เดินหน้าแผนเชื่อมระบบราง ไทย ลาว จีน

รัฐบาลเดินหน้าแผนเชื่อมระบบราง ไทย ลาว จีน เตรียมสร้างสะพานข้ามโขงแห่งใหม่ หนองคาย-เวียงจันทร์ จุดเริ่มต้นเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูง 5 ประเทศ ที่จริงแล้วทางรถไฟเชื่อมต่อไทยกับลาว เปิดใช้มาตั้งแต่ 5 มีนาคม 2552 หรือกว่า 13 ปีมาแล้ว เป็นเส้นทางรถไฟจากสถานีหนองคาย ฝั่งไทย วิ่งข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่1 สู่สถานีท่านาแล้ง ฝั่ง สปป.ลาว ระยะทางรวม 5.35 กม. ทว่าการเชื่อมต่อระบบรางระหว่างประเทศที่กำลังถูกพูดถึงขณะนี้ คือการเชื่อมต่อระบบรางทั้งรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง ไทย-ลาว-จีน ที่จะเป็นการเชื่อมต่อผ่านสะพานข้ามโขงแห่งใหม่ในจังหวัดหนองคาย ฝั่งไทย สู่นครหลวงเวียงจันทร์ ฝั่ง สปป.ลาว ไปเชื่อมต่อกับรถไฟลาว-จีน สะพานข้ามโขงแห่งใหม่ที่จะสร้างขึ้น เป็นไปตามแผนของคณะกรรมการบูรณาการการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างไทย ลาว และจีน ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้น โดยจะสร้างร่วมกับ สปป.ลาว ซึ่งสะพานข้ามโขงแห่งใหม่นี้นอกจากจะเป็นจุดเชื่อมต่อ ไทย ลาว จีน แล้ว ยังถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มของการเชื่อมต่อ 5 ประเทศ จีน ลาว […]

ชาวสวนผู้ปลูกสตรอเบอรี่ ขายลูกละ 300 บาท ปี 1 กวาดเงินพันล้าน

สตรอเบอรี่ ถือว่าเป็นผลไม้ที่สร้างรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกร ในเขตพื้นภาคเหนือของประเทศไทยรวมทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ในพื้นที่หลาย ๆ อำเภอ แต่ปัญหาที่เกษตรกร ที่ทำสวนสตรอเบอรี่พบเจอก็ไม่แตกต่างกัน ตั้งแต่เรื่อง ผลผลิตที่ไม่ได้คุณภาพ ศัตรูพืช ดิน ฟ้า อากาศ และ ราคา ไร่สตรอเบอรี่ในหลาย ๆ พื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ถูกพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์การแก้ไขระยะยาว ในการพัฒนาไร่สตรอเบอรี่ของกลุ่มเกษตรกร แต่ปัจจุบันเกษตรกรรุ่นใหม่ ได้มีการนำเทคโนโลยีสมาท์ฟาร์มเข้ามาใช้ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มกำไร อย่าง  ฟาร์มพริกหวานและเมลอน ในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ , ฟาร์มเมลอน ของนายรักเกียรติ ลี้ถาวร เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 38 ปี , โอ้กะจู๋ฟาร์ม สันทราย เชียงใหม่ , โรงเรือนสมาร์ทฟาร์มสตรอเบอรี่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ และ สมาร์ทฟาร์มสวนดอกไม้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่ใช้การศึกษาหาข้อมูลจาก อินเตอร์เน็ตและอบรม กับสถาบันทางการศึกษา แล้วนำมาปฏิบัติจริง  วันนี้เราเลยจะนำทุกท่านมารู้จักกับ กลุ่มเกตรกรรุ่นใหม่ ที่เป็นต้นแบบของการทำการเกษตรแบบ สมาทร์ฟาร์ม […]

ผู้นำโสมขาวไม่พบปะ “เพโลซี่” อ้างติดวันหยุด

หนังสือพิมพ์เดลิเมลล์ของอังกฤษ รายงานเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ส.ส.แนนซี่ เพโลซี่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งกำลังเดินทางเยือนประเทศต่างๆทั่วเอเชีย ได้มาถึงกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ในช่วงเย็นวันดังกล่าว หลังจากเดินทางออกจากไต้หวัน ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯในการเยือนไต้หวันครั้งล่าสุด สำหรับการเดินทางเยือนเกาหลีใต้ในครั้งนี้ ส.ส.เพโลซี่ มีกำหนดการพบปะกับประธานสมัชชาแห่งชาติเกาหลีใต้ นายคิม จิน พโย และสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ แต่กลับไม่พบปะกับนายยุน ซ็อก ย็อล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนปัจจุบัน ที่พึ่งชนะการเลือกตั้งมาเมื่อต้นปี โดยทางการให้เหตุผลแค่ว่าผู้นำแดนโสมขาวอยู่ระหว่างการพักร้อนที่บ้านพักในกรุงโซล ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ของฮ่องกง ว่า นายยุนพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าพบกับเพโลซี่ เพื่อป้องกันการกดดันจากจีน หลังจากที่จีนเริ่มทำการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวัน เพื่อตอบโต้การเยือนไต้หวันของเพโลซี่ สำหรับกรณีไต้หวัน แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะยอมรับนโยบายจีนเดียว ของจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ปี 2522 แต่สหรัฐฯยังคงรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับไต้หวันอยู่ ส่งผลให้ทางการจีนไม่พอใจ จนเกิดความขัดแย้งระหว่างสองชาติมหาอำนาจมาโดยตลอด ที่มา : เดลิเมลล์

