นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ขณะนี้กำลังมีกระแสโดยเฉพาะการส่งต่อข้อความกันทางสังคมออนไลน์ถึงพิษสมุนไพร “หนานเฉาเหวย” หรือ “ป่าช้าหมอง” ทำร้ายไต ตับ ว่า หนานเฉาเหวย ให้ผลจริงในการลดน้ำตาล ความดันโลหิต และไขมัน แต่เป็นข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในคนปกติที่ร่างกายแข็งแรง อย่างไรก็ตามการใช้สมุนไพรทุกอย่าง ไม่ใช่ว่าประชาชนจะหากินได้เอง เพราะสมุนไพรต้องกินให้ถูกโรค ถูกปริมาณ หากกินน้อยก็ไม่ได้ประสิทธิภาพรักษา กินมากก็เป็นอันตรายถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยด้วยโรคไต โรคตับ ไม่ควรใช้สมุนไพรไม่ว่าจะชนิดใด หากต้องการใช้จริงควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อน ไม่ควรหามากินเองเด็ดขาด

ทั้งนี้ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กำลังพัฒนาซอฟแวร์เก็บข้อมูลสมุนไพรที่มีทั้งหมดกว่า 1,800 สายพันธุ์ในประเทศไทยให้เป็นแหล่งอ้างอิงที่ถูกต้องแก่ประชาชนต่อไปในอนาคต ให้สามารถตรวจสอบได้เองโดยไม่ตกเป็นเหยื่อข่าวลือ หลอกลวงต่างๆ โดยทำในรูปแอปพลิเคชัน “Herb ID” ที่จะพัฒนาให้เป็นระบบอัจฉริยะ ที่เมื่อประชาชนเจอต้นไม้แล้วอยากรู้ว่าเป็นสมุนไพรอะไร สรรพคุณเป็นอย่างไร ก็เปิดแอปฯ แล้วใช้กล้องผ่านแอปฯ ถ่ายภาพใบของสมุนไพร แอปฯ จะประมวลผลภาพถ่ายแล้วบอกได้ทันที ซึ่งขณะนี้แอปฯ สามารถระบุตัวสมุนไพรได้แล้ว 50 ชนิด และตั้งเป้าภายในปีนี้จะพัฒนาให้ได้ 500 – 1,000 ชนิด

การพัฒนาแอปพลิเคชัน Herb ID เพื่อระบุชนิดสมุนไพรด้วยภาพถ่าย ต้องใช้เวลาเนื่องจากต้องถ่ายภาพสมุนไพรแต่ละชนิดในทุกมุม ทุกสภาวะ ชนิดละ 1,000 ภาพ เก็บในคลังข้อมูลเพื่อให้ประมวลผลได้ตรงที่สุด ซึ่งยังต้องตระเวนถ่ายภาพเพื่อเก็บในฐานข้อมูลอีกกว่า 1 ล้านภาพ

ร่วมแสดงความคิดเห็น