บช.ปส. สนง.ตำรวจแห่งชาติ แถลงการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 6 คดี ผู้ต้องหา 10 คน ยาบ้า 848,000 เม็ด โคคาอีน 1,900 กรัม ไอซ์ 20 กิโลกรัม

เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2562 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งมาว่า ตามนโยบายรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการเมื่อวันที่ 16 ต.ค.2561 ให้ดำเนินการลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน,สถานศึกษา,โรงเรียนและสถานประกอบการ โดยให้ดำเนินการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่และข้อสั่งการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2561 และวันที่ 29 ต.ค. 2561 ได้สั่งการให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบูรณาการขับเคลื่อนแก้ปัญหาให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใน 3 เดือน โดยการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด และปฏิบัติการกดดันทุกรูปแบบ มุ่งต่อชุมชนชายแดนที่เป็นแหล่งช่องทางนำเข้า และแหล่งพักยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ สกัดกั้นลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในซึ่ง กองทัพภาคที่ 3, กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จึงได้ร่วมมือกันปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไปตามแผนบูรณาการความร่วมมือในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือในระยะเวลา 3 เดือน (พ.ย.61-ก.พ.62) ตามนโยบายรัฐบาล โดยแม่ทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายแบ่งงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการ การทำงานร่วมกันโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ดำเนินการปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด โดยให้มุ่งเน้นเครือข่ายรายสำคัญและบุคคลที่หลบหนีหมายจับคดียาเสพติด อีกทั้งให้เน้นการขยายผลตรวจยึดทรัพย์สิน

ภายใต้อำนวยการของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.,พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป)/ผอ.ศอ.ปส.ตร.,พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.(สส), พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป๖)/รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.,พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3/ผอ.ศป.ปส.ทภ.๓, และ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้รับบัญชานำข้อสั่งการนำสู่การปฏิบัติ

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดย พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส.,พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.กรณ์ณพัชญ์ กิตติพิบูลย์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบก.ปส.๑, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก. ปส.๒ / โฆษก บช.ปส.,พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.๓, พล.ต.ต.กิตติ สะเภาทอง ผบก.ปส.๔,พล.ต.ต.บัญชา ศรีพัทยากร ผบก.สกส.บช.ปส.,พล.ต.ต.ชยพจน์ หาสุณหะ ผบก.ขส.บช.ปส., พล.ต.ต.ภาณุวิชญ์ ทองยิ้ม ผบก.อก.บช.ปส., พล.ต.ต.ภรศักดิ์ นวนหนู ผบก.ประจำ บช.ปส.

ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.สมสง่า ชรินทร์ รอง ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ตำรวจภูธรภาค 6 โดย พล.ต.ท.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.สุกิจ สมณะ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์

ฝ่ายทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดย พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขานุการ กอ.รมน.,พล.ท.กิตติธัช บุพศิริ ผอ.ศปป.2 กอ.รมน. กองทัพภาค 3 โดย พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3/ผอ.ศป.ปส.ทภ.3, พล.ท.สุภโชค ธวัชพีระชัย มทน.3,พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ รอง มทภ.3 และ พ.ท.ทรงวัฒน์ แสงสีสด หน.บก.ควบคุมศป.ปส.ชน.

สำนักงาน ป.ป.ส. โดยนายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส., นายบัญชา โทสมัย ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด และนายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.ปป.4

ศุลกากร โดยนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร , นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร , นายสรศักดิ์ มีนะโตรี รองอธิบดีกรมศุลกากร, นายธาดา ชุมไชโย ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและปราบปราม, นายไชยทัต นิวาศะบุตร รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนและปราบปราม และ นายเดชา วิชัยดิษฐ์ ผอ.ส่วนสืบสวนปราบปราม 3 กรมศุลกากร

คดีที่ 1 เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 และ กก.3 บก.ปส.3 บช.ปส.ร่วมกับ บก.ขส.บช.ปส.ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ 1.นายวิโรจน์ มาเยอะ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145 หมู่ 1 ต.สันกลาง อ.พาน จว.เชียงราย 2.นายเอกภพ บริณัย อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 230 หมู่ 1 ต.สันกลาง อ.พาน จว.เชียงราย พร้อมด้วยของกลาง รวมจำนวน 5 รายการ ดังนี้ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมทั้งสิ้น 250 มัด หรือ ประมาณ 500,000 เม็ด 2. รถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบอร์น หมายเลขทะเบียน บห 3457 เชียงราย จำนวน 1 คัน 3. รถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ไทเกอร์ สีบอร์น หมายเลขทะเบียน บร 7590 เชียงราย จำนวน 1 คัน 4. รถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีดำ หมายเลขทะเบียน ผจ 8364 เชียงราย จำนวน 1 คัน 5. โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 2 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดย ผิดกฎหมาย”

