วันที่ 15 มี.ค.62 รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณีที่ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง ได้ประสบปัญหามลพิษ ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน และมีผลต่อสุขภาพของประชาชน ทำให้หลายหน่วยงานต่างเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งการควบคุมปัญหาการเกิดไฟป่า และขณะที่ในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ก็ได้มีการฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ และลดปริมารค่าฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยหลังจาก เมื่อวันที่ 13 มี.ค.62 ที่ผ่านมา ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ในการบูรณาการ การดำเนินการแก้ไข และการปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำ เพื่อทำการฉีดละอองน้ำรอบตัวเมือง และใกล้เคียง เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาในระดับหนึ่ง

ขณะเดียวกัน ในเวลาต่อมา จากกรณีที่ได้มีประชาชนชาวเชียงใหม่ ตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ถึงไม่มีการเปิดน้ำพุที่ได้มีการติดตั้งไว้โดยรอบคูเมืองเชียงใหม่ จนกระทั่งเกิดเป็นข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลเกิดขึ้น ในเวลาต่อมาทำให้ล่าสุด ทางเพจเฟสบุ๊กของ “เทศบาลนครเชียงใหม่” ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า “ตามที่มีประชาชนมีข้อสงสัยเรื่อง การเปิด-ปิดน้ำพุรอบคูเมืองเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ขอชี้แจงข้อมูลให้ทราบดังนี้

ปัจจุบันระบบน้ำพุในคูเมือง มีจำนวนทั้งสิ้น 66 ชุด ซึ่งเทศบาลนครเชียงใหม่อยู่ระหว่างการดำเนินการซ่อมแซมและพัฒนาเปลี่ยนระบบน้ำพุเป็นระบบซับเมิสสิเบิ้ล (Submersible) โดยจะทำการรื้อถอนระบบน้ำพุเดิมทั้งหมดออกหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ และจะติดตั้งระบบน้ำพุใหม่ทั้งหมด ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ตั้งเวลาเปิดน้ำพุอัตโนมัติในช่วงเวลา 7.00-10.00 น. 11.00-13.00 น. 14.00-16.00 น. 17.00-19.00 น. และ 21.00-22.00 น. สำหรับน้ำพุที่สามารถใช้งานได้บางส่วน”

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการดำเนินการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่านั้น นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกภาคส่วนไม่ได้นิ่งนอนใจ และมีการบูรณาการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการระดมกำลังกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้มีการระดมกันทำการฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่รอบตัวเมืองทั้งหมด รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับอากาศ รวมไปถึงได้มีการประสานขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่ ที่กำลังดำเนินการ และการบูรณาการเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย ในการตรวจเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหาไฟป่าขึ้นในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ขึ้นอยู่กับการรับรู้ของพี่น้องประชาชน รวมทั้งความร่วมมือกัน และการบูรณาการของเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ในการช่วยกันป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยทางตนขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มีผู้ใดนิ่งนอนใจ และถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก โดยจะมีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาทำให้สภาพอากาศดียิ่งขึ้น จนกว่าจะกลับมาสู่ภาวะปกติ

ร่วมแสดงความคิดเห็น