“ม้าขี่ปู๊เมีย” ร่างทรง LGBT ในดินแดนล้านนา

ในสังคมบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความเชื่อเรื่องผีคือรากฐานดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในล้านนา ผีถูกนิยามว่าเป็นวิญญาณของผู้ล่วงลับที่มีอิทธิฤทธิ์ สามารถบันดาลสร้างปรากฏการณ์ธรรมชาติและส่งผลต่อความสงบสุขของชุมชน คนล้านนาแบ่งผีออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ “ผีดี” เช่น ผีปู่ย่า (บรรพบุรุษ) ผีเฮือน (ผีบ้านผีเรือน) และผีเจ้านาย (วิญญาณกษัตริย์ในอดีต) ที่คอยคุ้มครอง ปกปักรักษาให้คนอยู่ร่มเย็นเป็นสุข และ “ผีร้าย” ที่ให้โทษถึงแก่ชีวิต ท่ามกลางความเชื่อนี้มีกลุ่มบุคคลที่เป็นตัวกลางสื่อสารระหว่างโลกวิญญาณกับมนุษย์ที่เรียกว่า “ม้าขี่ปู๊เมีย”

“ม้าขี่” คือร่างทรงที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกวิญญาณกับโลกคนเป็น ส่วนคำว่า “ปู๊เมีย” หรือ “ปู๊แม่” หมายถึง กะเทย หรือผู้ชายที่มีจริตออกทางผู้หญิง ในอดีตการสืบสายผีปู่ย่าจะสืบทอดผ่านเพศหญิงเป็นหลัก เพราะผู้หญิงล้านนาเป็นผู้ที่มีหน้าที่ดูแลบ้านเรือนและอยู่ติดบ้านมากกว่าผู้ชายที่มักออกไปทำงานนอกบ้าน หรือก็คือผู้หญิงอยู่ติดบ้านมากกว่าผู้ชายจึงมีแนวโน้มว่าผีจะมีผู้ดูแลสืบทอดอย่างต่อเนื่อง

เหตุผลที่ผีเจ้านายมักเลือกเข้าทรงในร่างปู๊เมีย คือ

1. การสืบทอดสายตระกูล มักได้รับการเลือกต่อจากญาติผู้ใหญ่เพศหญิงในสายเลือดที่เสียชีวิตไป

2. ความเหมาะสมทางกายภาพ พวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องประจำเดือน ในความเชื่อดั้งเดิมประจำเดือนถูกมองว่าเป็นของต่ำของสกปรก

3. สามารถดูแลความสวยงามของเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและหอผีได้สะอาดเรียบร้อยเหมือนกับเพศหญิงที่ดูแลเรื่องความสะอาดได้ดี

4. มีพฤติกรรมที่เหมาะสมกับการเป็นร่างทรงมากกว่าผู้ชายทั่วไป โดยเฉพาะการลดละการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่

การเป็นม้าขี่มาพร้อมกับข้อปฏิบัติที่เคร่งครัดเพื่อเสริมสร้างความศักดิ์สิทธิ์ เช่น ห้ามสวมเสื้อผ้าสีดำหรือสีเข้มในงานพิธี, ห้ามร่วมงานศพหรือพิธีอวมงคล และห้ามรับประทานผักผลไม้ที่เป็นเครือเถา เช่น แตง ฟัก บวบ ผักปลัง หรือยอดมะพร้าวอ่อน รวมถึงต้องรักษาศีล 5 อยู่เสมอ

แม้ม้าขี่ไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่การปรึกษาปัญหาชีวิตหรืออาการเจ็บป่วย แต่ในประวัติศาสตร์ล้านนายังเคยถูกใช้เป็นข้อต่อรองทางการเมือง เช่น กรณีเจ้าอุบลวรรณาที่ทำหน้าที่เป็นม้าขี่ให้ผีเจ้าพ่อกาวิโลรสสุริยวงศ์ ขู่เตือนชาวจีนที่คิดผูกขาดการต้มเหล้าในเชียงใหม่ จนนำไปสู่การยกเลิกการผูกขาดได้สำเร็จ

ร่างทรงบางคนยังรู้สึกว่าผู้คนให้ความเคารพผีเจ้านายที่สถิตอยู่ในร่างมากกว่าจะยอมรับในเพศสภาพที่แท้จริงของตัวม้าขี่เอง แม้ในสังคมที่อคติในความหลากหลายทางเพศหลงเหลืออยู่ ยังมีพิธีกรรมที่คอยเป็นตัวเชื่อมระหว่างกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศกับสังคม ให้มึความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้โดยไม่ถูกกีดกัน

ที่มา : https://www.finearts.go.th/chiangmaimuseum/view/34676

ร่วมแสดงความคิดเห็น