พฤติการณ์แห่งคดี โดยในคดีนี้หน่วยร่วมได้รับแจ้งว่ากลุ่มนายวิโรจน์ มาเยอะ และนายเอกภพ บริณัย เป็นกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด (ยาบ้า) รายสำคัญรายหนึ่งในพื้นที่ จว.เชียงราย ชุดจับกุมจึงได้สืบสวนติดตามเฝ้าสังเกตพฤติการณ์ของทั้ง 2 คน เรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ 6 เม.ย. 2562 ชุดจับกุมพบนายวิโรจน์ฯ และนายเอกภพฯ ขับรถเข้ามาจอดเพื่อเจรจากันที่บริเวณไหล่ทาง ถ.พหลโยธิน ต.ทรายขาว อ.พาน จว.เชียงราย และบริเวณนั้นมีรถยนต์กระบะซึ่งท้ายกระบะมีลักษณะผ้าปกปิดสิ่งของบางอย่างไว้จอดอยู่ก่อนแล้ว 1 คัน ชุดจับกุมจึงแสดงตัวขอตรวจค้นรถยนต์กระบะทั้ง 3 คัน ผลการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ มีผ้าห่มปกปิดไว้ ซุกซ่อนอยู่บริเวณท้ายรถยนต์กระบะคันที่จอดไว้ก่อนนั้น จำนวน 250 มัด ประมาณ 500,000 เม็ด นายวิโรจน์ฯ และนายเอกภพฯ ไหวตัวและพยายามวิ่งหลบหนี ชุดสืบสวนได้เข้าปิดล้อมและจับกุม จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองคนยอมรับว่าได้ร่วมกันลำเลียงยาบ้ามารอส่งมอบให้กับผู้รับซื้อจริง ชุดสืบสวนจึงได้ร่วมกันตรวจยึดยาเสพติด (ยาบ้า) จำนวน 250 มัด ประมาณ 500,000 เม็ด และควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 บช.ปส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส.3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร เจ้าหน้าที่ตรวจคน- เข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ตามโครงการ AITF ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 1 คน คือ 1.นายฟอล มามาดู (MR.FALL MAMADOU) อายุ 48 ปี สัญชาติเซเนกัล พร้อมด้วยของกลาง รวมจำนวน 2 รายการ ดังนี้ 1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 2โคคาอีน (COCAINE) ทั้งสิ้น 99 ก้อนน้ำหนักประมาณ 1,900 กรัม 2. โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 1 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า “นำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีนเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมี ยา เสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พฤติการณ์แห่งคดี ในคดีนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนโดยวิเคราะห์ความเสี่ยงในการลักลอบนำยาเสพติดให้โทษเข้ามาในราชอาณาจักรจากรายชื่อผู้โดยสารของสายการบินเป้าหมาย พบผู้โดยสารต้องสงสัยชื่อนายฟอล มามาดู (MR.FALL MAMADOU) ชุดจับกุมจึงได้เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณประตูสะพานเทียบเครื่องบินของสายการบินเป้าหมาย จนกระทั่งผู้ต้องสงสัยเดินออกมาจากประตู ชุดจับกุมได้ติดตามไปจนถึงช่องตรวจของศุลกากรไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (ช่องเขียว) ฝั่งตะวันตก โซน C ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ สนามบินสุวรรณภูมิ และได้ขอให้ชายต้องสงสัยนำสัมภาระเข้าเครื่องเอกซเรย์ ซึ่งจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายเอกซเรย์เบื้องต้น ไม่พบสิ่งผิดปกติในกระเป๋าสัมภาระที่ผู้ต้องสงสัยถือขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่ได้ทำการสัมภาษณ์และขอให้ผู้ต้องสงสัยไปเอกซเรย์ร่างกายเพื่อตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมที่โรงพยาบาล จากการตรวจสอบภาพเอกซเรย์ แพทย์ผู้ทำการตรวจแจ้งว่าพบสิ่งแปลกปลอม อัดแน่นอยู่ในลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ในเบื้องต้นนายฟอล มามาดู ยอมรับว่าได้กลืนยาเสพติดเข้าไปในร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายฟอล มามาดู ไว้เพื่อรอการขับถ่ายสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย ซึ่งต่อมานายฟอล มามาดู ได้ขับถ่ายสิ่งแปลกปลอมลักษณะเป็นผงสีขาวบรรจุห่อหุ้มด้วยพลาสติกใสออกมาทั้งสิ้น 99 ก้อน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 1,900 กรัม เมื่อทำการตรวจสอบผงสีขาวด้วยน้ำยาทดสอบเบื้องต้นของยาเสพติดชนิดโคคาอีนแสดงผลว่าวัตถุแปลกปลอมดังกล่าวเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีนฯ จึงร่วมกันจับกุมนายฟอล มามาดู และนำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 3

