ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ตำบลภา อำเภอปัว จังหวัดน่าน นักท่องเที่ยวในพื้นที่และต่างจังหวัด ต่างยลโฉมชมดอกต้นชมพูภูคา ซึ่งเป็นพืชหายากชนิดหนึ่งของโลก ที่มีดอกสีชมพู อมขาว พบแห่งเดียวที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน ซึ่งในพื้นที่เขตอุทยานมีสภาพอากาศที่หนาวเย็น โดยเฉพาะที่ยอดดอยภูคา ซึ่งขณะนี้ต้นชมพูภูคา พันธุ์ไม้ที่ได้ชื่อว่าหายากที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง เคยพบในมณฑลยูนานของจีน ก่อนจะสูญพันธุ์ไป และมีการค้นพบอีกครั้งในประเทศไทย ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน พันธุ์ไม้ชนิดนี้ จึงหลงเหลืออยู่ในโลกเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ซึ่งต้นชมพูภูคาจะมีช่อดอกสีชมพู จะผลิตดอกประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงประมาณกลางเดือนมีนาคม จะเบ่งบานรอให้นักท่องเที่ยวมาชื่นชม ซึ่งในรอบหนึ่งปีดอกชมพูภูคาจะออกดอกสีชมพูเป็นช่อสวยสดใส เฉพาะในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ของทุก ๆ นั้น แต่ปัจจุบันสภาพอากาศทั่วอุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีความชื้นและอากาศเย็น

นายฉัตรชัย โยธาวุธ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่า ดอกชมพูภูคา น่าจะออกดอกมากกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจะยาวนาน และคาดว่านักท่องเที่ยวสามารถยลโสมดอกภมพูภูคาบานไปจนถึงปลายเดือนเมษายน 2562 เนื่องจากบางต้นกำลังแทงช่อออกตามลำกิ่ง ส่วนดอกชมพูภูคานั้นจะออกดอกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ตัวดอกมีสีชมพู เมื่อบานดอกจะชิดกันแน่นทำให้ดูเป็นพุ่มสวยงาม

นักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชมได้ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ในพื้นอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อำเภอปัว ซึ่งเป็นจุดที่สามารถชมต้นชมพูภูคาได้สะดวกที่สุด อยู่บริเวณริมทางหลวงหมายเลข 1256 (ปัว-บ่อเกลือ) อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร และอีกจุดที่ 2 ที่ทำการในพื้นอุทยานแห่งชาติดอยภูคา

นอกจากนี้ โดยทางอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวชมดอกชมพูภูคา ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ขอความร่วมมือ จากนักท่องเที่ยว กรุณานำขยะกลับคืนถิ่นด้วย

ร่วมแสดงความคิดเห็น