ยิมแอโรบิกบุกเวียดนามล่าทอง “ชิงแชมป์เอเชีย”

สมาคมกีฬายิมนาสติก ส่งนักกีฬาแอโรบิก 36 ชีวิต ล่าเหรียญทองรายการชิงแชมป์เอเชียที่เวียดนาม ยอมรับเป็นงานหนัก แต่ยังเน้นเจตนารมณ์เดิม แข่งเพื่อหวังผล ตอกย้ำเป้าหมายแรกต้องเป็นผู้นำในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนถึงซีเกมส์ปลายปีหน้า

ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทย ซึ่งขณะนี้ได้เก็บตัวทำการฝึกซ้อมกันอย่างต่อเนื่อง ที่ศูนย์ฝึกเพื่อการแข่งขันในซอยเพชรเกษม 81 มีทั้ง ยิมนาสติกศิลป์ชาย-หญิง, ยิมนาสติกลีลา และ ยิมนาสติกแอโรบิก เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันรายการนานาชาติ และ การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ ปลายปี พ.ศ. 2568

น.ต.ศรายุทธ พัฒนศักดิ์ นายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเมื่อเดือนต้นเดือน และ กลางเดือนพฤษภาคม ได้ส่งนักกีฬายิมนาสติกลีลา และ ยิมนาสติกศิลป์ เดินทางไปเข้าร่วมแข่งขันรายการชิงแชมป์เอเชีย ที่เมืองทาชเค้นท์ ประเทศอุซเบกิสถาน ผลงานอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ต่อเนื่องในระหว่างวันที่ 8-10 มิถุนายน สมาคมฯเตรียมส่งนักกีฬายิมนาสติกแอโรบิก เดินทางไปเข้าร่วมแข่งขันรายการชิงเอเชีย ที่เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นรายการใหญ่ โดยปีนี้ได้ส่งไปมากกว่าทุกครั้ง รวมทั้งสิ้น จำนวน 36 คน รวมกับผู้ฝึกสอนอีก 4 คน เป็น 40 คน

สำหรับนักกีฬาชุดนี้นำทีมโดย ชนกพล เจียมสุขใจ, ปรเมษ ทองสอง, ณัฐพงศ์ อักษรพันธ์, ชวิศา อินทกุล, สุภัสสร วัชราภรณ์ , ปัญรส วัดทอง, วรนิษฐา มีทรัพย์อรุณ, ฐิติชญา ปิ่นฝั้น, อนุธิดา บุญมาก, ด.ญ.ชนมน และ ภคมน เหมอยู่ ฯลฯ โดยมี “อ.หน่อง” นันท์นิชา เสนาชัย, ณัฐวุฒิ พิมพา (ผู้ตัดสิน) และ ไพรัช ทศคำไชย กับ น.ส.อิริยา รุ่งเรือง เป็นผู้ฝึกสอน
อย่างไรก็ตาม ดร.กุสุมาลย์ ประเสริฐศรี ผู้จัดการทีมชาติไทย ยืนยันว่า นักกีฬาชุดนี้เป็นชุดเก่าผสมใหม่ รวมกับชุดดาวรุ่งที่ผลงานดีจำนวนหลายคน ทุกคนได้เก็บตัวซ้อมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เป็นชุดที่เตรียมไว้แข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ท่าชุดได้มีการผสมผสานเข้ากันเป็นอย่างดี ไม่มีอะไรต้องกังวล ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง ยังคงเน้นนโยบาย นายกสมาคมฯ ที่ไม่ต้องการส่งไปเพื่อหาประสบการณ์ แต่เน้นเรื่องผลการแข่งขันเป็นสำคัญ ดังนั้นเราจึงต้องเฟ้นในกลุ่มที่มีประสบการณ์ผ่านเกมระดับนานาชาติมายาวนาน และ กลุ่มสายเลือดใหม่ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด สามารถหวังผลได้ทันที รายการชิงแชมป์เอเชียที่เวียดนาม ครั้งนี้ต้องเจอกับคู่แข่งไม่น้อยกว่า 30 ประเทศ เป็นงานยากแน่นอน แต่มั่นใจว่าเราสู้ได้ สิ่งที่ต้องการเห็นมากที่สุดคือ การพัฒนาของคู่แข่งทั้งในทวีปเอเชีย และ กลุ่มซีเกมส์ ด้วยกัน อย่างน้อยเราต้องรู้เขา-รู้เรา และยังต้องการเป็นผู้นำในย่านอาเซียน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายใหญ่จนกว่าจะถึงซีเกมส์ ปลายปีหน้า

ร่วมแสดงความคิดเห็น