รวบ 1 ราย เจ้าของบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์

จับแล้ว 1 ราย เจ้าของบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก ต้นอ้อ ภัทธีมา พิธีกรชื่อดัง เตรียมขยายผลผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด วันนี้ (3 ส.ค.65) เวลา 14.30 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ PCT ร่วมกับ ภ.จว.สระบุรี และ สน.ทองหล่อ จับกุมเจ้าของบัญชีม้า แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลองลวงพิธีกรชื่อดัง เตรียมขยายผลบัญชีม้าทุกแถว และผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ย้ำ แม้อยู่ต่างประเทศก็สามารถเอาตัวกลับมาดำเนินคดีได้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจาก น.ส.ภัทธีมา โกมลบวรกุล หรือต้นอ้อ พิธีกรชื่อดัง ผู้เสียหาย เดินทางเข้าแจ้งความกับ สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 12 เม.ย.65 ระบุถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากร และ สภ.เมืองระนอง แสร้งหลอกว่ามีพัสดุผิดกฎหมายที่ตรวจยึดได้ มีชื่อ น.ส.ภัทธีมา […]

รวบชายส่งคนไทยข้ามไปทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 เวลา 17.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ผอ.ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2/หัวหน้าชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5 พร้อมกำลังร่วมกันสืบสวน และปฏิบัติการทลายเครือข่ายส่งคนไทยข้ามแดนไปทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยปฏิบัติการเชิงรุก ให้เจ้าพนักงานตำรวจอำพรางตัวเป็นสายลับ สมัครทำงานประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรู้วิธีกระทำความผิดของแก๊ง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้ความสำคัญกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นอันดับหนึ่ง เพราะปัจจุบันเป็นอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนไทยมากที่สุด คดีนี้เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น รอง ผบก.สส.บช.ภ.2, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.(สอบสวน) บก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.สืบสวน ภ.จว.ระยอง และ พ.ต.อ.ธนเสฏฐ์ ประชาชัยศรี […]

ทลาย 14 รังคอลเซ็นเตอร์ พบเครื่องมือเพียบ!

หลังจากที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ และ AIS ร่วมกันทำงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมถึง กสทช. เข้าจับกุมมิจฉาชีพ ทลายแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ โดยตรวจค้น 8 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ในพื้นที่ เขตบางนา ห้วยขวาง และลาดพร้าว พร้อมตรวจยึดหลักฐานเครื่องสัญญาณ IP PBX ที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือในการฉ้อโกงประชาชนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (6 กรกฎาคม 2565) ล่าสุด เมื่อวันที่ (11 ก.ค. 2565) ในพื้นที่ ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 นำโดย พล.ต.ต.รณชัย จินดามุข ผบก.สอท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผกก.4 สอท.1 ได้นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ เข้าตรวจค้นขยายผลกระจายสัญญาณแก๊งค์คลอเซ็นเตอร์ IP BPX (Internet Protocol […]

ไทยลงนาม MOU ร่วมกัมพูชา ปราบ call center

วันนี้ (11 ก.ค. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายเจีย วันเดค (Mr. Chea Vandeth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ร่วมหารือทวิภาคีและลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการปราบปรามแก๊ง Call Center และ Hybrid Scam ณ กระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคม กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมีคณะทำงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศเข้าร่วม นายชัยวุฒิ กล่าวว่า หลังจากการลงนาม MOU ครั้งนี้ จะมีการตั้งคณะทำงานที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดร่วมกันระหว่างไทยและกัมพูชา โดยมีกระบวนการทำงานจากตรวจสอบจากข้อร้องเรียนว่ามีคนร้ายขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่ที่จุดไหน จะมีการร่วมกันเข้าจับกุมปราบปรามคนร้าย ส่งกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย รวมถึงการใช้เทคโนโลยีทราบพิกัดการกระทำผิดจะมีการปิดกั้นสัญญาณและเข้าจับกุม “การตั้งคณะทำงานร่วมจะทำให้การระบุพิกัด การดำเนินคดี การส่งผู้ร้ายข้ามแดนทำได้เร็วขึ้น เชื่อว่าถ้ากระบวนการนี้สำเร็จ แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะทำงานได้ยากขึ้นและจะหมดไปในที่สุด” นายชัยวุฒิ กล่าว นอกจากนี้ นายชัยวุฒิ ยังกล่าวขอบคุณรัฐบาลกัมพูชาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคมของกัมพูชา ที่ให้ความร่วมมือและใส่ใจในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นอย่างมาก ทำให้ไทยสามารถจับกุมบุคคลตามหมายจับได้ เป็นผลมาจากความสัมพันธ์อันดีเยี่ยมของทั้งสองประเทศ นายชัยวุฒิ ย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่ในระดับกระทรวงระหว่างประเทศเท่านั้น แต่เป็นการประสานงานกันตั้งแต่ในระดับนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และทางนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ขอความร่วมมือให้ช่วยกันแก้ปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ […]

