(มีคลิป) เจ้าหนี้ดอกเบี้ยโหด พบประวัติคดีปลอมแปลงเอกสาร

Youtube video

ข่าวคืบหน้า เจ้าหนี้ดอกเบี้ยโหดดักรอลูกหนี้ กระโดดขวางรถข่มขู่ให้จ่ายหนี้ 5 ล้าน ตร.ตรวจสอบประวัติ เจ้าหนี้มีคดีเก่าปลอมแปลงเอกสาร

เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวคืบหน้า กรณีเจ้าหนี้ดอกเบี้ยโหดดักรอลูกหนี้เจ้าของร้านอาหารหน้าค่ายทหาร กระโดดขวางรถลูกหนี้กลางถนนบังคับให้ขึ้นรถ พร้อมข่มขู่ให้จ่ายเงินทั้งต้นทั้งดอกรวม 5 ล้าน ทั้งที่เป็นหนี้เงินเพียง 1 ล้าน ก่อนหน้านี้ผ่อนจ่ายสัปดาห์ละ 3 หมื่น สุดท้ายกลายเป็นดอกเบี้ย ช่วงโควิดขายของไม่ได้ขาดส่งดอกเบี้ยง บางครั้งทำให้ถูกก่อกวนถึงบ้าน ขณะเกิดเหตุสามีตามมาช่วยไว้ได้ ก่อนเจ้าหนี้ขับรถหลบหนี

นางสาวเอ นามสมมุติ เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ได้เข้าให้ปากคำกับ ร.ต.อ.นพดล เอกจิตร พนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก หลังจากถูกชายฉกรรจ์ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ทราบชื่อยศฯ (นามสมมุติ) พยายามจะฉุดนางสาวเอฯ ขึ้นรถสองแถวสี่ล้อแดงที่นำมาจอดดักรอ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหน้าค่ายทหารแห่งหนึ่ง ย่าน ต.ช้างเผือก ห่างจาก สภ.ช้างเผือก เพียง 100 เมตร

จากการสอบสวนนางสาวเอฯ ผู้เสียหายทราบว่า ก่อนหน้านี้ตนพร้อมกับสามี ได้มาที่ สภ.ช้างเผือก เพื่อตกลงหนี้สินที่ได้กู้ยืมมากับฝ่ายเจ้าหนี้ โดยมีภรรยานายยศฯ มาพูดคุยแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะแยกย้ายกลับ ซึ่งขณะที่นางสาวเอฯ ขับรถออกจากโรงพักได้ประมาณ 100 เมตร นายยศฯ ได้จอดรถสองแถวสี่ล้อแดง ดักรอนางสาวเอฯบริเวณจุดเกิดเหตุ ก่อนที่จะได้รับสัญญาณจากฝ่ายภรรยา ที่เฝ้าสะกดรอยผู้เสียหาย หลังจากนั้นได้กระโดดขวางหน้าผู้เสียหาย ก่อนจะลงจากรถเดินมาหาบังคับให้ลูกหนี้ขับรถเข้าข้างทางก่อนจะยึดมือถือ พยายามจะยื้อฉุดให้พยายามขึ้นรถสี่ล้อแดง ไปกับเจ้าหนี้แต่จังหวะนั้นสามีของนางสาวเอ ได้ขับรถมาพบเหตุการณ์ จึงขับรถขวางหน้าลงไปช่วยเหลือภรรยา จนทั้งสองเกิดเหตุชกต่อยกัน ก่อนที่ฝ่ายนายยศฯ จะขับรถสี่ล้อแดงหลบไปทางถนนโชตนาแล้วหายไป หลังจากนั้นนายยศฯ ยังได้โทรศัพท์มาข่มขู่ต่อเนื่อง จนลูกหนี้ต้องปิดมือถือหลบหนีเนื่องจากกลัวเรื่องความปลอดภัย

นางสาวเอ กล่าวเพิ่มเติม ว่าก่อนหน้านี้นายยศฯ ได้โทรศัพท์มาทวงเงินหลายครั้ง ตนก็พยายามอธิบายให้ฟังพร้อมกับยืนยันจะคืนเงินให้แน่นอน แต่เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ขายของไม่ได้ จึงไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ ซึ่งก่อนหน้านี้นายยศฯ ได้โทรศัพท์แจ้งว่าตอนนี้ตนเป็นหนี้ทั้งต้นทั้งดอกเบี้ยเป็นเงินรวมกว่า 5 ล้านบาท ทั้งที่ตนยืมเงินรวมทั้งหมดเป็นเงิน 1 ล้านเท่านั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตนได้จ่ายเงินไปแล้วสัปดาห์ละ 3 หมื่นบาท เป็นระยะเวลานานร่วมปี แต่กลายเป็นว่าจ่ายค่าดอกเบี้ยงเท่านั้น ตนเองเห็นว่ามันมากเกินจริง จึงตัดสินใจนัดเจรจากับเจ้าหนี้ที่ สภ.ช้างเผือก เพื่อที่จะได้ทำข้อตกลงและหาทางออกร่วมกัน ซึ่งนายยศฯได้ให้ภรรยามาเจรจา แต่ตกลงกันไม่ได้เนื่องจากฝ่ายเจ้าหนี้ ไม่ต้องการที่จะนำประเด็นนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะต้องการขูดรีดดอกเบี้ยจากตน จนทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกลับ ขณะขับรถจะกลับมาร้านก็มาเจอก่อเหตุดังกล่าว ก่อนที่ตนและสามีจะเข้ามาแจ้งความดำเนนคดีกับนายยศฯ ที่ สภ.ช้างเผือก

อย่างไรก็ตาม ตนเองยอมรับว่ารู้จักกับนายทุนรายนี้มากว่า 10 ปี ได้นำเงินของนายทุนมาทำธุรกิจร่วมกับ นายยศฯ ซึ่งนายยศฯ ได้รับเงินเป็นค่าดอกเบี้ยต่างๆ มาตลอด แต่หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ธุรกิจเริ่มเกิดผลกระทบ จนกระทั่งมาล่าสุดไม่สามารถส่งเงินให้นายยศฯได้ แต่ตนก็จะยอมชดใช้หากเจ้าหนี้จะนำเรื่องดำเนินคดีฟ้องศาล แต่เจ้าหน้านี้กลับไม่กระทำมาใช้อิทธิพลข่มขู่ ยังส่งลูกน้องมาก่อกวนที่หน้าร้าน และยังโทรศัพท์มาข่มขู่เป็นประจำ สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามความคืบหน้าคดี กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ช้างเผือก ทราบว่าหลังจากผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ กับ ร.ต.อ.นพดล เอกจิตร พนักงานสอบสวน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบประวัติของนายยศฯ พบว่ามีหมายจับของ สภ.สันกำแพง ข้อหาฉ้อโกงและปลอมเอกสารสิทธิ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ประสานตัวมาสอบปากคำอีกครั้งหนึ่ง

อ่านข่าวก่อนหน้า : (มีคลิป) เชียงใหม่ เอาผิดนายทุนโหดขวางลูกหนี้กลางถนน บังคับขึ้นรถ

ร่วมแสดงความคิดเห็น