วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ ห้องสุเทพฮอล์ โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท สถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ จัดจัดงานฉลองวันชาติญี่ปุ่น ประจำปี 2569 โดยภายในงานมีแขกผู้มีเกียรติ ตัวแทนสื่อมวลชน หน่วยงานจากภาครัฐและเอกชน ทั้งชาวไทย ชาวญี่ปุ่น และชาวต่างประเทศเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยมีการออกบูธจัดแสดงโดยบริษัทเอกชนญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ การจัดแสดงศิลปวัฒนธรรม สินค้าอาหารแปรรูป เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งมีการให้บริการอาหารญี่ปุ่นและเครื่องดื่ม อาทิ สาเก แก่ผู้เข้าร่วมงาน


ซึ่งในงานนี้ นายฮาราดะ มาซารุ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ ได้กล่าวสุนทรพจน์ว่า เบื้องต้นท่านกงสุลของแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสายสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ไทยกับราชวงศ์ญี่ปุ่น ถือเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพอันยาวนานของสองประเทศ
.
และเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ 66 พรรษาของ สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ และการครบรอบ 140 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ญี่ปุ่นในปีหน้า ความสัมพันธ์ของสองประเทศคือ “ประวัติศาสตร์แห่งความร่วมมือ” ที่ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน วิชาการ วัฒนธรรม การศึกษา สาธารณสุข ผู้สูงอายุ และการป้องกันภัยพิบัติ ภายใต้แนวคิด “ความมั่นคงของมนุษย์” ที่ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีและชีวิตของประชาชน
.
ด้านความช่วยเหลือยามภัยพิบัติ ทั้งสองประเทศต่างเกื้อกูลกันเสมอ เช่น ญี่ปุ่นช่วยไทยจากเหตุแผ่นดินไหวและน้ำท่วมล่าสุด ขณะที่ไทยเคยส่งทีมแพทย์ไปช่วยญี่ปุ่นในเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิปี พ.ศ. 2554 สะท้อนความเป็น “มิตรแท้” ของประชาชนทั้งสองชาติ
.
ในภาคเหนือสถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ ดำเนินโครงการคุซะโนะเนะ หรือโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบให้เปล่าเพื่อพื้นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ แล้วกว่า 128 โครงการ มูลค่ารวม 360 ล้านบาท เน้นการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล อุปกรณ์กู้ชีพ รถพยาบาล และการรับมือภัยพิบัติ
.
และในด้านเศรษฐกิจ บริษัทญี่ปุ่นราว 40 แห่งในลำพูน จ้างงานกว่า 30,000 คน ยึดหลัก “Sanpo Yoshi” หรือประโยชน์สามฝ่าย (ดีต่อผู้ขาย ผู้ซื้อ และสังคม) พร้อมทำ CSR และเคารพกฎหมาย–วัฒนธรรมท้องถิ่น อีกทั้งเชิญชวนให้ภาคธุรกิจไทยไปลงทุนในญี่ปุ่นเพื่อสร้างการเชื่อมโยงระยะยาวของประชาชนทั้งสองประเทศ
.
ในช่วงท้าย ท่านกงสุลได้ย้ำว่า สถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่นจะแสดงความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
.

หลังจากนั้น นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวสุนทรพจน์ภายในงานในลำดับต่อมา โดยท่านผู้ว่าฯได้กล่าวว่า ข้าพเจ้ามีความยินดีอย่างยิ่งในโอกาสมหามงคลวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ 66 พรรษา ของ สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ โดยชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและญี่ปุ่นดำรงมาอย่างยาวนาน ผ่านมิตรภาพ ความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนในหลายมิติ ซึ่งมีสายสัมพันธ์ของพระราชวงศ์ทั้งสองประเทศเป็นสัญลักษณ์สำคัญในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์
.
ปัจจุบันประเทศไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมือระดับท้องถิ่น เพื่อกระจายการพัฒนาไปสู่ภูมิภาค โดยญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่านความร่วมมือภาครัฐและเอกชน รวมถึงโครงการ “คุซะโนะเนะ” ที่ดำเนินงานมากว่า 20 ปี และมีส่วนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
.
ในนามของประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ ข้าพเจ้ายืนยันความพร้อมในการต้อนรับชาวญี่ปุ่นทุกกลุ่ม ทั้งนักธุรกิจ ผู้พำนักระยะยาว และนักท่องเที่ยว ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย พร้อมหวังว่าจะมีชาวญี่ปุ่นเดินทางมาเยือนเชียงใหม่และภาคเหนือเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
.
พร้อมทั้งถวายพระพร ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและพระบารมีแห่งพระบรมธาตุดอยสุเทพ โปรดดลบันดาลให้ สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ พระชนมายุยิ่งยืนนาน และทรงเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรสืบไป





ร่วมแสดงความคิดเห็น