พระเจ้าแสนแซ่ หรือที่เรียกกันในภาษาถิ่นว่า “พระแสนแซว่” เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เก่าแก่และทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของอำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย ตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธรูปองค์นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐาน ณ พระธาตุแท่นคำ ก่อนที่วัดดังกล่าวจะร้างไป ชาวบ้านจึงได้อัญเชิญพระเจ้าแสนแซ่มาประดิษฐานที่วัดต้าอภัยภิมุขตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา และกลายเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนในทุกช่วงเทศกาลสงกรานต์
ต้นกำเนิดที่ปริศนาพระแสนแซ่ว่ามาจากไหน?
แม้ว่าประวัติของพระเจ้าแสนแซ่จะเกี่ยวโยงกับวัดยางกวง เมืองเชียงใหม่ แต่หลักฐานทางเอกสารไม่พบการกล่าวถึงพระพุทธรูปองค์ใหญ่ในวัดดังกล่าว ขณะเดียวกัน เอกสารสำคัญของล้านนา เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ ก็ไม่ได้บันทึกการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้เช่นกัน ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า แท้จริงแล้ว พระแสนแซ่อาจไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในเชียงใหม่ แต่มาจากที่อื่นและถูกนำมาเก็บรักษาไว้ที่วัดยางกวงในภายหลัง
สิ่งที่ทำให้พระพุทธรูปองค์นี้โดดเด่นคือขนาดที่ใหญ่โตและเทคนิคการหล่อแบบโบราณ เชื่อกันว่า การสร้างพระแสนแซ่อาจเป็นกระบวนการที่แบ่งหล่อเป็นชิ้นส่วน แล้วนำมาประกอบกันโดยใช้ “แซว่” หรือสลักโลหะจำนวนมหาศาล ทำให้เกิดชื่อ “แสนแซว่” ซึ่งหมายถึง “กลอนแสนตัว”
เศียรพระเจ้าแสนแซ่ กับร่องรอยในเชียงแสน
ในช่วงปี พ.ศ. 2515 กรมศิลปากรได้ย้ายเศียรพระเจ้าแสนแซ่จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กลับไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เพื่อคืนคุณค่าให้กับแผ่นดินล้านนา อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านโบราณคดีได้ตั้งข้อสังเกตว่า เศียรพระแสนแซ่อาจเกี่ยวข้องกับพระเกศโมลีขนาดใหญ่ที่พบในเชียงแสน ซึ่งปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน
การค้นพบนี้นำไปสู่แนวคิดใหม่ว่า พระเกศโมลีและเศียรพระเจ้าแสนแซ่อาจเคยเป็นส่วนหนึ่งของพระพุทธรูปองค์เดียวกัน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำริดขนาดมหึมาที่ถูกแยกชิ้นส่วนในอดีต อาจเป็นเพราะสงคราม การเสื่อมสลายของอาณาจักร หรือการเคลื่อนย้ายเพื่อรักษาไว้
ตำนานแห่งวัดป่าสักหลวง เมืองเชียงแสน
หลักฐานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่เพิ่งถูกค้นพบในคัมภีร์โบราณ ตำนานอารามป่าสักหลวง เมืองเชียงแสน กล่าวถึงการสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ในสมัยพญาสามฝั่งแกน โดยมีขนาดใหญ่จนเข่าทั้งสองข้างยื่นเลยเสาวิหาร ข้อมูลนี้ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า พระพุทธรูปดังกล่าวอาจเป็นพระเจ้าแสนแซ่ และอาจถูกเคลื่อนย้ายในภายหลัง
แม้ว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงของพระเจ้าแสนแซ่ยังคงเป็นปริศนา แต่ความศักดิ์สิทธิ์และความเคารพนับถือของประชาชนยังคงอยู่ ทุกปีในเทศกาลสงกรานต์ ชาวบ้านขุนตาลจะอัญเชิญพระเจ้าแสนแซ่ไปประดิษฐาน ณ ที่ว่าการอำเภอขุนตาล เพื่อให้ประชาชนได้สักการะและขอพร โดยเชื่อกันว่า อานุภาพของพระเจ้าแสนแซ่จะช่วยดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล
เรื่องราวของพระเจ้าแสนแซ่ยังคงเป็นปริศนาแห่งล้านนาที่รอการค้นคว้าเพิ่มเติม และอาจมีหลักฐานใหม่ๆ ที่ช่วยไขปริศนานี้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพระพุทธรูปองค์นี้จะมีต้นกำเนิดจากที่ใด แต่สำหรับชาวล้านนา พระเจ้าแสนแซ่คือสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาที่ไม่เสื่อมคลาย
ที่มา : https://www.silpa-mag.com/history/article_85973 , https://www.silpa-mag.com/history/article_17096 , https://tesabantambonbhanta.go.th/?page=gallery&id=50
รูปภาพจาก : https://www.chiangmainews.co.th/100lanna/2867966/
ร่วมแสดงความคิดเห็น