จีนแถลงประณามการเยือนไต้หวันของ “แนนซี” อย่างรุนแรง

3 ส.ค.65 Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย แถลงการณ์ของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565 นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกาได้เดินทางเยือนไต้หวันของประเทศจีน โดยไม่สนใจการคัดต้านอย่างรุนแรงและการแสดงท่าทีอย่างจริงจังของฝ่ายจีน ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนหลักการประเทศจีนเดียวและแถลงการณ์ร่วมจีน-สหรัฐฯ ทั้ง 3 ฉบับอย่างร้ายแรง เป็นการบ่อนทำลายรากฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯอย่างร้ายแรง เป็นการรุกล้ำอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศจีนอย่างร้ายแรง เป็นการบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันอย่างร้ายแรง และก็เป็นการส่งสัญญาณผิดพลาดอย่างร้ายแรงไปยังกลุ่มอิทธิพลที่คิดจะแบ่งแยกไต้หวันออกจากประเทศจีน สำหรับเรื่องนี้ ฝ่ายจีนคัดต้านอย่างเด็ดขาดและขอประณามอย่างรุนแรง ได้แสดงท่าทีอย่างจริงจังและประท้วงอย่างรุนแรงต่อฝ่ายสหรัฐฯ ในโลกนี้มีแค่ประเทศจีนเดียว ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีนที่แบ่งแยกไม่ได้ รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงแต่รัฐบาลเดียวที่สามารถเป็นตัวแทนของทั่วประเทศจีน มติ 2758 ของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเมื่อปี ค.ศ.1971 ได้มีการรับรองในเรื่องนี้อย่างชัดเจน นับตั้งแต่การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1949 เป็นต้นมา มีทั้งหมด 181 ประเทศได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศจีนบนพื้นฐานหลักการประเทศจีนเดียว ซึ่งเป็นฉันทามติทั่วไปของประชาคมโลกและหลักการขั้นพื้นฐานแห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปัจจุบัน สถานการณ์ในช่องแคบไต้หวันกำลังเผชิญกับความตึงเครียดและความท้าทายที่รุนแรงรอบใหม่ สาเหตุที่แท้จริงก็คือ ทางการไต้หวันและฝ่ายสหรัฐฯได้พยายามเปลี่ยนสถานะที่เป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง โดย “ใช้ไต้หวันในการควบคุมจีน” บิดเบือนทำลายหลักการประเทศจีนเดียวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการรุกล้ำอธิปไตยของจีนและเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงแห่งชาติของประเทศจีน ยังได้บ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพของ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นางแนนซี เพโลซี เป็นผู้นำรัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐฯคนปัจจุบัน […]

รัสเซียสั่งปรับกูเกิล ฐานไม่ลบเนื้อหาต้องห้าม

เมื่อวันจันทร์ (18 ก.ค.) ศาลในกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย มีคำสั่งปรับเงินบริษัท กูเกิล จำกัด (Google LLC) จำนวน 2.1 หมื่นล้านรูเบิล (ราว 1.33 หมื่นล้านบาท) ฐานไม่ลบเนื้อหาต้องห้ามในรัสเซีย ค่าปรับทางปกครองข้างต้นคิดเป็นรายได้หนึ่งในสิบของกูเกิลและบริษัทในเครือที่จดทะเบียนกับหน่วยงานภาษีในรัสเซีย โดยคำตัดสินดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้และสามารถอุทธรณ์ได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด แถลงการณ์จากรอสคอมนัดซอร์ (Roskomnadzor) หน่วยงานกำกับดูแลโทรคมนาคมของรัสเซีย เมื่อเดือนมิถุนายน ระบุว่าแพลตฟอร์มยูทูบ (Youtube) ของกูเกิล “มีส่วนสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลอันไม่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความคืบหน้าของปฏิบัติการพิเศษทางทหารของรัสเซียในยูเครน อาทิ เนื้อหาที่ส่งเสริมแนวคิดสุดโต่งและอุดมการณ์ขององค์การก่อการร้าย” ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคม ศาลในมอสโกมีคำสั่งปรับกูเกิลเป็นครั้งแรก จำนวน 7.2 พันล้านรูเบิล (ราว 4.57 พันล้านบาท) ฐานไม่ลบข้อมูลต้องห้าม นอกจากนั้นกูเกิลยังถูกปรับเงิน จำนวน 15 ล้านรูเบิล (ราว 9.52 ล้านบาท) เมื่อเดือนมิถุนายน ฐานปฏิเสธจำกัดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ชาวรัสเซีย