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 1 คน คือ 1. นายอาเบนุ แสนหมี่ อายุ ๓3 ปี บ้านเลขที่ 5 หมู่ 10 ต.แม่อาย อ.แม่อาย จว.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา 4404/2546 ลง 11 มิถุนายน 2546 โดยกล่าวหาว่า “สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำความผิดตามที่ได้สมคบกัน” พฤติการณ์แห่งคดี จากการสืบสวนจับกุม นายเล่าต๋า แสนลี่ กับพวกพร้อมเฮโรอีน 336 กรัม เมื่อปี 2546 และการจับกุมนายเล่าต๋า แสนลี่ กับพวก พร้อมไอซ์ 20 กิโลกรัม เมื่อปี 2559 โดยในคดีดังกล่าวนายสมชาย หรืออาเบนุ แสนหมี่ ผู้ร่วมกระทำผิดหลบหนี บก.ปส.3 ได้ทำการสืบสวนหาข่าวเรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ 10 เมษายน 2562 ทราบว่านายสมชาย หรืออาเบนุ แสนหมี่ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา 4404/๒๕46 ลง 11 มิถุนายน 2546 ได้มาหลบซ่อนอยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 10 ต.แม่อาย อ.แม่อาย จว.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.3 จึงได้ขอหมายค้นศาลจังหวัดฝาง เพื่อขอตรวจค้นบ้านดังกล่าว จากการตรวจค้นพบนายสมชาย หรือาเบนุ แสนหมี่ หลบซ่อนอยู่ จึงทำการจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 4

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 และ กก.3 บก.ปส.3 บช.ปส.ร่วมกันทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา 4 คน คือ 1.นายปิติภัทร หรือแยะ วิสัยทัศนากุล อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/2 หมู่ 11 ต.สุเทพ อ.เมือง จว.เชียงใหม่ 2.นายนิอูมา หรือมัง เจ๊ะหวัง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 4 ต.ปากบาง อ.เทพา จว.สงขลา 3.นายต่วนฟุรกิน หรือก้องหรือกอน สาแม อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/1 หมู่ 8 ต.บุดี อ.เมือง จว.ยะลา 4.นายทรงสิทธิ์ หรือล่ง ทรงสิริวงศ์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/202 หมู่ 9 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จว.เชียงใหม่

พร้อมด้วยของกลาง รวมจำนวน 6 รายการ ดังนี้ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมทั้งสิ้น 174 มัด หรือ ประมาณ 348,000 เม็ด 2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) รวมประมาณ 20 กิโลกรัม 3. รถยนต์กระบะโตโยต้า สีบอร์นทอง หมายเลขทะเบียน ผบ 4331 เชีบงใหม่ จำนวน 1 คัน 4. รถยนต์กระบะอีซุซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน ผธ 3179 สงขลา จำนวน 1 คัน 5. รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ามูบ สีขาว หมายเลขทะเบียน 7กท 8875 กทม. จำนวน 1 คัน 6. โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 5 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

พฤติการณ์แห่งคดี ตามแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือแบบเบ็ดเสร็จ (พ.ศ.2562-2565) ที่มุ่งเน้นในการสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้ทะลักเข้ามาในประเทศและเข้าไปสู่พื้นที่ตอนใน การสืบสวนสอบสวนขยายผลการจับกุมในทุกๆคดีให้สามารถดำเนินคดีกับกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลัง นายทุนและเครือข่ายทั้งหมด พร้อมมุ่งเน้นตัดเส้นทางการเงิน การติดตามยึดทรัพย์

ร่วมแสดงความคิดเห็น