สรุปผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 11/2567

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาทฯ โดยมีนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน ได้พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันฟุตบอล และเรื่องร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน โดยมีผลการพิจารณาบทลงโทษ ประกอบด้วย เรื่องพิจารณาลงโทษสโมสร จำนวน 3 เรื่อง และ เรื่องพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน จำนวน 1 เรื่อง ตามรายละเอียด ดังนี้

1. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการรีโว่ คัพ (รอบรองชนะเลิศ) วันที่ 22 พฤษภาคม 2567 คู่ระหว่างสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด

      • เหตุการณ์ ก่อนเริ่มการแข่งขัน กองเชียร์สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ที่นั่งอยู่อัฒจันทร์โซน S ร้องเพลงตะโกนด่าสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยถ้อยคำหยาบคาย อย่างพร้อมเพียง ปรากฏคลิปในสื่อออนไลน์
      • ผลพิจารณาโทษ ลงโทษกองเชียร์สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 ปรับเงิน 30,000 บาท การกระทำดังกล่าวเป็นการด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย

      2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการรีโว่ คัพ (รอบรองชนะเลิศ) วันที่ 22 พฤษภาคม 2567 คู่ระหว่างสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ สโมสรการท่าเรือ เอฟซี

        • เหตุการณ์ ก่อนการแข่งขัน กองเชียร์สโมสรการท่าเรือ เอฟซี และ กองเชียร์สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้จุดพลุบริเวณลานจอดรถของทีมตน ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยปรากฏภาพเหตุการณ์กองเชียร์แต่ละทีมที่จุดพลุอย่างชัดเจน
        • ผลพิจารณาโทษ ลงโทษกองเชียร์ทั้งสองสโมสร มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.3 ปรับเงินสโมสรละ 30,000 บาท การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน แต่อยู่ภายนอกอัฒจันทร์ที่นั่งในช่วงเวลาก่อนเริ่มการแข่งขัน

        3. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการ “ไฮลักซ์ รีโว่ ไทยลีก” ไทยลีก 1 วันที่ 26 พฤษภาคม 2567 คู่ระหว่างสโมสรสุโขทัย เอฟซี พบ สโมสรลำพูน วอริเออร์

          • เหตุการณ์ หลังจบการแข่งขัน กองเชียร์สโมสรสุโขทัย เอฟซี ทางด้านอัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือ ได้ทำการจุดพลุแฟร์บนอัฒจันทร์ 2 – 3 ดอก และได้ขว้างลงมาด้านหลังประตูฟุตบอล เกิดควันในสนาม เช่นเดียวกับ กองเชียร์สโมสรลำพูน วอริเออร์ ที่อยู่อัฒจันทร์ฝั่งทิศใต้ได้จุดพลุแฟร์ขึ้นในกลุ่มกองเชียร์ตัวเอง
          • ผลพิจารณาโทษ

          1) ลงโทษกองเชียร์ทั้งสองสโมสร มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.3 ปรับเงิน 60,000 บาท การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน และจุดบนอัฒจันทร์ที่นั่ง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ชมทั่วไปที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

          2) ลงโทษสโมสรสุโขทัย เอฟซี ในฐานะทีมเหย้า มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.18 (1) ปรับเงิน 30,000 บาท บกพร่องในการตรวจเช็คหรือควบคุม ปล่อยให้กองเชียร์นำวัสดุต้องห้ามหรือพลุเข้าไปในอัฒจันทร์ที่นั่งของทีมเหย้าและทีมเยือน

          การพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสิน การแข่งขันฟุตบอลรายการไทยลีก 2
          เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 คู่ระหว่างสโมสรนครศรี ยูไนเต็ด พบ สโมสรระยอง เอฟซี (สโมสรระยอง เอฟซี ร้องเรียน 5 เหตุการณ์)

