ราชกิจจาฯ ประกาศหลักเกณฑ์ชั่วโมงทำงานพยาบาลใหม่

วันที่ 11 มีนาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. 2569 โดยมีผลบังคับใช้แล้ว เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดเวลาการทำงานของบุคลากรพยาบาลให้เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้า และเสริมความปลอดภัยทั้งต่อผู้ป่วยและผู้ปฏิบัติงาน รองโฆษกฯ กล่าวว่า สภาการพยาบาลตระหนักว่า การมีอัตรากำลังพยาบาลที่เพียงพอและเหมาะสมทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกัน หากพยาบาลต้องทำงานเป็นเวลานานต่อเนื่องหรือมีเวลาพักระหว่างเวรไม่เพียงพอ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติการณ์ไม่พึงประสงค์และส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยได้ ประกาศฉบับใหม่จึงกำหนดหลักเกณฑ์สำคัญเกี่ยวกับชั่วโมงการทำงานของพยาบาล อาทิ-ให้ผู้บริหารการพยาบาลจัดตารางการทำงานโดยกำหนดชั่วโมงการทำงานรวม ไม่เกินวันละ 12 ชั่วโมง-ชั่วโมงการทำงานรวม ไม่เกิน 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยรวมชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาและการปฏิบัติงานจากการถูกเรียกตัว (On Call)-กำหนดให้มี ระยะเวลาพักระหว่างเวรไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง เพื่อลดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน-หลีกเลี่ยงการจัดตารางเวรที่ทำให้กลับมาปฏิบัติงานเร็วเกินไป (Quick return) และลดความเสี่ยงจากการทำงานต่อเนื่องยาวนาน นอกจากนี้ สถานพยาบาลยังต้องจัดให้มีมาตรการดูแลความปลอดภัยของพยาบาล เช่น การจัดช่วงเวลาพักระหว่างเวร การฟื้นฟูหลังการทำงานหนัก รวมถึงการจัดพื้นที่พักสำหรับการพักผ่อนระหว่างเวร โดยเฉพาะในเวรกลางคืน เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงาน รองโฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า แนวทางดังกล่าวยังส่งเสริมให้สถานพยาบาลจัดระบบบริหารทรัพยากรบุคคลด้านการพยาบาลอย่างเหมาะสม รวมถึงการส่งเสริมสุขภาวะของพยาบาล […]

อบจ.เชียงใหม่ มอบเงินกว่า 10 ล้าน หนุนมูลนิธิไฟป่าฯ แก้ปัญหา PM 2.5

เชียงใหม่ (9 มีนาคม 2569) ณ อาคารหอประชุมสภา อบจ.เชียงใหม่ – นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ เป็นประธานมอบเงินอุดหนุน 10,990,000 บาทแก่ “มูลนิธิป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน จังหวัดเชียงใหม่” โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ พร้อมมอบเครื่องเป่าลมให้แก่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 จำนวน 100 เครื่อง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ อบจ.เชียงใหม่ เล็งเห็นว่าการแก้ปัญหาฝุ่นควันจะสำเร็จได้ต้องเกิดจากความร่วมมือที่ “เข้าถึงพื้นที่” เงินอุดหนุนจำนวนนี้จึงเปรียบเสมือนฟันเฟืองหลักที่จะถูกส่งต่อไปยังอาสาสมัครและเครือข่ายภาคประชาชนใน 24 อำเภอ เพื่อสนับสนุนทั้งอุปกรณ์ดับไฟ การจัดทำแนวกันไฟเชิงรุก และการใช้เทคโนโลยีโดรนสำรวจจุดความร้อน (Hotspot) ให้แม่นยำยิ่งขึ้น นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า “การสนับสนุนครั้งนี้คือนโยบายบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนการแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้า ให้เป็นการป้องกันที่ยั่งยืน เงินงบประมาณนี้คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตและลมหายใจของพี่น้องชาวเชียงใหม่อย่างแท้จริง” ซึ่งในปี 2569 อบจ.เชียงใหม่ ได้มอบเงินสนับสนุน มูลนิธิไฟป่าฯ […]

