“บอกไฟล้านนา” แสงแห่งศรัทธาและขนบธรรมเนียมโบราณชาวเหนือ

เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงเทศกาลยี่เป็งหรือประเพณีเดือนยี่ แสงสีแห่งศรัทธาจะสว่างไสวไปทั่วแผ่นดินล้านนา ตามวัดวาอารามและบ้านสล่าบอกไฟ จะเริ่มมีการจัดเตรียม “บอกไฟ” หรือดอกไม้ไฟโบราณ เพื่อใช้จุดเป็นพุทธบูชา แสดงความเคารพต่อพระเกศแก้วจุฬามณี ตลอดจนใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น เทศน์มหาชาติและตั้งธรรมหลวง นอกจากนี้ บอกไฟยังเป็นของเล่นประจำเทศกาลที่สร้างความรื่นเริงให้กับเด็กๆ และชาวบ้านทั่วทั้งล้านนา

บอกไฟของชาวล้านนามีหลายชนิด แต่ละแบบล้วนมีเอกลักษณ์และจุดประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป เช่น บอกไฟยิง บอกไฟข้าวต้ม บอกไฟหมื่น บอกไฟขึ้น บอกไฟจักจั่น บอกไฟดอก บอกไฟดาว บอกไฟน้ำต้น (บอกไฟมะขี้เบ้า) บอกไฟช้างร้อง และบอกไฟเทียน เป็นต้น ในอดีต เด็กๆ ก็มักนิยมเล่น บอกถบ (ประทัด) จุดมะผาบ และสะโปก เพื่อให้เกิดเสียงดังสะท้อนถึงการมาถึงของประเพณียี่เป็ง

จุดเด่นของบอกไฟที่ใช้ในช่วงยี่เป็ง คือ ลักษณะที่ให้ประกายไฟสวยงามในยามค่ำคืน ซึ่งทำให้ท้องฟ้ายามราตรีของล้านนาสว่างไสวไปด้วยแสงแห่งศรัทธา โดยเฉพาะ บอกไฟยิง บอกไฟข้าวต้ม บอกไฟดอก บอกไฟดาว และบอกไฟน้ำต้น ถือเป็นบอกไฟยอดนิยมในการถวายเป็นพุทธบูชา แต่ละชุมชนต่างมีสูตรลับเฉพาะของสล่าหรือช่างทำบอกไฟ ที่ถ่ายทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น

บอกไฟบูชาพระบรมธาตุ จากบันทึกความทรงจำของมหาดเล็ก สำราญ จรุงจิตรประชารมย์ ซึ่งเคยรับใช้ เจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย ได้บรรยายถึงการจุดบอกไฟบูชาพระบรมธาตุว่า “ยกมือไหว้สาพระธาตุเป็นเจ้า ซื้อนายเหน้าร่วมกั๋นทำบุญ เป็นก๋านเกื้อหนุนต๋นบุญพระเจ้า บ่มีโศกเศร้าล่วงสู่นิพพาน”

ในอดีต ช่วงเทศกาลนมัสการพระธาตุแช่แห้งและพระธาตุเขาน้อย ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญของเมืองน่าน มักจะมีการจัดขบวนแห่บอกไฟไปถวายเป็นพุทธบูชา โดยเฉพาะงานนมัสการพระธาตุแช่แห้ง ที่จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 6 เหนือ และ งานพระธาตุเขาน้อย ที่จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 8 เหนือของทุกปี

ประเพณีจากยุคพญาก๋านเมือง
ตำนานการจุดบอกไฟถวายพระบรมธาตุแช่แห้งมีมาตั้งแต่สมัย พญาก๋านเมือง กษัตริย์แห่งราชวงศ์ภูคา องค์ที่ 5 ผู้ครองนครภูเพียงแช่แห้ง (เมืองน่าน) ในปี พ.ศ. 1902 หลังจากได้รับพระบรมสารีริกธาตุจากกรุงสุโขทัย พระองค์โปรดให้สร้างพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และมีการเฉลิมฉลองสมโภชด้วยการจุดบอกไฟถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งสืบทอดมาเป็นประเพณีตลอดหลายร้อยปี
บอกไฟที่ใช้ในงานสมโภชพระบรมธาตุมีหลากหลายขนาด โดยแบ่งตามปริมาณดินไฟ (ดินประสิว) ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง เช่น

