ในช่วงราวปลายรัชกาลที่ 5 ถึงต้นรัชกาลที่ 7 เชียงใหม่ถูกกล่าวถึงในเอกสารและงานเขียนของชนชั้นนำจากกรุงเทพในฐานะ “เมืองเหนืออันห่างไกล” ความรับรู้ดังกล่าวมิได้เกิดจากระยะทางทางภูมิศาสตร์เพียงอย่างเดียว หากเป็นผลจากกรอบคิดแบบรัฐรวมศูนย์ที่กำลังขยายอำนาจเข้าสู่หัวเมืองล้านนาอย่างเป็นระบบ ภาพของเชียงใหม่ในสายตาคนกรุงเทพยุคนั้นจึงสะท้อนความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างศูนย์กลางกับชายขอบอย่างชัดเจน
ในเอกสารราชการรายงานการเดินทางและบันทึกของข้าราชการจากส่วนกลาง เชียงใหม่มักถูกบรรยายว่าเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยป่าเขา เส้นทางคมนาคมยากลำบากและยังไม่เจริญตามแบบรัฐสมัยใหม่ การเดินทางจากกรุงเทพสู่เชียงใหม่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ผ่านลำน้ำและป่าดง ทำให้เมืองล้านนาถูกจัดวางอยู่ในฐานะ “พื้นที่ห่างไกล” ทั้งในเชิงกายภาพและจินตนาการ การรับรู้เช่นนี้ส่งผลให้เชียงใหม่ถูกมองในฐานะแหล่งทรัพยากร โดยเฉพาะป่าไม้สักมากกว่าการมองเห็นคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรมของผู้คนท้องถิ่น ภาพจำของล้านนาในสายตาคนกรุงเทพจึงผูกโยงกับช้าง ป่าและความอุดมสมบูรณ์มากกว่าความเป็นเมืองที่มีอารยธรรมมายาวนาน
การจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาลในล้านนาเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เชียงใหม่ถูกผนวกรวมเข้าสู่โครงสร้างรัฐชาติสยามอย่างเป็นรูปธรรม ในสายตาของชนชั้นนำกรุงเทพ ระบบเจ้าผู้ครองนครล้านนาเป็นโครงสร้างแบบดั้งเดิมที่ต้องถูกปรับให้สอดคล้องกับแนวคิดการบริหารสมัยใหม่ เชียงใหม่จึงถูกมองไม่ใช่ในฐานะรัฐหรือสังคมที่มีตรรกะของตนเอง หากเป็นพื้นที่ที่ “ยังต้องพัฒนา” และ “ต้องจัดระเบียบ” การรับรู้เช่นนี้สะท้อนความพยายามของรัฐส่วนกลางในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาติผ่านการทำให้ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและการเมืองกลายเป็นเรื่องรอง แม้จะถูกมองว่าเป็นเมืองล้าหลังในบางแง่มุมแต่ในความเป็นจริงเชียงใหม่และสังคมล้านนามีระบบความสัมพันธ์ทางสังคม ศาสนาและการปกครองที่ซับซ้อน วัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางชุมชน ระบบเครือญาติและจารีตประเพณีกำกับวิถีชีวิตผู้คนอย่างมีระเบียบ การปกครองของเจ้าผู้ครองนครล้านนาไม่ใช่ความไร้ระบบหากเป็นรูปแบบอำนาจที่ยึดโยงกับจารีตและศรัทธา อย่างไรก็ตามกรอบคิดแบบรัฐชาติสมัยใหม่ทำให้คนกรุงเทพในยุคนั้นตีความความแตกต่างเหล่านี้ว่าเป็นความด้อยพัฒนามากกว่าการเป็น “อีกแบบหนึ่งของความเป็นระเบียบ” ความไม่เข้าใจนี้กลายเป็นช่องว่างทางวัฒนธรรมระหว่างศูนย์กลางกับท้องถิ่น
เชียงใหม่ในสายตาคนกรุงเทพเมื่อร้อยปีก่อนจึงมิใช่เพียงเมืองไกลทางภูมิศาสตร์ หากเป็นเมืองชายขอบในโครงสร้างอำนาจของรัฐสยามสมัยใหม่ การรับรู้ดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์เชิงอำนาจ การนิยามความเจริญและการสร้างความเป็นชาติซึ่งยังส่งอิทธิพลต่อการมองล้านนาในสังคมไทยร่วมสมัยมาจนถึงปัจจุบัน
ที่มาบทความ
ธงชัย วินิจจะกูล, กำเนิดสยามจากแผนที่: ประวัติศาสตร์ชาติภูมิกายของไทย, กรุงเทพฯ: ฟ้าเดียวกัน, 2556.
วินัย พงศ์ศรีเพียร, สยามกับการจัดการหัวเมืองล้านนา, กรุงเทพฯ: มติชน, 2546.
สุรพงษ์ ชัยนาม, “ป่าไม้สักกับการขยายอำนาจรัฐสยามในล้านนา,” ใน ศิลปวัฒนธรรม, ปีที่ 24, ฉบับที่ 3, 2546.
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, รัฐไทยกับการปฏิรูปการปกครองสมัยรัชกาลที่ 5, กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2542.
ธงชัย วินิจจะกูล, “ชาติและความเป็นอื่นในประวัติศาสตร์ไทย,” ใน ว่าด้วยชาติ, กรุงเทพฯ: ฟ้าเดียวกัน, 2554.
นิธิ เอียวศรีวงศ์, การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี, กรุงเทพฯ: มติชน, 2548.
ที่มารูป
ขอบคุณรูปภาพจากเพจ‘ภาพถ่ายเก่าชาวบ้านล้านนา’
ร่วมแสดงความคิดเห็น