ศรีลังกายืนยัน ‘ประธานาธิบดี’ ออกจากประเทศแล้ว

สำนักนายกฯ ศรีลังกายืนยัน ‘ประธานาธิบดี’ ออกจากประเทศแล้ว โคลัมโบ, 13 ก.ค. (ซินหัว) — วันพุธ (13 ก.ค.) ฝ่ายสื่อมวลชนประจำสำนักนายกรัฐมนตรีศรีลังกา ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าโกตาบายา ราชปักษา ประธานาธิบดีศรีลังกา เดินทางออกจากประเทศแล้วเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะมีการประกาศการลาออกจากตำแหน่งของเขา กองทัพอากาศศรีลังกา (SLAF) ได้จัดเตรียมเที่ยวบินของกองทัพอากาศสำหรับราชปักษาและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 คน ที่ท่าอากาศยานนานาชาติบันดารานายาเก เมื่อช่วงเช้าวันพุธ (13 ก.ค.) เพื่อเดินทางไปยังมัลดีฟส์ ก่อนหน้านี้สื่อมัลดีฟส์รายงานว่าเครื่องบินทหารซึ่งบรรทุกราชปักษา ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติเวลานา เมื่อราว 3.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นมัลดีฟส์ อนึ่ง ราชปักษาได้แจ้งต่อมหินทา ยาปา อเบย์วรรธนะ ประธานรัฐสภาศรีลังกา ถึงการลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีในวันพุธ (13 ก.ค.) ขณะศรีลังกาเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงในปีนี้จนนำไปสู่การประท้วงภายในประเทศ ด้านอเบย์วรรธนะระบุว่าคณะผู้นำพรรคการเมืองของศรีลังกา มีมติเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ผ่านการลงคะแนนเสียงในรัฐสภาวันที่ 20 ก.ค. นี้

หลายชาติเตือนคนไทย ห้ามนำกัญชาเข้าประเทศ

ภายหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขถอด กัญชา-กัญชง ออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2565 ทำให้หลายประเทศออกประกาศเตือน เรื่องการนำกัญชาเข้าประเทศจากไทย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ได้มีการปลดล็อกกัญชาเสรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ทุกส่วนของต้นกัญชา – กัญชง ไม่ถูกจัดให้เป็นยาเสพติด ยกเว้นสารสกัดที่มีสาร THC เกิน 0.2% แต่ผลทางกฎหมายดังกล่าว มีผลบังคับเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ดังนั้น บุคคลที่ครอบครองกัญชา หรือผลิตภัณฑ์ ยาที่มีส่วนผสมของกัญชา ซึ่งกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ ควรตรวจสอบกฎหมายประเทศปลายทางก่อน หากไม่แน่ใจ ไม่ควรนำติดตัวขณะเดินทาง เนื่องจากหลายประเทศยังมีคงมีบทลงโทษ สำหรับผู้ครอบครองหรือเสพกัญชาอยู่ ซึ่งมีหลายประเทศที่กำหนดบทลงโทษรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต ในขณะนี้ สถานทูตไทยในหลายประเทศ เริ่มทยอยออกประกาศเตือนคนไทย ที่จะเดินทางไปยังประเทศดังกล่าว ห้ามพกกัญชา กัญชง รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ ยาที่มีส่วนผสมแล้ว ได้แก่ เวียดนาม ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย […]

เดินหน้าแผนเชื่อมระบบราง ไทย ลาว จีน

รัฐบาลเดินหน้าแผนเชื่อมระบบราง ไทย ลาว จีน เตรียมสร้างสะพานข้ามโขงแห่งใหม่ หนองคาย-เวียงจันทร์ จุดเริ่มต้นเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูง 5 ประเทศ ที่จริงแล้วทางรถไฟเชื่อมต่อไทยกับลาว เปิดใช้มาตั้งแต่ 5 มีนาคม 2552 หรือกว่า 13 ปีมาแล้ว เป็นเส้นทางรถไฟจากสถานีหนองคาย ฝั่งไทย วิ่งข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่1 สู่สถานีท่านาแล้ง ฝั่ง สปป.ลาว ระยะทางรวม 5.35 กม. ทว่าการเชื่อมต่อระบบรางระหว่างประเทศที่กำลังถูกพูดถึงขณะนี้ คือการเชื่อมต่อระบบรางทั้งรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง ไทย-ลาว-จีน ที่จะเป็นการเชื่อมต่อผ่านสะพานข้ามโขงแห่งใหม่ในจังหวัดหนองคาย ฝั่งไทย สู่นครหลวงเวียงจันทร์ ฝั่ง สปป.ลาว ไปเชื่อมต่อกับรถไฟลาว-จีน สะพานข้ามโขงแห่งใหม่ที่จะสร้างขึ้น เป็นไปตามแผนของคณะกรรมการบูรณาการการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างไทย ลาว และจีน ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้น โดยจะสร้างร่วมกับ สปป.ลาว ซึ่งสะพานข้ามโขงแห่งใหม่นี้นอกจากจะเป็นจุดเชื่อมต่อ ไทย ลาว จีน แล้ว ยังถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มของการเชื่อมต่อ 5 ประเทศ จีน ลาว […]

