เชียงใหม่นิวส์ – ร้อยเรื่องเมืองล้านนา นำเสนอเรื่องราว ของดอกกาสะลอง หรือ ดอกซ้องปีบ ของล้านนา ที่ช่วงนี้เบ่งบาน มีกลิ่นหอม ดอกสวยงาม
กาสะลอง มีชื่ออื่น ๆ ที่เรียกกันอีกว่า ดอกปีบ หรือทางเหนืออาจเรียกว่า กาซะลอง กาดสะลอง แต่เห็นเป็นดอกไม้พื้นบ้านอย่างนี้ ก็แอบมีชื่อภาษาอังกฤษด้วยนะคะ โดยกาสะลอง ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Cork Tree หรือ Indian Cork ส่วนชื่อทางวิทยาศาสตร์ของกาสะลอง คือ Millingtonia hortensis L.f.

กาสะลอง เป็นพืชในวงศ์ Bignoniaceae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ต้นสูงประมาณ 5-10 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกมีสีเทาเข้มแตกเป็นร่องลึก มีช่องอากาศ ยอดอ่อนมีขนนุ่ม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก 3 ชั้น ขนาดใบกว้าง 13-20 เซนติเมตร ยาว 16-26 เซนติเมตร ก้านใบยาว 3.5-6 เซนติเมตร แผ่นใบเรียบทั้งสองด้าน เนื้อใบบางคล้ายกระดาษ ส่วนดอกกาสะลองหรือดอกปีบจะออกเป็นกระจุก
แต่จะแยกแตกแขนงที่ปลายกิ่ง ตัวดอกยาวประมาณ 10-25 เซนติเมตร กลีบดอกสีขาว มีประมาณ 5 กลีบ กลีบเลี้ยงมีสีเขียว กว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตร ดอกกาสะลองมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว โคนดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายกลีบแหลมแยกเป็นหลอดปากแตร 5 แฉก 3 แฉก รูปขอบขนาน 2 แฉก ล่างค่อนข้างแหลม ดอกกาสะลองจะออกประมาณเดือนพฤศจิกายน – พฤษภาคม ของทุกปี ส่วนผลกาสะลองเป็นผลแห้งแตก ลักษณะผลแบนยาวขอบขนาน ในผลกาสะลองจะมีเนื้อและเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีลักษณะเป็นแผ่นบาง มีปีก

ตามตำรับยาแพทย์แผนไทยพบว่า ดอกกาสะลองหรือดอกปีบมีสาร Hispidulin และสาร Hortensin ช่วยบำรุงปอด มีฤทธิ์ขยายหลอดลม ช่วยบรรเทาอาการโรคหอบหืดได้ โดยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน จะนำดอกกาสะลองหรือดอกปีบมาสุมยา ด้วยการนำดอกกาสะลองหรือดอกปีบประมาณ 1 กำมือ ล้างให้สะอาด จากนั้นนำดอกกาสะลองหรือดอกปีบ ไปใส่ในกะละมังที่ทนความร้อน ใส่หอมแดงทุบพอแตก 2 หัว ผิวมะกรูด 1 ลูก แล้วใส่น้ำร้อนให้ท่วม จากนั้นหาภาชนะมาปิดประมาณ 3 นาที แล้วนำผ้าชุบน้ำพอหมาดคลุมศีรษะ เสร็จแล้วให้ค่อย ๆ เปิดภาชนะ แล้วก้มศีรษะสูดไอน้ำสมุนไพรในกะละมังประมาณ 5 นาที หรือจนกว่ากลิ่นจะหมด ผ่านไปสักพักอาการหอบหืดจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
นอกจากนี้ ดอกปีบยังเป็นยาบำรุงน้ำดี โดยนำดอกปีบประมาณ 2-3 กำมือ มาผึ่งลมให้แห้งสนิท แล้วหยิบดอกปีบ 1 หยิบมือมาชงกับน้ำร้อน 1 ถ้วยกาแฟ กรองเอาแต่น้ำดื่มอุ่น ๆ ยามเช้าก็ได้ ชาดอกปีบจะช่วยขับน้ำดี ขยายหลอดลม บรรเทาอาการไซนัส หรือถ้ามีดอกปีบปริมาณมาก ๆ จะนำมาต้มเพื่อทำเป็นน้ำมันหอมไว้ทาผิวก็ได้เช่นกัน
ไม่ใช่แค่กลีบดอกเท่านั้นที่มีประโยชน์ เพราะในตำรับยาไทยยังนำกาสะลองมาใช้ในการรักษาโรคได้อีกหลายส่วน ดังนี้
* ราก มีรสเฝื่อน ใช้บำรุงปอด รักษาวัณโรค อาการหอบหืด แก้ไอ แก้เหนื่อยหอบ
* เปลือก แก้ไอ ขับเสมหะ
* ใบ ใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แก้ไข้ แก้ไซนัสอักเสบ เพิ่มการหลั่งน้ำดี ปรุงเป็นยาบำรุงร่างกาย หรือใช้ใบมวนบุหรี่สูบแทนฝิ่นเพื่อขยายหลอดลม บรรเทาอาการหอบหืดได้เหมือนกัน
* ลำต้น บำรุงปอดและแก้ไอ
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของกาสะลองหรือดอกปีบ ยังเป็นเพียงผลการศึกษาในหนูทดลองเท่านั้น แต่การนำสารสกัดจากดอกกาสะลองหรือดอกปีบ มาใช้เป็นยาบรรเทาอาการเจ็บป่วยในคนยังคงต้องศึกษากันต่อไป
อ้างอิง
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ขอบคุณ กระปุกดอทคอม
ร่วมแสดงความคิดเห็น