สารภีรับแจ้งเหตุพบการเผาในที่โล่งใน ต.ยางเนิ้ง ผู้ก่อเหตุถูกดำเนินการตามกฎหมาย

วันนี้ (6 มีนาคม 2569) ฝ่ายความมั่นคงอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุพบการเผาในที่โล่งแจ้งจากชาวบ้านหมู่ที่ 2 ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลยางเนิ้ง สถานีตำรวจภูธรสารภี และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามพิกัดที่ได้รับแจ้ง . จากการตรวจสอบพบว่า จุดที่มีการเผาอยู่บริเวณบ้านพัก ที่ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบถามผู้ถูกกล่าวหา และได้ยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรสารภี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน . อย่างไรก็ตาม ผู้ที่แจ้งเหตุไม่ได้ติดใจเอาความ แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าจะไม่มีการเผาในที่โล่งแจ้งอีก เนื่องจากก่อให้เกิดมลพิษและสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่เพื่อนบ้าน . ทั้งนี้ อำเภอสารภีจะดำเนินการประชาสัมพันธ์และเน้นย้ำให้ประชาชนงดการเผาในที่โล่งอย่างเคร่งครัด ในช่วงวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2569 ตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อลดปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 ต่อไป . สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

รัฐบาลเผยปุ๋ยเคมีมีเพียงพอ เตือนร้านค้าขายปุ๋ยในราคาสูงเกินควร จะถูกดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด

วันนี้ (6 มีนาคม 2569) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบเช่นกันในหลาย ๆ เรื่อง ในส่วนของการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อกังวลของพี่น้องเกษตรกร รัฐบาลได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์การค้าปุ๋ยเคมีและธุรกิจการเกษตรไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการแก้ไขปัญหารองรับหากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยืดเยื้อ ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่า ปริมาณปุ๋ยเคมีในประเทศยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยมีสต็อกคงเหลือ ณ เดือน ม.ค.2569 ประมาณ 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 0.8 ล้านตัน สำหรับปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 36% ของการใช้ปุ๋ยทั้งหมด มีปริมาณสต๊อก 0.32 ล้านตัน หรือคิดเป็น 6.5 ล้านกระสอบ โดยปัจจุบันมีปริมาณเพียงพอรองรับการใช้มากกว่า 2 เดือน และยังมีปุ๋ยยูเรียที่ไทยอยู่ระหว่างการนำเข้าจากซาอุดีอาระเบีย ปริมาณรวมประมาณ 100,000 ตัน หรือคิดเป็นปริมาณ 2 ล้านกระสอบ ทำให้ไทยจะมีปุ๋ยยูเรียใช้ในปริมาณ 8.5 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้ได้ถึงเดือน ส.ค.2569 ขณะเดียวกัน ไทยยังมีช่องทางการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งสามารถนำเข้าได้ปกติ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตสินค้าเกษตรของไทย เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญหลายรายการ เช่น ข้าวนาปรัง ผลไม้ […]

เชียงใหม่ก้าวสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ มีผู้สูงอายุเกือบ 1 ใน 4 ของประชากร

จังหวัดเชียงใหม่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ หลังพบว่าจำนวนผู้สูงอายุในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 4 แสนคน จากประชากรทั้งหมดประมาณ 1.7–1.8 ล้านคน หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งจังหวัด ส่งผลให้โครงสร้างประชากรของจังหวัดเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน.การเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุเป็นผลมาจากอัตราการเกิดที่ลดลง ขณะที่ประชาชนมีอายุยืนยาวขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่ของจังหวัด โดยเฉพาะในชุมชนชนบท มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่าประชากรวัยแรงงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ แรงงาน และการดูแลสุขภาพในอนาคต.หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดเชียงใหม่จึงได้เร่งเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ทั้งการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ การจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ การดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงในชุมชน รวมถึงการส่งเสริมกิจกรรมด้านสุขภาพ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและพึ่งพาตนเองได้มากที่สุด.นอกจากนี้ การเข้าสู่สังคมสูงวัยยังเป็นโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ เช่น ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และบริการด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงวัย ซึ่งเชียงใหม่มีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุในอนาคต.สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

1 17 18 19