ส.โต้คลื่นไทย-เมียนมา เซ็น MOU ร่วมพัฒนานักกีฬา

“ส.โต้คลื่นไทย” จับมือเซ็นMOU “ส.โต้คลื่นเมียนมา” พัฒนาศักยภาพนักกีฬาร่วมกัน สมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย เซ็นบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศเมียนมา เพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาและบุคลากรกีฬากระดานโต้คลื่นของทั้ง 2 ประเทศร่วมกัน นายชนินทร์ อัยรักษ์ นายกสมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย(Thailand Surfing Federation,TSF) พร้อมด้วย Mr.Phone Kyaw Moe Myint นายกสมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศเมียนมา(Surfing Association of Myanmar,SAM) ได้ร่วมกันทำพิธีเซ็นบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนานักกีฬาและบุคลากรกีฬากระดานโต้คลื่น ที่ โรงแรม The Boathouse จังหวัดภูเก็ต โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความสามารถของนักกีฬารวมไปถึงบุคลากรทางกีฬากระดานโต้คลื่น รวมไปถึงการสนับสนุนในเรื่องการท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศด้วย “นายกจุ๊บ” ชนินทร์ อัยรักษ์ นายกสมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ข้อตกลง MOU นี้เป็นการร่วมมือกันในส่วนของ การพัฒนานักกีฬาและบุคคลากรทางการกีฬาร่วมกัน ซึ่งทางเราเองมีความพร้อมมากกว่า โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนาบุคลากร ที่เราจะต้องช่วยเหลือเขาทางด้านนี้เป็นพิเศษ แต่เราก็จะได้กลับในเรื่องของการอำนวยความสะดวกในสถานที่ฝึกซ้อมนักกีฬาทีมชาติของเราซึ่งเราเองมีจุดด้อยคือ คลื่นของเราไม่สามารถฝึกซ้อมได้ทั้งปี การเซ็นMOUนี้ทำให้เราสามารถไปทำแค้มป์เก็บตัวนักกีฬาที่ชายหาดประเทศเมียนมาได้ในช่วงที่ประเทศไทยไม่มีคลื่น” นอกจากนั้นยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “การประชาสัมพันธ์การเล่นกระดานโต้คลื่น ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของการพัฒนากีฬา แต่รวมไปถึงในเรื่องการท่องเที่ยวด้วย เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา […]

ส.ว่ายน้ำ เตรียมส่งผู้ฝึกสอนพัฒนานักกีฬากัมพูชา

“ส.ว่ายน้ำ”เตรียมส่งผู้ฝึกสอน ร่วมพัฒนานักกีฬากัมพูชา ลุยศึกซีเกมส์ 2023 ที่กรุงพนมเปญ พร้อมยืนยันศูนย์กีฬาทางน้ำของไทย เสร็จทันซีเกมส์ 2025 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพเเน่นอน พล.อ.เจริญ นพสุวรรณ เลขาธิการสมาคมกีฬาว่ายน้ำเเห่งประเทศไทย เผยเเผนความร่วมมือระหว่างไทย-กัมพูชา ในการพัฒนาวงการว่ายน้ำของประเทศกัมพูชา ชาติเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งต่อไปในปี2023 ว่า “ขณะนี้ทางมิสเตอร์คีรี เขม เลขาธิการสหพันธ์กีฬาว่ายน้ำกัมพูชา เเละสหพันธ์กีฬาว่ายน้ำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ประสานขอความร่วมมือจากสมาคมกีฬาว่ายน้ำฯของไทยให้ส่งผู้ฝึกสอนกีฬาว่ายน้ำ ไปช่วยพัฒนาบรรดานักกีฬาว่ายน้ำของกัมพูชา ในการเตรียมตัวเข้าร่วมการเเข่งขันซีเกมส์ โดยจะเดินทางมาพูดคุยเรื่องดังกล่าวที่ประเทศไทยในวันที่ 18 ส.ค.นี้” พล.อ.เจริญ กล่าวต่อว่า “ประการสำคัญคือการเตรียมเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ในปี 2023 ของกัมพูชา ซึ่งตอนนี้โครงการสร้างศูนย์กีฬาทางน้ำ “อะควาติกเซ็นเตอร์” ของกัมพูชานั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการพัฒนาศักยภาพในตัวนักกีฬาเท่านั้น จึงได้ขอความร่วมมือจากไทยในการสนับสนุนผู้ฝึกสอนกีฬาว่ายน้ำ ,กระโดดน้ำและโปโลน้ำ ไปช่วยฝึกสอนให้กับนักกีฬากัมพูชา เพื่อให้เเข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ที่กรุงพนมเปญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือว่าเป็นนโยบายสำคัญของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายกสมาคมฯ ที่อยู่ในกรอบการสนับสนุนของสหพันธ์กีฬาว่ายน้ำระหว่างประเทศหรือฟีน่า “ “นอกจากการสนับสนุนเรื่องผู้ฝึกสอนให้กัมพูชาเเล้ว ความร่วมมืออีกประการหนึ่ง คือการนำนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทยไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ ประเทศกัมพูชาก่อนการแข่งขันซีเกมส์ 1 เดือน ซึ่งเป็นแผนงานที่สมาคมฯกำหนดไว้ รวมถึงการส่งผู้ฝึกสอนกีฬาระบำใต้น้ำและว่ายน้ำมาราธอน […]