ทลาย 4 แก๊งใหญ่คอลเซ็นเตอร์ รวบส่งกลับไทย

DE ร่วมกับ ตำรวจ PCT ประสานกัมพูชาทลาย 4 แก๊งใหญ่คอลเซ็นเตอร์ รวบผู้ต้องหา 74 คน ส่งกลับไทยดำเนินคดี วันนี้ (11 ก.ค.65) เวลา 09.00 น. ที่กรุงพนมเปญ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ศปอส.ตร.( PCT) เปิดเผยว่า ​ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้เดินทางมาพร้อมกับคณะของนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อร่วมหารือและทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมาทางไซเบอร์ แบบทวิภาคีกับรัฐบาลกัมพูชา รวมทั้งติดตามผลการปฏิบัติการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 4 แก๊งใหญ่ ผู้ต้องหา 74 คน เพื่อนำตัวไปดำเนินคดียังประเทศไทยต่อไป พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ส่งชุดปฏิบัติการ PCT จำนวนกว่า 20 นาย ชุดที่ 1 […]

สั่งปรับเครือข่ายมือถือ 1 ล้าน หากไม่ลงทะเบียนซิมการ์ด

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ยกระดับแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตั้งค่าปรับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือไม่ต่ำกว่าวันละ 1 ล้านบาท หากไม่สามารถจัดการการลงทะเบียน SIM Card ให้ถูกต้องตามประกาศ กสทช. ภายใน 30 วัน ซึ่งผู้ใช้บัตรประชาชนใบเดียว ที่ลงทะเบียนซิมการ์ดมากกว่า 5 เลขหมาย จะต้องไปแสดงตนที่ศูนย์บริการของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำซิมไปใช้ในการหลอกลวงประชาชน มากไปกว่านั้น คณะทำงานพหุภาคีเพื่อแก้ไขปัญหาแก๊งโทรศัพท์ (Call Center) และข้อความสั้น (SMS) หลอกลวง ได้มีมติเสนอแนวทางการแก้ปัญหา คือ 1)ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 1 (ไม่มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง) และแบบที่ 3 (มีโครงข่ายเป็นของตนเอง) หาวิธีการเพิ่มเครื่องหมาย + นำหน้าทุกสายที่มีโทรมาจากต่างประเทศ 2)ให้เพิ่มช่องทาง USSD ให้ประชาชนสามารถเลือกไม่รับสาย โทรเข้าจากต่างประเทศตามความสมัครใจ 3)พัฒนาแอปพลิเคชันในการตรวจสอบและสกรีนเบอร์ ที่มีแนวโน้มจะเป็นเบอร์มิจฉาชีพ ลักษณะเดียวกับ Whoscall เพื่อป้องกันเบอร์ที่น่าสงสัยโทรเข้ามารบกวน โดยจะพัฒนาจากแอปพลิเคชัน “กันกวน” เดิมของ กสทช. 4)ให้ กสทช. […]

