จากกรณี น.ส.วิราวรรณ เกษเกษี อายุ 26 ปี สาวพริตตี้สาว ซึ่งตั้งท้องได้ประมาณ 6 เดือน ได้เข้าไปใช้บริการนวดแผนโบราณ แห่งหนึ่งในย่าน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และขณะที่กำลังนวด นั้นเกิดอาการช็อกหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำส่งโรงพยาบาล จนกระทั่งแพทย์ต้องผ่าตัดเอาลูกออกเนื่องจากลูกในท้องเสียชีวิต และ เจ้าตัวอาการสาหัส ต้องนอนรักษาตัวในห้อง ICU อาการยังโคม่าและไม่ดีขึ้น จนต่อมาทางบิดาของ นางสาว วิราวรรณ และน้า ได้เข้าแจ้งความต่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องให้มีการตรวจสอบ ตามที่ได้มีการนำเสนอข้อมูลไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (11 ก.พ.62) ที่ห้องประชุม สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้เข้าทำการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ โดยมี นายธวัช พันมา ยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ , นางอิ่มแก้ว ชัยศรี ประธานชมรมผู้สูงอายุ อำเภอดอยสะเก็ด , นายชัยวัฒน์ คำยา อายุ 53 ปี น้าของ น.ส.วิราวรรณ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เข้าร่วมการประชุมเพื่อพูดคุยหารือถึงการช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นกับทางฝ่ายผู้เสียหายหลังจากที่ได้มีการแจ้งความและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงร้านนวดได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบและดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งหลังการเจรจาพูดคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง

โดยทางด้าน พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับการดำเนินนการของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐาน รวมไปถึงพยานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และผลการตรวจสอบจากทางแพทย์ว่าเกิดจากสาเหตุใด และเมื่อทราบสาเหตุที่แน่ชัดก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งในขณะนี้ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมก็ได้มีการเข้ามาช่วยเหลือทางฝั่งของผู้ป่วยแล้ว และในทางของการดำเนินงานนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นก็จะดำเนินการให้เป็นไปในทางที่เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามในส่วนของผลการตรวจสอบของแพทย์นั้นคาดว่าจะได้ในเร็ว ๆ นี้

โดยจะมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง แต่ใน่สวนของรูปคดีเบื้องต้นนั้นก็อยู่ในข่ายของการกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือเสียชีวิต ส่วนผลคดีในการสอบสวนจะมีผลวินิจฉัยอย่างไร หรือสรุปผลออกมาอย่างไรก็จะมีการดำเนินการอีกครั้งตามหลักฐานต่อไป

ทางด้าน นายธวัช พันมา ยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับผลการเจรจาในวันนี้พบว่าเป็นไปได้ด้วยดีโดยทุกฝ่ายก็มีความเข้าใจกันมากขึ้น และทุกฝ่ายก็ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือกับผู้ประสบเหตุ ที่ขณะนี้ยังเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยเบื้องต้นจะมีการช่วยเหลือในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลก่อน โดยได้ให้ทางผู้เสียหายทำการตรวจสอบสิทธิ์การใช้ค่ารักษาพยาบาลกับประกันสังคม จากนั้นในส่วนที่เกินทางผู้เกี่ยวข้องก็จะช่วยกันในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เป็นส่วนเกินดังกล่าว และในวันนี้ทางชมรมนวดก็ได้มีการช่วยเหลือในเรื่องของค่าใช้จ่ายก่อน จำนวน 20,000 บาท และในสวนของเรื่องคดีความทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการต่อไป โดยในส่วนของกระทรวงยุติธรรมก็จะมีการตรวจสอบเรื่องคดีความก่อนหากเข้าข่ายเป็นคดีความอาญา และตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายก็จะมีส่วนหนึ่งที่กระทรวงยุติธรรมจะต้องจ่ายค่าเยียวยาให้กับทางผู้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นกรณีค่ารักษาหรือกรณีการเสียชีวิตก็ตาม โดยหากเป็นไปตามเงื่อนไขหลัก ๆ หากเสียชีวิตจะอยู่ที่ประมาณ 110,000 บาท ส่วนค่ารักษาพยาบาลก็จะเป็นไปตามใบเสร็จแต่จะต้องไม่เกินวงเงินจำนวน 40,000 บาท

ขณะที่ทางด้าน นายชัยวัฒน์ คำยา อายุ 53 ปี น้าของ น.ส.วิราวรรณ ผู้เสียหาย เปิดเผยหลังการหารือในครั้งนี้ว่า สำหรับผลการเจรจาพูดคุยในวันนี้ก็เป็นไปด้วยดี ซึ่งในส่วนของตนก็รู้สึกพอใจ โดยพบว่าทุกฝ่ายก็ให้ความช่วยเหลือและพร้อมดูแลหลานสาวของตนอย่างเต็มที่ ขณะที่ทางฝั่งของตนก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพียงแค่อยากให้มีการดำเนินการไปตามหน้าที่ ส่วนข้อสรุปเรื่องของกฎหมายก็ขอให้เป็นไปตามกฎหมายและการดำเนินการของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตามในส่วนของอาการของ น.ส.วิราวรรณ นั้นยังนนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลซึ่งล่าสุดจะมีการเจาะคอแต่ยังไม่สามารถเจาะได้เนื่องจากทางแพทย์แจ้งว่าจะต้องรอดูอาการอีกครั้ง

ร่วมแสดงความคิดเห็น