กัมพูชาเนรเทศแล้ว !! ชายไนจีเรียติดฝีดาษลิงรายแรกในไทย

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค. กัมพูชาเตรียมส่งตัวออสมอนด์ ชิซาชิริม อึนเชเรม ผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงที่หายดีแล้ว กลับไนจีเรีย ประเทศบ้านเกิด และห้ามเขาเดินทางเข้ากัมพูชาอีกเป็นเวลา 3 ปีชายชาวไนจีเรีย วัย 27 ปี รายดังกล่าว ซึ่งถูกตรวจพบป่วยโรคฝีดาษลิงและเดินทางหลบหนีจากไทยมายังกัมพูชาก่อนหน้านี้ ถูกทางการกัมพูชาควบคุมตัวได้ในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของประเทศ เมื่อวันที่ 23 ก.ค. และส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมิตรภาพเขมร-โซเวียต โดยเขาหายดีและออกจากโรงพยาบาลแล้วเมื่อวันเสาร์ (6 ส.ค.) ที่ผ่านมา แก้ว วันธาน รองอธิบดีและโฆษกสำนักงานฯ กล่าวกับสำนักข่าวซินหัวว่าสำนักงาน ฯ มีมติเนรเทศชายชาวไนจีเรียรายนี้ ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงจากต่างประเทศรายแรกและรายเดียวในกัมพูชา พร้อมห้ามเขากลับเข้ากัมพูชาอีกเป็นเวลา 3 ปี ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WH0) ประกาศว่าการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงในหลายประเทศในปัจจุบัน ซึ่งเกิดขึ้นนอกถิ่นระบาดดั้งเดิมในแอฟริกา ได้กลายเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) เมื่อวันที่ 23 ก.ค.

ชาวสวนผู้ปลูกสตรอเบอรี่ ขายลูกละ 300 บาท ปี 1 กวาดเงินพันล้าน

สตรอเบอรี่ ถือว่าเป็นผลไม้ที่สร้างรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกร ในเขตพื้นภาคเหนือของประเทศไทยรวมทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ในพื้นที่หลาย ๆ อำเภอ แต่ปัญหาที่เกษตรกร ที่ทำสวนสตรอเบอรี่พบเจอก็ไม่แตกต่างกัน ตั้งแต่เรื่อง ผลผลิตที่ไม่ได้คุณภาพ ศัตรูพืช ดิน ฟ้า อากาศ และ ราคา ไร่สตรอเบอรี่ในหลาย ๆ พื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ถูกพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์การแก้ไขระยะยาว ในการพัฒนาไร่สตรอเบอรี่ของกลุ่มเกษตรกร แต่ปัจจุบันเกษตรกรรุ่นใหม่ ได้มีการนำเทคโนโลยีสมาท์ฟาร์มเข้ามาใช้ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มกำไร อย่าง  ฟาร์มพริกหวานและเมลอน ในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ , ฟาร์มเมลอน ของนายรักเกียรติ ลี้ถาวร เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 38 ปี , โอ้กะจู๋ฟาร์ม สันทราย เชียงใหม่ , โรงเรือนสมาร์ทฟาร์มสตรอเบอรี่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ และ สมาร์ทฟาร์มสวนดอกไม้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่ใช้การศึกษาหาข้อมูลจาก อินเตอร์เน็ตและอบรม กับสถาบันทางการศึกษา แล้วนำมาปฏิบัติจริง  วันนี้เราเลยจะนำทุกท่านมารู้จักกับ กลุ่มเกตรกรรุ่นใหม่ ที่เป็นต้นแบบของการทำการเกษตรแบบ สมาทร์ฟาร์ม […]

ข้าวซอยเชียงใหม่ ลำไกลถึงระดับโลก !!

