ภาค 5 เปิดปฎิบัติการกวาดล้างอาชญากรรม ยึดของกลางอาวุธปืนร่วม 1,000 กระบอก พร้อมของกลางอื่น ๆ

ตำรวจภาค 5 เปิดปฎิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมพื้นที่ภาคเหนือ ยึดของกลางอาวุธปืนร่วม 1,000 กระบอก พร้อมของกลางอื่นๆ และคืนเงินผู้เสียหาย จากอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 5 คดี รวมมูลค่ากว่า 3.2 ล้าน ด้าน ผบช.ภ.5 สั่งเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วงเทศกาลคุมเข้มทั่วพื้นที่ ยันทำงาน 24 ชม. ไม่มีวันหยุด สร้างความเชื่อมันให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว

วันที่ 9 เม.ย.69 ที่ห้องประชุมอาคารคุ้มแก้วขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมห้วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 25 มี.ค.69 ถึง วันที่ 5 เม.ย.69 รวม 12 วัน โดยมีผลการปฏิบัติการจับกุมความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน 718 คดี ผู้ต้องหา 718 คน ตรวจยึดของกลางอาวุธปืนรวม 675 กระบอก วัตถุระเบิดรวม 45 ลูก เครื่องกระสุน 3,655 นัด นอกจากนี้ได้มีการจับกุมบุคคลตามหมายจับรวม 1,216 คน และจับกุมคดีม้ากดเงิน 1 ราย ผู้ต้องหา 2 คนและการคืนเงินให้กับผู้เสียหายในคดีอาชญากรรมออนไลน์ Money Cash Back จำนวน 5 คดี รวมเป็นเงิน 3,285,200 บาท

โดยทาง พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เปิดเผยถึงปฏิบัติการในครั้งนี้ว่า การดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ 2 คน ประกอบด้วย น.ส.สุภัสรา (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ชาว ต.ขี้เหล็ก อ.เเม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยเจ้าตัวทำหน้าที่ ม้าถอนเงิน/เจ้าของบัญชีม้า และอีกรายคือ นายศรราม (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ชาว อ.เมืองเชียงใหม่ ทำหน้าที่ควบคุมม้าถอนเงินในขณะกำลังถอนเงินเหยื่อจากบัญชีม้า และทำการยึดเงินสดได้ 445,500 บาท หน้าธนาคารกลางเมืองเชียงใหม่

โดย ผู้เสียหายเป็นเจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายพลาสติก ถูกกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นผู้ประสานงานหน่วยงานทหาร หลังจากนั้นมิจฉาชีพอ้างว่าต้องการซื้อแผงกั้นแบริเออร์ โดยให้
ให้ผู้เสียหายสำรองเงินออกให้ก่อนอ้างจะให้ผลตอบแทน และให้ผู้เสียหายแอดไลน์เพื่อซื้อกับร้านค้าที่มิจฉาชีพแนะนำโดยโอนเงินชำระค่าสินค้าไปยังบัญชีธนาคาร หลังจากโอนเงินไปแล้วไม่สามารถติดต่อได้อีก ภายหลังมาทราบว่าเป็นการกระทำของกลุ่มมิจฉาชีพ จึงเชื่อว่าตนเองถูกหลอก จากนั้นผู้เสียหายจึงโทรแจ้งกับสายด่วนศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์

จากการสืบสวนและรวบรวมข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.5 ในวันเดียวกันทราบว่ามีกลุ่มคนร้ายกำลังพยายามทำธุรกรรมโดยการถอนเงินสดเคาน์เตอร์ธนาคารกสิกรไทยสาขาตลาดมีโชคพลาซ่า จ.เชียงใหม่ โดยผู้มาติดต่อถอนเงินคือ น.ส.สุภัสราฯ ซึ่งมียอดเงินและบัญชี ตรงกับที่ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ เจ้าหน้าตำรวจจึงได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบต่อมาพบ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน กำลังถอนเงินสดและเดินออกมาจากธนาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวบุคคลทั้ง 2 และได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่” และได้ทำการตรวจยึดเงินสดเพื่อมอบคืนให้กับผู้เสียหาย และจะได้ทำการสืบสวนหาบุคคล ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้มีการคืนเงินผู้เสียหาย จากอาชญากรรมออนไลน์ อีกจำนวน 5 คดี ประกอบด้วย คดีแรกที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ผู้เสียหาย นางปรมาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี จำนวนเงินที่เสียหาย 445,500 บาท , คดีที่สอง นางณัฐกมล (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี จำนวนเงินที่เสียหาย 120,000 บาท , คดีที่สาม น.ส.ศุภนิจ (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี จำนวนเงินที่เสียหาย 300,000 บาท , คดีที่สี่ นางชนากานต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี จำนวนเงินที่เสียหาย 1,999,800 บาท และคดีที่ห้า นางทิพย์วิภา (สงวนนามสกุล) อายุ ปี จำนวนเงินที่เสียหายทั้งหมด 12,426,053.48 บาท

ทางด้าน พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้ว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่จะถึงนี้ทางตำรวจภาค 5 มีความพร้อมที่จะต้อนรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นทีี โดยเชื่อว่าแม้จะมีปัญหาสถานการณ์น้ำมัน หรือปัญหาหมอกควัน แต่ในช่วงเทศกาลก็จะมีคนเดินทางมาท่องเที่ยวเชียงใหม่ และภาคเหนือจำนวนไม่น้อย ดังนั้นเรื่องของความปลอดภัยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีการเตรียมความพร้อม โดยมีการดำเนินการอยู่ 2 ส่วน โดยส่วนแรกมีการระดมเจ้าหน้าที่ของฝ่ายสืบสวนในการจับกุมตามหมายจับคดีค้างเก่า ซึ่งยังมีอีกประมาณ 10,000 กว่าหมายที่ยังไม่สามารถจับกุมได้ และในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการระดมทีมเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมทั้งภายในพื้นที่และนอกพื้นที่ภาคเหนือได้ประมาณ 1,000-2,000 กว่าหมาย

นอกจากนี้แล้วทางเจ้าหน้าที่ยังได้มีการระดมกำลังในการปฏิบัติการจับกุมอาวุธ ที่มีอาวุธปืนเถื่อน , ดินปืน , ระเบิด และกระสุนปืน โดยเฉพาะอาวุธปืนที่มีการตรวจยึดได้เกือบ 1,000 กระบอก พร้อมกระสุน และระเบิดอีกเกือบ 50 ลูก โดยปฎิบัติการนี้ก็เพื่อเป็นการป้องปรามกลุ่มคนร้ายหรือผู้ไม่ประสงค์ดีที่จะเข้ามาก่อเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ขณะเดียวกันทางตนได้มีกรสั่งการทางเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ส่วน ในเรื่องของการสืบสวนจับกุมคดีต่างๆ รวมไปถึงเรื่องของอาวุธ และกลุ่มแก๊งอันธพาล ทั้งคนไทยและชนเผาที่อาจมีการรวมกลุ่มกันเพื่อไปก่อเหตุ รวมไปถึงเรื่องของการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน และเฝ้าระวังในเรื่องของอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาแล้วขับ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ด้วย

ร่วมแสดงความคิดเห็น