หนุ่มเสื้อแดง หัวร้อนขู่ป้าและเด็กน้อย โดดเข้ามอบตัวตำรวจหลังถูกกดดันจากโซเชียล

หนุ่มเสื้อแดง หัวร้อนขู่ป้าและเด็กน้อย โดดเข้ามอบตัวตำรวจหลังถูกกดดันจากโซเชียลไม่ไหว พบอดีตคู่กรณีหลายรายทราบข่าวเดินทางเข้าแจ้งความเพิ่ม ด้าน ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ยืนดำเนินคดีหนัก พร้อมให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายทุกคน

ความคืบหน้ากรณีหนุ่มขับเก๋งสีดำ หัวเสียแสดงอาการเกรี้ยวกราดด่าทอและข่มขู่คู่กรณีที่ขับรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นคุณป้ามาดับเด็กเล็ก จนเกิดความหวาดผวาไม่กล้าตอบโต้และยืนร้องไห้บนท้องถนนสายคันคลองชลประทานจากแยกแม่เหียะมุ่งหน้าไปยังทางแยกพืชสวนโลก เมื่อช่วงเย็นของวายนี้ (1 เม.ย.69) และหลังมีคลิปปรากฏบนโลกโซเชียล มีผู้คนแฉประวัติของชายคนนี้ รนมไปถึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

จนกระทั่งในช่งงบ่ายวันนี้ (2 เม.ย.69) ทางด้าน นายธรรมฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) หรือนายท็อป อายุ 33 ปี ชาว อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นชายเสื้อแดงคนเดียวกันกับในคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่พลเมืองดีบันทึกไว้ในที่เกิดเหตุ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ภายหลังจากที่ถูกกระแสกดดันจากโซเชียล และทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการติดตามไม่ไหว โดยในระหว่างการควบคุมตัว นายธรรมฤทธิ์ นั้นได้มีอดีตคู่กรณีหลายรายเข้ามารอเจอตัว พร้อมกับมีการต่อว่า นายธรรมฤทธิ์ จนเกือบเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ก่อนจะนำตังขึ้นไปสอบสวนโดยมีทาง

จากการสอบถามทางด้าน นายธรรมฤทธิ์ หรือ นายท็อป ให้การว่า วันเกิดเหตุนั้นตนเองได้ขับรถมาตามปกติกระทั่งถูกจุดเกิดเหตุได้มีป้าและเด็กขับรถจักรยายนต์มาจากเลนซ้ายและขับเบียดมายังเลนขวาโดยไม่ได้มองทำให้เฉี่ยวชนรถตัวเองจนเกิดอุบัติเหตุแฉลบล้ม ตนจึงได้ลง
ไปดู แต่ในขณะนั้นก็มีอารมณ์โมโหตามคลิปที่ปรากฎ โดยตนได้ต่อว่าป้าคนขับพร้อมกับแสดงความไม่พอใจและแตะขวดน้ำเนื่องจากโมโหที่ป้าขับประมาทและอ้างว่าเป็นห่วงเด็ก และไม่ได้มีเจตนาตะคอกเด็กแต่อย่างใด ซึ่งหลังเกิดเหตุมีคลิปออกมาทำให้ตนรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดอยากขอโทษคู่กรณีด้วย ยันได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันเป็นเช่นนี้ โดยที่ตนที่หงุดหงิดนั้นเพราะคู่กรณีไม่ดูทางอ้างเป็นห่วงเด็ก

ทางด้าน พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายธรรมฤทธิ์ ได้ยอมรับและรู้สึกเสียใยกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยบอกว่าที่ทำลงไปเพราะเกิดอารมณ์โมโห พร้อมกับได้ฝากขอโทษไปยังคู่กรณี รวมถึงพี่น้องประชานชาวเชียงใหม่ ที่ตัวเองได้ใช้อารมณ์รุนแรงจนเกินไปในการพูดคุยกับคู่กรณีที่เกิดขึ้นตามคลิป อย่างไรก็ตามจากการรวบรวมพยานหลักฐานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบหลักฐานเพิ่มเติมในเรื่องของพฤติกรรมการขับรถที่มีลักษณะเป็นอันตรายและไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน โดยในตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และจะได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ส่วนข้อหาที่มีการดำเนินคดีกับ นายธรรมฤทธิ์ หรือนายท็อป เบื้องต้นแบ่ง 3 ข้อหาหลัก ข้อหาแรกคือเรื่องของการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ที่เป็น พ.ร.บ.จราจร มีอัตราโทษจำคุก 1 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท ส่วนข้อหาที่สองคือ เรื่องของการข่มขู่ผู้อื่นให้ผู้อื่นตกใจกลัว ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา และเป็นลหุโทษ ซึ่งจะได้มีการพิจารณาบทลงโทษ และในข้อหาที่สาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบพบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหาเป็นมอร์ฟีน และแจ้งข้อหาเพิ่มอีกข้อหาคือการขับรถโดยเสพสารเสพติดผิดกฎหมาย

ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดรถของกลางนิสสัน สีดำ ที่ผู้ต้องหาขังไว้เป็นของกลางเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาหลังจากนั้นให้ศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่ พิจารณาในการตรวจยึดไม่ให้ใช้ เนื่องจากพฤติกรรมของ นายธรรมฤทธิ์ มีความเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน และอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกได้

ร่วมแสดงความคิดเห็น