ข้าวซอยเชียงใหม่ ลำไกลถึงระดับโลก !! ‘TasteAtlas’ เว็บไซต์รวบรวมสูตรอาหารและรีวิว จากนักวิจารณ์อาหารโดยนำเสนอแผนที่อาหารทั่วโลกแบบอินเทอร์แอคทีฟ ได้จัดลำดับ ‘50 Best Soups’ 50 อันดับซุปที่ดีที่สุดจากนักรีวิว . ผลปรากฏว่า อันดับ 1 ตกเป็นของข้าวซอยจากประเทศไทย นั่นเอง โดย TasteAtlas ยังได้แนะนำร้านข้าวซอยคุณยาย จ.เชียงใหม่ เป็นร้านที่เหล่านักชิมไม่ควรพลาด . สำหรับเมนูซุปที่ดีที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ 1. ข้าวซอย, ประเทศไทย 2. Salmon Soup, ฟินแลนด์ 3. Cullen Skink, สกอตแลนด์ 4. Ramen, ญี่ปุ่น 5. Tonkotsu ramen, ญี่ปุ่น

ผู้นำโสมขาวไม่พบปะ “เพโลซี่” อ้างติดวันหยุด

หนังสือพิมพ์เดลิเมลล์ของอังกฤษ รายงานเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ส.ส.แนนซี่ เพโลซี่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งกำลังเดินทางเยือนประเทศต่างๆทั่วเอเชีย ได้มาถึงกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ในช่วงเย็นวันดังกล่าว หลังจากเดินทางออกจากไต้หวัน ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯในการเยือนไต้หวันครั้งล่าสุด สำหรับการเดินทางเยือนเกาหลีใต้ในครั้งนี้ ส.ส.เพโลซี่ มีกำหนดการพบปะกับประธานสมัชชาแห่งชาติเกาหลีใต้ นายคิม จิน พโย และสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ แต่กลับไม่พบปะกับนายยุน ซ็อก ย็อล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนปัจจุบัน ที่พึ่งชนะการเลือกตั้งมาเมื่อต้นปี โดยทางการให้เหตุผลแค่ว่าผู้นำแดนโสมขาวอยู่ระหว่างการพักร้อนที่บ้านพักในกรุงโซล ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ของฮ่องกง ว่า นายยุนพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าพบกับเพโลซี่ เพื่อป้องกันการกดดันจากจีน หลังจากที่จีนเริ่มทำการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวัน เพื่อตอบโต้การเยือนไต้หวันของเพโลซี่ สำหรับกรณีไต้หวัน แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะยอมรับนโยบายจีนเดียว ของจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ปี 2522 แต่สหรัฐฯยังคงรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับไต้หวันอยู่ ส่งผลให้ทางการจีนไม่พอใจ จนเกิดความขัดแย้งระหว่างสองชาติมหาอำนาจมาโดยตลอด ที่มา : เดลิเมลล์

จับตาตลาดทุเรียนไทย หลังกวางตุ้งปลูกทุเรียนสําเร็จ

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2565 เกษตรกรมณฑลม้าวหมิง มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ประสบความสําเร็จในการปลูกทุเรียนพันธุ์มูซานคิงและพันธุ์หนามดําที่นําต้นกล้ามาจากมาเลเซีย โดยเริ่มปลูกครั้งแรก เมื่อปี 2561 ซึ่งประสบผลสําเร็จครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 และคาดว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในเดือนตุลาคม 2565 โดยพื้นที่ทดลองเพาะปลูกทุเรียนทั้งสองพันธุ์นั้น ตั้งอยู่ที่ตําบลกวนจู เมืองม้าวหมิง ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกของนายเติ้ง ยู่เฉียง (Deng Yuqiang) มีพื้นที่เพาะปลูกรวม 300 หมู่ (ประมาณ 125 ไร่) โดยแบ่งเป็นพื้นที่ปลูกลิ้นจี่และไม้กฤษณา 200 หมู่ (ประมาณ 83.33 ไร่) และพื้นที่ทดลองปลูกทุเรียน 900 หมู่ (ประมาณ 41.66 ไร่) ปัจจุบัน มีต้นกล้าที่ติดตาต่อกิ่งแล้ว จํานวน 20,000 ต้น และคาดว่าจะติดตาต่อกิ่งเพิ่มเติมจนครบ 200,000 ต้นในอนาคต  ในช่วงก่อนเริ่มต้นการทดลองปลูกทุเรียน นายเติ้งฯ ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเกษตรจีนตอนใต้ (South China Agricultural University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านการเกษตรชั้นนําของจีน ที่นครกว่างโจว รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากมาเลเซียมาให้คําปรึกษาและแนะนําเกี่ยวกับการทดลองเพาะปลูกทุเรียนด้วย นอกจากนี้ นายเติ้งฯ ยังได้เพิ่มเติมว่า พื้นที่ทดลองเพาะปลูกประกอบด้วยทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ แต่มีแผนที่จะพัฒนาสายพันธุ์มูซานคิงและหนามดําจากมาเลเซียเท่านั้น เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ทุเรียนที่มีมูลค่าในตลาดค่อนข้างสูง  ขณะเดียวกันปฏิเสธไมไ่ด้เลยว่าทุเรียนเป็นราชาผลไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในจีน ไทยส่งออกทุเรียนไปจีนอย่างมหาศาล ยังคงเป็นประเทศเดียวที่ได้รับอนุญาตนําเข้าทุเรียนสดเข้ามายังจีนได้ ซึ่งเมื่อปี 2564 จีนนําเข้าทุเรียนกว่า 421,500  ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.7 เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยในจํานวนดังกล่าว จีนนําเข้าทุเรียนจากไทยมากถึงร้อยละ 90 ของปริมาณการนําเข้าทุเรียนทั้งหมดของจีน คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการนําเข้าทุเรียนอันมหาศาลนี้ ทําให้เกษตกรจีนเริ่มหันมาให้ความสนใจที่จะทดลองปลูกทุเรียนในจีน โดยเมื่อปี 2557 เกษตรกรจีนทดลองเพาะปลูกทุเรียนโดยใช้ต้นกล้าที่นําเข้ามาจากเวียดนามเป็นครั้งแรกที่มณฑลไห่หนาน ซึ่งเพาะปลูกเป็นผลสําเร็จเมื่อปี 2562 ดังนั้น การทดลองปลูกทุเรียนที่เมืองม้าวหมิงนับในครั้งนี้ นับเป็นความสําเร็จในการทดลองปลูกทุเรียนครั้งที่ 2 ของจีน ไทยในฐานะเป็นแหล่งเพาะปลูกทุเรียนที่สําคัญในภูมิภาค อาจต้องจับตามองความเคลื่อนไหวนี้ ซึ่งศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย […]