          • เหตุการณ์ที่ 1 ในนาทีที่ 68 ผู้เล่นหมายเลข 55 นายสุวัฒน์ จันทร์บุญภา สโมสรระยอง เอฟซี ทำการสไลด์ตัวไปโดนที่ลูกบอลก่อน และจังหวะต่อเนื่องได้ไปสัมผัสโดนบริเวณขาซ้ายของผู้เล่นหมายเลข 98 นายศิวรุต ผลหิรัญ สโมสรนครศรี ยูไนเต็ด จนล้มลงไปในกรอบเขตโทษ ซึ่งในจังหวะนี้ผู้ตัดสินเป่าให้ฟาล์วและให้เป็นลูกโทษกับสโมสรนครศรี ยูไนเต็ด
          • ผลการพิจารณา ลงโทษนายชัยฤกษ์ งามสม ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันฯ ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษ ข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 เดือน เนื่องจากเป่าให้จุดโทษ ทั้งที่ ไม่เป็นการฟาล์วโดยเล่นบอลก่อน และไม่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับอันตราย Normal Football Contact / Fair Challenges
          • เหตุการณ์ที่ 2 ในนาทีที่ 73 ผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. VALDOMIRO SOARES EGGRES สโมสรนครศรี ยูไนเต็ด ได้เลี้ยงบอลมาเข้าทางผู้เล่นหมายเลข 5 นายวสุศิวกิจ ภูสีฤทธิ์ สโมสรระยอง เอฟซี ในจังหวะต่อมาเกิดการปะทะกันเกิดขึ้น ซึ่งในจังหวะนี้ผู้ตัดสินได้เป่าให้ฟาล์วกับผู้เล่นสโมสรนครศรี ยูไนเต็ด
          • ผลการพิจารณา พฤติกรรมของผู้เล่นหมายเลข 5 นายวสุศิวกิจ ภูสีฤทธิ์ สโมสรระยอง เอฟซี ได้ใช้ลำตัวกีดขวางทำให้เกิดการปะทะกันโดยที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ตามไปเล่นบอลต่อได้ จึงเป็นการกระทำผิดกติกาข้อ 12 ให้เตะโทษโดยตรงหากมีการกีดขวางการเล่นที่มีการสัมผัส นายชัยฤกษ์ งามสม ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง
          • เหตุการณ์ที่ 3 ในนาทีที่ 77 ผู้เล่นหมายเลข 23 นายพงศกร ตาคำ สโมสรระยอง เอฟซี พยายามจะแย่งชิงบอลจาก ผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. VALDOMIRO SOARES EGGRES สโมสรนครศรี ยูไนเต็ด แต่เท้าซ้ายของผู้เล่นหมายเลข 23 นายพงศกร ตาคำ สโมสรระยอง เอฟซี ได้ไปเหยียบโดนที่บริเวณน่องซ้ายของผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. VALDOMIRO SOARES EGGRES สโมสรนครศรี ยูไนเต็ด ซึ่งในจังหวะนี้ผู้ตัดสินได้เป่าฟาล์วและให้ใบแดงกับผู้เล่นหมายเลข 23 นายพงศกร ตาคำ สโมสรระยอง เอฟซี
          • ผลการพิจารณา พฤติกรรมของผู้เล่นหมายเลข 23 นายพงศกร ตาคำ สโมสรระยอง เอฟซี ใช้เท้าซ้ายเหยียบไปที่บริเวณน่องซ้าย ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน และก่อให้เกิดอันตรายต่อฝ่ายตรงข้าม เป็นความผิดตามกติกาข้อ 12 serious foul play นายชัยฤกษ์ งามสม ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง ที่ให้ใบแดง
          • เหตุการณ์ที่ 4 ในนาทีที่ 88 ผู้เล่นหมายเลข 64 นายอภิวัฒน์ หารใจ สโมสรระยอง เอฟซี ได้ครอบครองบอลแต่ถูกผู้เล่นหมายเลข 31 นายวันเฉลิม ยิ่งยง สโมสรนครศรี ยูไนเต็ด สไลด์มาจากด้านหลังทั้งคนทั้งบอล จนผู้เล่นหมายเลข 64 นายอภิวัฒน์ หารใจ สโมสรระยอง เอฟซี ล้มลงไป ซึ่งในเหตุการณ์นี้ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าให้ฟาล์วแต่อย่างใด
          • ผลการพิจารณา พฤติกรรมของผู้เล่นหมายเลข 31 นายวันเฉลิม ยิ่งยง สโมสรนครศรี ยูไนเต็ด เข้าแย่งชิงจากด้านหลังแต่ขาขวาได้เหยียดเล่นที่ลูกบอลก่อนแล้วจึงมีการไถลลำตัวไปกับพื้น ไม่สามารถหยุดยั้งได้ทำให้ไปปะทะถูกขาของผู้เล่นหมายเลข 64 นายอภิวัฒน์ หารใจ สโมสรระยอง เอฟซี ล้มลง ซึ่งเป็นธรรมชาติของการแย่งชิงบอล ไม่มีการทำผิดกติกาของผู้เล่น ถือว่าเป็นการตัดสินที่ถูกต้องเพราะตาม Key Factors ที่ FIFA อธิบายกติกาเป็น Normal Football Contact / Fair Challenges • Ball First ไม่เป็นการฟาล์ว โดยเล่นบอลก่อน และไม่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับอันตราย นายชัยฤกษ์ งามสม ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง
          • เหตุการณ์ที่ 5 ตั้งแต่ในนาทีที่ 75 ฝนเริ่มตกหนัก มีทั้งลมและเสียงฟ้าร้องเป็นระยะ ๆ ทั้ง 2 ทีมไม่สามารถเล่นฟุตบอลกันได้ ฟุตบอลตกพื้นไม่มีการกระเด้ง ไม่สามารถส่งบอลที่เป็นปกติได้ จากการถ่ายทอดสดยังมองแทบไม่เห็นว่าใครเป็นใคร แต่ทางผู้ตัดสินยังปล่อยให้เกมดำเนินต่อ จนเหตุการณ์ไฟดับแม้จะกลับมาได้ทันตามกฎที่ระบุไว้ ทางสโมสรระยอง เอฟซี ไม่เห็นด้วยกับการแข่งขันต่อ โดยไม่คำนึงความปลอดภัยของนักกีฬา รวมถึงเจ้าหน้าที่ทีมงานที่อยู่ในสนาม
          • ผลการพิจารณา ผู้ตัดสินแจ้งว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น นักกีฬาทั้งสองทีมยังคงสามารถดำเนินการแข่งขันต่อได้ ผู้ตัดสินจึงพิจารณาให้เล่นต่อไป และในช่วงนาทีที่ 80 มีเหตุการณ์ไฟฟ้าดับเกิดขึ้น ผู้ตัดสินจึงสั่งหยุดการเล่นชั่วคราว และหลังกลับไปลงแข่งขันต่อ ฝนก็เริ่มตกน้อยลง จึงไม่ได้สั่งหยุดหรือยกเลิกการแข่งขัน เป็นไปตามกติกาข้อ 5 Outside interference นายชัยฤกษ์ งามสม ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง

          ร่วมแสดงความคิดเห็น