  • บอกไฟสองปัน (ใช้ดินประสิวหนึ่งปัน ประมาณ 8 ขีด)
  • บอกไฟหมื่น (ใช้ดินประสิว 10 ปัน)
  • บอกไฟแสน (ใช้ดินประสิว 10 หมื่น)

การทำบอกไฟขนาดใหญ่อย่าง บอกไฟแสน เป็นงานที่ซับซ้อนและต้องใช้ช่างฝีมือสูง โดยมักทำจากต้นตาลคว้านไส้ออก ใช้ไม้ไผ่สีสุกขนาดใหญ่เป็นตัวช่วยเสริมโครงสร้าง และต้องใช้แรงงานจำนวนมากในการเคลื่อนย้าย

ในอดีต การแห่บอกไฟไปถวายเป็นพุทธบูชาพระบรมธาตุแต่ละแห่ง เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ ชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านจะรวมตัวกันจัดขบวนแห่ด้วยชุดแต่งกายพื้นเมือง มีขบวนกลองแอว (กลองยาว) นำหน้าพร้อมฆ้องโหม่งและฉาบใหญ่ ที่ประสานเสียงกันอย่างมีจังหวะ ช่างฟ้อนแต่งกายแบบล้านนาโบราณ นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อคอกลม มีผ้าขาวม้าคล้องคอแบบดั้งเดิม

เมื่อขบวนแห่เดินทางถึงที่หมาย “ขะแหยบอกไฟ” หรือแท่นวางบอกไฟที่ทำจากไม้เนื้อแข็งประดับด้วยธงทิวและดอกไม้สด จะถูกจัดเตรียมไว้อย่างสวยงาม แต่ละขบวนจะมีบทขับร้องหมู่ที่เรียกว่า “กำฮ่ำบอกไฟ” ซึ่งเป็นบทกวีโบราณที่สะท้อนถึงความศรัทธา “สาธุก๋าน ยกมือหว่านไหว้ พุทธเทพไท้ ต๋นสัพพัญญู จูมหมู่ข้าตู๋ตกแต่งแป้ง สร้างบอกไฟขึ้นก๊าง จิเป๋นปู่จา ฮื้อหันกับต๋า ขึ้นป๋อมเมฆฝ้า…” เมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าผู้ครองนครแล้ว แต่ละคณะศรัทธาก็จะนำบอกไฟไปจุด ณ ลานกลางทุ่งนา โดยมีเจ้าผู้ครองนครและเหล่าขุนนางเฝ้าทอดพระเนตร

จุดจบของประเพณีจุดบอกไฟบูชาพระธาตุ
ประเพณีจุดบอกไฟบูชาพระบรมธาตุแช่แห้งและพระธาตุเขาน้อยค่อยๆ จางหายไปในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากการขยายตัวของชุมชนทำให้พื้นที่สำหรับจุดบอกไฟลดลง นอกจากนี้ ความปลอดภัยและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ดินปืนในปัจจุบัน ทำให้การจุดบอกไฟกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ประเพณีจุดบอกไฟจะเลือนหายไป แต่ความศรัทธาและจิตวิญญาณแห่งวัฒนธรรมล้านนายังคงส่องแสงอยู่ในหัวใจของผู้คน วิถีแห่งบรรพชนยังคงถูกจดจำและถ่ายทอดผ่านตำนานและเรื่องเล่าของชาวเหนือ เพื่อให้แสงแห่งศรัทธานี้คงอยู่ตราบนานเท่านาน

ที่มา : https://lannainfo.library.cmu.ac.th/lannatradition/yeepeng-bokfire.php , https://accl.cmu.ac.th/Museum/contentdetail/2677 , https://www.finearts.go.th/nanmuseum/view/48404-%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2
รูปภาพจาก : https://www.finearts.go.th/nanmuseum/view/48404-%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2

ร่วมแสดงความคิดเห็น