จับตาการเยือนไต้หวัน กระทบการเงินไทย

เอเชีย พลัส ผู้ให้บริการทางการลงทุนอย่างครบวงจร ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์เกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจไทย จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน หลังการเยือนไต้หวันของ ส.ส.แนนซี่ เพโลซี่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา ทางเอเชียพลัสได้วิเคราะห์ว่า การเดินทางเยือนไต้หวันของ ประธานสภาผู้แทนฯสหรัฐ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม โดยมี 2 แง่มุม คือ มุมของความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะเกิดการใช้กําลังระหว่างประเทศ และในมุมของการค้าระหว่างประเทศอย่าง น้อยที่สุดทําให้ความคาดหวังว่ากําแพงภาษีระหว่าง สหรัฐ-จีน (Trade War) ที่ ก่อนหน้านี้มีลุ้นว่า จะผ่อนคลาย อาจต้องล้มเลิกไป ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยได้ศึกษา ผลกระทบต่อ SET Index ในช่วงที่มีการประกาศกําแพงภาษี แต่ละรอบพบว่ามี การปรับลดลงเฉลี่ย 7-10% ส่วนประเด็นอื่นเป็นเรื่องที่ กระทรวงการคลังให้ภาพ เศรษฐกิจบ้านเรา ว่าอยู่ในช่วงการฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยคาด GDP Growth ปี 2565 จะอยู่ที่ 3.3% โดยมีนักท่องเที่ยวปี 2565 อยู่ที่ 6 ล้านคน และเพิ่มเป็น 19 ล้านคน ในปี 2566 ภาพดังกล่าวน่าจะมีส่วนช่วยดึงดูด Fund Flow ให้เข้ามาได้ SET Index น่าจะพักฐานมี 1575 […]

