วันที่ 17 มี.ค.62 นายกวี ประสมพล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ปิดประกาศบริเวณอุทยานฯ เรื่องการปิดการท่องเที่ยวบริเวณถ้ำหลวงโดยมีเนื้อหาว่าจะมีการปิดการท่องเที่ยวดังกล่าวตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 มี.ค.62 ถึงวันที่ 20 มี.ค.62 เป็นเวลา 3 วัน เพื่อให้หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือหรือกองทัพเรือและกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.เชียงราย เข้าไปปฏิบัติงานภายในถ้ำหลวงตามที่คณะทำงานบูรณาปรับปรุงฟื้นฟู อุทยานฯ ได้ประชุมและทางกองอำนวยการฯ ได้มีมติให้เข้าไปปฏิบัติการในถ้ำหลวง ตามวันและเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตามหนังสือระบุอีกว่าสำหรับการท่องเที่ยวบริเวณอื่นโดยเฉพาะที่ขุนน้ำนางนอนหรือสระน้ำมรกตที่ตั้งอยู่ห่างไปประมาณ 2 กิโลเมตรนั้น นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปยังสามารถเข้าไปเที่ยวชมกันได้ตามปกติ

ซึ่งการเก็บกู้ครั้งนี้เนื่องจากทางกองอำนวยการฯ โดยทางหน่วยซีลกรมอุทยานแห่งชาติ หน่วยชีล หน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มิสเตอร์เวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ ได้เข้าไปสำรวจล่วงหน้ามาแล้วเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมาพบว่ายังมีน้ำและทรายท่วมบริเวณสามแยกห่างจากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ที่โถงแรก โถงที่ 2 และโถงที่ 3 น้ำได้แห้งแล้วภายในถ้ำมีอุปกรณ์ประกอบด้วยสายไฟฟ้า ท่ออากาศ วิทยุสื่อสาร ถังออกซิเจนคงค้างอยู่กว่า 300 ถังโดยมีมากที่โถงที่ 3 ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการขณะเกิดเหตุและโถงที่ 2 ซึ่งเป็นโถงใหญ่อีกแห่งหนึ่ง เปลสนามและสายเชือกที่ใช้สำหรับเชื่อมโยงเส้นทางถึงกันไปตลอดรายทาง เครื่องสูบน้ำ กระดาษฟรอยด์ อาหารพาวเวอร์เจล ขยะ

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินหน้าจากโถงที่ 3 ผ่านสามแยกไปทางเนินนมสาวระยะทางอีกประมาณ 700 เมตร เพื่อสำรวจอุปกรณ์ต่อไปได้เนื่องจากน้ำยังคงท่วมและมีทรายอุดตัน เมื่อกองอำนวยการฯ และคณะทำงานบูรณาปรับปรุงฟื้นฟู อุทยานฯ ได้ประชุมพร้อมนำข้อมูลมาหารือแล้วจึงได้ข้อสรุปว่าเป็นช่วงที่เหมาะสมจึงจะมีการระดมกำลังเพื่อจะเข้าไปปฏิบัติการขนย้ายอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมดออกมา โดยอุปกรณ์ทั้งหมดส่วนหนึ่งจะนำคืนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้เสียสละนำไปเข้าร่วมปฏิบัติการดังกล่าวและส่วนหนึ่งจะใช้จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์หน้าถ้ำหลวงในอนาคต

สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวยังแบ่งเป็น 2 ช่วงโดยหลังจากช่วงแรกเสร็จสิ้นลงแล้วยังมีการปฏิบัติการในช่วงที่ 2 จะมีระหว่างวันที่ 26-29 มี.ค. ซึ่งคาดว่าทางอุทยานจะมีการออกประกาศอีกครั้ง โดยไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกหรือสื่อมวลชนเข้าไปบริเวณถ้ำโดยอนุญาตให้เฉพาะสำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.เชียงราย เข้าไปเก็บข้อมูลเพื่อพิจารณาเผยแพร่เท่านั้น ขณะที่ในวันสุดท้ายก่อนปิดการท่องเที่ยว 3 วันดังกล่าวพบว่ายังคงมีนักท่องเที่ยวไปเยือนเป็นจำนวนมากแม้ว่าจะมีปริมาณหมอกควันและฝุ่นละอองมากเหมือนช่วงนี้ก็ตาม

ร่วมแสดงความคิดเห็น