยและเห็นแตกต่าง ซึ่งในส่วนที่เห็นแตกต่างนั้น มองว่าในต่างประเทศมีการเก็บค่าเข้าชมสถานที่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นกันและมองว่าเงินที่วัดเก็บนั้นถูกนำไปใช้เพื่อบำรุงรักษาสถานที่ รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของวัด อีกทั้งปัจจุบันวัดหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ก็มีการเก็บค่าเข้าชมวัดกันอยู่แล้ว


วันนี้ (25 ม.ค.62) นายสวรรค์ แคว้นไธสง โฆษกของวัดศรีสุพรรณ เปิดเผยถึงกรณีโพสต์ดังกล่าวว่า เบื้องต้นยอมรับว่าทางวัดมีการเก็บค่าบัตรเข้าชมวัดจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจริง แต่เฉพาะที่จะเข้าชมบริเวณพระอุโบสถเงิน ซึ่งมีการเก็บมาได้ระยะหนึ่งแล้วตามข้อแนะนำของกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จ่ายค่าเข้าชมนั้น จะได้รับเอกสารแนะนำข้อมูลและประวัติของวัด พร้อมทั้งน้ำดื่ม และชุดแต่งกายสำหรับผู้ที่แต่งกายไม่เหมาะสม

ทั้งนี้เงินที่เก็บได้นั้นถูกนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ของทางวัดทั้งหมด ทั้งเป็นค่าน้ำค่าไฟและค่าทำนุบำรุงสถานที่ รวมทั้งค่าบริหารจัดการและค่าจ้างเจ้าหน้าที่ในการให้คำแนะนำและดูแลนักท่องเที่ยวในการเที่ยวชมวัดอย่างถูกต้องและเหมาะสม แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าทางวัดไม่เข้มงวดกับการเก็บค่าบัตรเข้าชมวัดจนถึงขั้นทำเป็นการค้าแต่อย่างใด เพราะที่จริงยังไม่คุ้มค่าใช้จ่ายด้วย แต่จำเป็นต้องมีการเก็บจากนักท่องเที่ยวต่างชาติบ้าง

โดยเฉพาะกลุ่มทัวร์ เนื่องจากมีพฤติกรรมแตกต่างจากคนไทยที่มักจะทำบุญเมื่อเข้าวัดอยู่แล้ว เพราะต้องยอมรับว่าเมื่อมีคนเข้ามาท่องเที่ยวในวัดเพิ่มมากขึ้น ทางวัดต้องเพิ่มการบริหารจัดการต่างๆ เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น จึงอยากให้ผู้คนเข้าใจและเห็นใจด้วย ส่วนคนไทยนั้น ไม่มีการเก็บแต่อย่างใด

ร่วมแสดงความคิดเห็น