จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย เร่งสกัดเงินเฟ้อ

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าแต่เริ่มทยอยกลับมาและมีความต่อเนื่อง คาดว่าจีดีพีปีนี้จะขยายตัว 3.3% แต่โจทย์ใหญ่และน่าเป็นห่วงมากที่สุดคือภาคการท่องเที่ยว จากที่ผ่านมาได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งในตอนนี้ได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆและกิจกรรมเศรษฐกิจเริ่มฟื้นกลับมา โดย ธปท. คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้จะมี 6 ล้านคน ซึ่งหากทุกๆ 1 ล้านคนที่เพิ่มเข้ามาจะทำให้เพิ่มจีดีพีประเทศได้ 0.4% ทั้งนี้ภาคการท่องเที่ยวได้กระทบมากที่สุดในภาคใต้ เพราะส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคบริการ ซึ่งในเวลานี้คนรู้สึกเริ่มมีกิจกรรมเศรษฐกิจดีมากขึ้น ทำให้รายได้คนเริ่มกลับมา แต่ความเสี่ยงยังคงเป็นเรื่องเงินเฟ้อที่เพิ่มมากขึ้น จากเดือน มิ.ย. เงินเฟ้อทั่วไปสูงถึง 7.66% สูงกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 1-3% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสงครามและการคว่ำบาตรรัสเซียกับยูเครนทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบเงินเฟ้อสูง ซึ่งการดูแลเงินเฟ้อต้องเป็นแบบหยืดหยุ่น ไม่ได้บอกว่าเงินเฟ้อต้องอยู่ในกรอบทุกเวลา แต่ระยะปานกลางต้องกลับมาในกรอบ อาจหลุดบ้างบางช่วงเวลา นอกจากนี้ถ้าเครื่องยนต์เงินเฟ้อไม่ติด ราคาไม่ควรเพิ่ม และรอบนี้มาจากสงครามรัสเซียกับยูเครน แต่ธปท.จะจัดการให้เงินเฟ้อไม่ติด ต้องไม่ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มเพราะถ้าเงินเฟ้อเครื่องติด จะทำให้ต้นทุนเพิ่มค่าแรงเพิ่ม หน้าที่ ธปท.คุมไม่ให้เครื่องยนต์เงินเฟ้อติด เพราะไปคุมราคาพลังงานในโลกไม่ได้ หน้าที่หลักของทุกธนาคารกลาง ทำอย่างไรยึดเหนี่ยวอย่าให้เงินเฟ้อหลุดไปจากกรอบเป้าหมาย กว่าจะดึงกลับมาเหนื่อยมาก โดยกลไกปกติ คือการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูแลกรอบเงินเฟ้อ จึงต้องปรับนโยบายการเงิน ค่อยๆถอนคันเร่ง ทั้งฝั่งนโยบายเศรษฐกิจและการเงินให้กลับเข้ามาสู่ภาวะปกติ “ถ้าไม่เริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เงินเฟ้อก็จะไปต่อ คนเดือดร้อนคือกลุ่มเปราะบาง ผมไม่เถียงถ้า ดอกเบี้ยขึ้น กระทบครัวเรือนและธุรกิจ เพราะครัวเรือนไทยมีหนี้สูง แต่ถ้าเงินเฟ้อเพิ่มจะกระทบหนักกว่า ค่าครองชีพเพิ่มผลกระทบครัวเรือนเปราะบางต่างๆ ผลกระทบทำให้ภาระหนี้ขึ้น และถ้าปรับขึ้นเร็วอาจทำให้เศรษฐกิจสะดุดได้ เหมือนกับการขึ้นเร็วแรงเหมือนเฟดซึ่งต่างบริบทกัน เราไม่ควรทำ จึงต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ปรับดอกเบี้ย และทำอย่างยืดหยุ่นเหมาะสม”

พาณิชย์เผย เงินเฟ้อมิ.ย. 65 เพิ่มจากเดือนก่อน

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย (CPI) เดือนมิถุนายน 2565 เท่ากับ 107.58 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2565 (106.62) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.90 (MoM) ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่สูงขึ้นร้อยละ 1.40 (MoM) ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนนี้อยู่ที่ร้อยละ 7.66 (YoY) เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการของภาครัฐที่พยายามช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ และผู้ประกอบการภาคเอกชนได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการตรึงราคาขายปลีกเพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยคำนึงถึงการได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างสมดุล ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากมองในมิติการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในเดือนนี้ พบว่า ปัจจัยหลักยังคงเป็นราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม ซึ่งมีสัดส่วนถึงร้อยละ 61.83 และทำให้อัตราเงินเฟ้อขยายตัวร้อยละ 7.66 (YoY) นอกจากนี้ เป็นผลจากหลักการของการคำนวณเงินเฟ้อที่ต้องนำดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนมิถุนายนปี 2565 ที่ระดับ 107.58 มาคำนวณกับเดือนมิถุนายนปี 2564 ที่ระดับฐานต่ำ (99.93) ทำให้อัตราเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน 2565 มีผลลัพธ์ในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นที่ร้อยละ 7.66 […]

อาหารจานเดียวราคาพุ่ง! 4 เดือน ขึ้นมาอยู่ที่ 60 บาท

LINE MAN Wongnai เปิดรายงานดัชนีราคาอาหารจานเดียวทั่วประเทศไทย ระหว่างปี 2563-2565 เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับสถานการณ์เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน โดยใช้ข้อมูลราคาที่ขายจริงจากร้านอาหารกว่า 7 แสนร้านที่ขายเดลิเวอรีบนแพลตฟอร์ม LINE MAN ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย พบประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้ ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทยในรอบปี แพงขึ้น 3.66 บาท หรือ 6.7% (เทียบระหว่างพฤษภาคม 2564 และพฤษภาคม 2565) ใกล้เคียงกับตัวเลขเงินเฟ้อ 7.1% ของกระทรวงพาณิชย์ ราคาอาหารในต่างจังหวัดยังต่ำกว่าในกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่เฉลี่ยจานละ 7 บาท แต่ต่างจังหวัดมีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารเร็วกว่าในกรุงเทพและปริมณฑล อาหารเมนูหมูยังราคาใกล้เคียงเดิม แต่เมนูไก่ราคาแพงขึ้นชัดเจน ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นมา ข้าวผัดกะเพราราคาพุ่ง แพงขึ้นเฉลี่ย 3 บาท ภายใน 4 เดือนแรกของปี 2565 (ข้อมูลระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2565) จากเฉลี่ยจานละ 56 บาท เพิ่มเป็นเฉลี่ยจานละ 59 บาท […]