“ประเพณีแห่ไม้ค้ำสะหลี” สืบทอดศรัทธาแห่งพระพุทธศาสนา

ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี โดยเฉพาะหลังเทศกาลสงกรานต์ จังหวัดเชียงใหม่ จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เมื่อชาวบ้านในอำเภอจอมทอง ร่วมใจกันจัดงาน “แห่ไม้ค้ำสะหลี” หรือ “แห่ไม้ค้ำโพธิ์” ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่มีอายุยาวนานกว่า 200 ปี สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรม ที่สะท้อนถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง

จุดเริ่มต้นของประเพณีแห่ไม้ค้ำสะหลี

“ไม้ค้ำสะหลี” หรือ “ไม้ค้ำโพธิ์” คือท่อนไม้ง่ามที่ปลายมีลักษณะคล้ายค้ำยัน ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยการทาสีหรือประดับกระดาษเงินกระดาษทอง คำว่า “สะหลี” มาจากภาษาล้านนา หมายถึง ต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นต้นไม้สำคัญในพุทธประวัติที่พระพุทธเจ้าประทับตรัสรู้

ตามตำนานเล่าว่า ในปี พ.ศ. 2314 สมัยที่ ครูบาปุ๊ด หรือ ครูบาพุทธิมาวังโส เป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เกิดพายุใหญ่พัดกิ่งต้นสะหลีในวัดจนหักลงมา ครูบาปุ๊ดได้เข้าจำวัดและเกิดนิมิตว่า เหตุอาเพศครั้งนี้เกิดจากการที่ท่านและชาวบ้าน ยังไม่ได้ตั้งจิตปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด

เพื่อตั้งจิตอุทิศบุญกุศล ครูบาปุ๊ดจึงนำชาวบ้านตัดไม้ง่ามมาช่วยกันค้ำกิ่งต้นโพธิ์เพื่อป้องกันลมพัดโค่น นับแต่นั้นมา ทุกเดือนเมษายนหลังเทศกาลสงกรานต์ จึงมีการจัด พิธีแห่ไม้ค้ำสะหลี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและสืบชะตาให้กับชาวบ้าน ซึ่งประเพณีดังกล่าวได้สืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

“ไม้ค้ำสะหลี” สัญลักษณ์แห่งความศรัทธาและความเป็นสิริมงคล

ไม้ค้ำสะหลีไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือป้องกันกิ่งโพธิ์ไม่ให้ล้ม แต่ยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์อันลึกซึ้งต่อพระพุทธศาสนา การค้ำยันต้นโพธิ์สะท้อนถึงการช่วยค้ำจุนศาสนาให้ดำรงอยู่ยาวนาน ชาวล้านนาเชื่อว่าผู้ที่ถวายไม้ค้ำสะหลี จะได้รับผลบุญอันมหาศาล เสริมความมั่นคงให้ดวงชะตา มีชีวิตเจริญรุ่งเรือง และได้รับการค้ำชูจากผู้คนรอบข้าง

รูปแบบการจัดขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่

งานแห่ไม้ค้ำสะหลีที่อำเภอจอมทองในปัจจุบันถือเป็นงานบุญใหญ่ โดยในวันแห่ ชาวบ้านจากทุกคุ้มชุมชนในอำเภอ จะจัดขบวนรถประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ขบวนประกอบด้วยไม้ค้ำสะหลีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่จำนวนมาก มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้เฒ่าผู้แก่มาร่วมเดินขบวน พร้อมการฟ้อนรำและเสียงดนตรีพื้นเมืองที่สร้างบรรยากาศสนุกสนาน

ขบวนแห่จะเคลื่อนไปรอบเมืองจอมทองก่อนมุ่งหน้าไปยัง วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญ เมื่อถึงวัด ทุกคนจะร่วมกันถวายไม้ค้ำสะหลีเพื่อนำไปค้ำต้นโพธิ์ นอกจากนี้ ยังมีการอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นของสำคัญประจำวัดออกมาให้ประชาชนสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล

ศรัทธาและความเชื่อที่ยังคงสืบทอด

ประเพณีแห่ไม้ค้ำสะหลีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในภาคเหนือเท่านั้น แต่ยังพบเห็นได้ในพื้นที่อื่น เช่น ภาคกลางหรือกรุงเทพฯ ซึ่งสะท้อนถึงความศรัทธาอันลึกซึ้งที่ชาวพุทธมีต่อ ต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นต้นไม้แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

ในโลกยุคปัจจุบันที่สังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประเพณีนี้ยังคงถูกสืบสานอย่างเข้มแข็งในชุมชนล้านนา โดยเฉพาะในอำเภอจอมทองซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของพิธีแห่ไม้ค้ำสะหลี ชาวจอมทองที่ย้ายไปอยู่ต่างถิ่นก็มักจะเดินทางกลับบ้านในช่วงสงกรานต์ เพื่อร่วมประเพณีนี้กับครอบครัว

มรดกวัฒนธรรมที่ยั่งยืน

ประเพณีแห่ไม้ค้ำสะหลี เป็นเครื่องสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างวัฒนธรรม วิถีชีวิต และศรัทธาในพระพุทธศาสนา การร่วมกันถวายไม้ค้ำสะหลีไม่เพียงแต่เป็นการสืบทอดธรรมเนียมโบราณ แต่ยังเป็นการส่งเสริมความสามัคคีในชุมชน

ประเพณีนี้ยังคงเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของอำเภอจอมทอง และภาคเหนือของไทย ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษได้ฝากไว้

ที่มา : https://www.finearts.go.th/chiangmaimuseum/view/33537-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5–%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C- , https://mgronline.com/travel/detail/9570000038319

รูปภาพจาก : https://lamphuncity.go.th/18574/

ร่วมแสดงความคิดเห็น