ครม.เคาะร่าง MOU ไทย-กัมพูชา ปราบแก๊ง Call Center

(5 ก.ค.65) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยความร่วมมือด้านการปราบปรามแก๊ง Call Center และ Hybrid Scam เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 ประเทศ ได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมและมีความสอดคล้องกับกฎหมายภายในของทั้ง 2 ประเทศ แลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับปราบปรามผู้กระทำผิด ตลอดจนการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งไทยและกัมพูชา เพื่อผลักดันมาตรการต่างๆ ร่วมกัน เน้นย้ำนโยบายที่รัฐบาลถือว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นเร่งด่วน เนื่องจากมีประชาชนชาวไทยได้รับผลกระทบและเสียหายจากการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ในลักษณะดังกล่าวเป็นจำนวนมาก สาระสำคัญของความตกลงระหว่างไทยและกัมพูชา จะมีกิจกรรมที่ผ่านการตัดสินใจร่วมกัน ดังนี้ 1)แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิค และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการปราบปรามแก๊ง Call Center และ Hybrid Scam ภายใต้ระบบและกรอบการทำงานที่ดำเนินงานร่วมกัน อาทิ กลไกสนับสุนทีนส่งเสริมส่งผ่านข้อมูลข้ามพรมแดน 2)แต่งตั้งผู้ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการสืบหาหลักฐานในไทย และกัมพูชา และขยายการสืบสวนเพื่อให้ได้ตัวผู้กระทำความผิดโดยหลักฐานดังกล่าวอาจจะรวมถึงข้อมูลที่อยู่ผู้ใช้บริการการสื่อสารทางเสียงผ่านอินเตอร์เน็ต และบันทึกการใช้โทรศัพท์ของผู้กระทำความผิดที่ได้กระทำระหว่างก่ออาชญากรรมทั้ง 2 ประเทศ 3)ประสานงานและอำนวยความสะดวกในกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามสนธิสัญญาระหว่างไทยและกัมพูชาว่าด้วยการส่งผู้รายข้ามแดน […]

มุกใหม่! อ้าง DSI หลอกโหลดแอปป้องกันการโกง

มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอบอ้างเป็น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แนะนำให้ติดตั้งแอปพลิเคชันป้องกันการถูกโกงทุกรูปแบบ หากเหยื่อหลงเชื่อตามที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์บอก อาจถูกเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ เช่น ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลรหัสผ่าน และข้อมูลบัญชีธนาคาร หากติดตั้งแปพลิเคชั่น ตามคำแนะนำจากเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่รู้จัก เสี่ยงที่จะถูกหลอกให้ติดตั้งโปรแกรม Remote Desktop ทำให้โทรศัพท์ของเหยื่อถูกมิจฉาชีพควบคุมเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ข้อมูลส่วนตัว รูปถ่าย และแอปพลิเคชันธุรกรรมทางการเงิน ที่จะส่ง sms มาขอ otp ตัดเงินจากบัตรเครดิต เดบิต หรือโอนเงินออกจนหมดบัญชี สอบสวนกลาง (CIB) จึงขอเตือนภัยประชาชน ขอให้ระมัดระวังในการติดตั้งแอปพลิเคชันลงในโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ ติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อที่จะได้รู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ หากพบเห็นเบาะแส หรือตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว สามารถร้องเรียนผ่าน https://complaint.ocpb.go.th/ หรือช่องทาง Mobile Application แอปพลิเคชัน OCPB Connect

ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เริ่มลดลงหลังมี PDPA

“ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส แนะประชาชนรู้ทันภัยหลอกลวงทางโซเชียล อย่าเชื่อ อย่าโอน เผยยอดผู้เสียหายแจ้งความออนไลน์แตะหลักหมื่นรายต่อเดือน เชื่อการบังคับใช้ PDPA ช่วยลดปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปิดช่องทางการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวประชาชน เพราะมีข้อกฎหมายชัดเจนเอาผิดองค์กร-ร้านค้าที่ปล่อยข้อมูลให้มิจฉาชีพ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ปัจจุบันการฉ้อโกง หลอกลวง และการกระทำผิดกฎหมายออนไลน์ ถือเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศและประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก โดยมิจฉาชีพเข้าถึงเหยื่อได้มากขึ้น จากการที่โครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ตเข้าถึงครอบคลุมทุกหมู่บ้านทุกชุมชน และประชาชนมีการใช้มือถือสมาร์ทโฟนแตะหลัก 100 ล้านเครื่อง เข้าถึงอินเทอร์เน็ตกว่าร้อยละ 70 ทำให้มิจฉาชีพใช้ช่องทางนี้หลอกลวงต้มตุ๋นข่มขู่ด้วยกระบวนการต่างๆ มากมาย ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งกระทรวงดิจิทัลฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดแก้ไขปัญหา โดยในส่วนของกระทรวงฯ ได้นำเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Platform) และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 64 โดยแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีการทำธุรกิจออนไลน์มีการซื้อขาย มีการโอนเงิน ต้องมาจดแจ้งการประกอบธุรกิจ และจะมีมาตรการกำกับดูแลที่ต้องปฏิบัติตาม “เช่น ลูกค้าที่มาใช้บริการต้องมีการพิสูจน์ตัวตน ยืนยันตัวตนทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขาย ระบบการจ่ายเงิน การโอนเงินก็ต้องใช้ระบบการยืนยันตัวตน […]