จีนแถลงประณามการเยือนไต้หวันของ “แนนซี” อย่างรุนแรง

3 ส.ค.65 Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย แถลงการณ์ของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565 นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกาได้เดินทางเยือนไต้หวันของประเทศจีน โดยไม่สนใจการคัดต้านอย่างรุนแรงและการแสดงท่าทีอย่างจริงจังของฝ่ายจีน ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนหลักการประเทศจีนเดียวและแถลงการณ์ร่วมจีน-สหรัฐฯ ทั้ง 3 ฉบับอย่างร้ายแรง เป็นการบ่อนทำลายรากฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯอย่างร้ายแรง เป็นการรุกล้ำอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศจีนอย่างร้ายแรง เป็นการบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันอย่างร้ายแรง และก็เป็นการส่งสัญญาณผิดพลาดอย่างร้ายแรงไปยังกลุ่มอิทธิพลที่คิดจะแบ่งแยกไต้หวันออกจากประเทศจีน สำหรับเรื่องนี้ ฝ่ายจีนคัดต้านอย่างเด็ดขาดและขอประณามอย่างรุนแรง ได้แสดงท่าทีอย่างจริงจังและประท้วงอย่างรุนแรงต่อฝ่ายสหรัฐฯ ในโลกนี้มีแค่ประเทศจีนเดียว ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีนที่แบ่งแยกไม่ได้ รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงแต่รัฐบาลเดียวที่สามารถเป็นตัวแทนของทั่วประเทศจีน มติ 2758 ของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเมื่อปี ค.ศ.1971 ได้มีการรับรองในเรื่องนี้อย่างชัดเจน นับตั้งแต่การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1949 เป็นต้นมา มีทั้งหมด 181 ประเทศได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศจีนบนพื้นฐานหลักการประเทศจีนเดียว ซึ่งเป็นฉันทามติทั่วไปของประชาคมโลกและหลักการขั้นพื้นฐานแห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปัจจุบัน สถานการณ์ในช่องแคบไต้หวันกำลังเผชิญกับความตึงเครียดและความท้าทายที่รุนแรงรอบใหม่ สาเหตุที่แท้จริงก็คือ ทางการไต้หวันและฝ่ายสหรัฐฯได้พยายามเปลี่ยนสถานะที่เป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง โดย “ใช้ไต้หวันในการควบคุมจีน” บิดเบือนทำลายหลักการประเทศจีนเดียวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการรุกล้ำอธิปไตยของจีนและเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงแห่งชาติของประเทศจีน ยังได้บ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพของ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นางแนนซี เพโลซี เป็นผู้นำรัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐฯคนปัจจุบัน […]

ฝรั่งเศสฆ่า ‘ไก่งวง’ อย่างน้อย 8,000 ตัว หลังพบ ‘ไข้หวัดนก’ ระบาด

ปารีส, 2 ส.ค. (ซินหัว) – เมื่อวันจันทร์ (1 ส.ค.) เลอ ฟิกาโร หนังสือพิมพ์รายวันของฝรั่งเศส รายงานการตรวจพบไข้หวัดนกชนิดรุนแรง ที่ฟาร์มไก่งวงแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ซึ่งส่งผลให้มีการกำจัดไก่งวงอย่างน้อย 8,000 ตัว แถลงการณ์จากหน่วยงานท้องถิ่นเมืองเฟยแยร์ ในจังหวัดซอมม์ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ระบุว่ามีการจัดตั้งเขตป้องกันและเฝ้าระวังภายในรัศมี 3-10 กิโลเมตร โดยพบการระบาดของไข้หวัดนกกลุ่มก้อนแรกที่ฟาร์มไก่งวง เมื่อวันเสาร์ (30 ก.ค.) ที่ผ่านมา แถลงการณ์ระบุว่ามีการบังคับใช้ข้อกำหนดเฉพาะ ในสถานเลี้ยงสัตว์ปีกและนกทุกแห่ง โดยเฉพาะคำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกและนกเลี้ยงในกรง ด้านหน่วยงานบริการของรัฐได้ทำงานร่วมกับบรรดาผู้เพาะพันธุ์ ซึ่งจะได้รับการชดเชยจากความสูญเสียที่ได้รับ ทั้งนี้ ฝรั่งเศสรายงานการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดรุนแรง แบบเป็นกลุ่มก้อนมากกว่า 1,300 กลุ่ม และสั่งกำจัดสัตว์ปีก 20 ล้านตัวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยมีการตรวจพบไข้หวัดนกชนิดรุนแรงระบาดเป็นกลุ่มก้อน 500 กลุ่ม และกำจัดสัตว์ปีก 3.5 ล้านตัวในประเทศ ระหว่างฤดูใบไม้ร่วงปี 2020 จนถึงฤดูใบไม้ผลิปี 2021

เมียนมายึด ‘ยาเสพติด’ มูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์ ใน 5 เดือน

ย่างกุ้ง, 1 ส.ค. (ซินหัว) – วันจันทร์ (1 ส.ค.) สื่อของรัฐบาลเมียนมา รายงานว่าเมียนมายึดยาเสพติดและวัตถุที่เกี่ยวข้อง มูลค่ากว่า 311.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.12 หมื่นล้านบาท) ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ซึ่งมากกว่ามูลค่าการจับยึดในปีก่อนเกินครึ่งหนึ่ง พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐของเมียนมา ระบุว่าตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินกิจกรรมปราบปรามยาเสพติด โดยยาเสพติดที่ยึดได้ส่วนใหญ่มาจากรัฐฉาน และทางการเมียนมาได้ยกระดับปฏิบัติการปราบปรามให้เข้มข้นมากขึ้นแล้ว เมียนมาจับยึดยาเสพติดและวัตถุที่เกี่ยวข้อง มูลค่า 524.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.89 หมื่นล้านบาท) ในปี 2021 และเผายาเสพติด มูลค่ากว่า 642 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.31 หมื่นล้านบาท) เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. เนื่องในวันต่อต้านการใช้ยาเสพติดและการค้ามนุษย์ที่ผิดกฎหมายสากล

1 2 3 5