เมืองเชียงใหม่ เป็นเมืองที่มีความผูกพันกับดอกไม้อันเนื่องมาจากสถานที่สำคัญ วิถีชีวิตเกษตรกรรม ความเชื่อ พิธีกรรม ศิลปะ และการปรับตัวของเมืองต่อโลกสมัยใหม่ ซึ่งในส่วนเหล่านี้เป็นสิ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นเมืองดอกไม้ จนนำมาสู่เทศกาลดอกไม้ประจำปีที่แสดงสัญลักษณ์ความเป็นเมืองเชียงใหม่มาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มต้นจากสถานที่สำคัญที่ต้องพูดถึงนั่นคือ เวียงสวนดอก เป็นเขตเมืองเก่าที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเวียงเชียงใหม่ โดยมีวัดสวนดอกเป็นสถานที่ที่สำคัญในการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ก่อนการสร้างวัดบนดอยสุเทพ ซึ่งวัดสวนดอกนี้สร้างขึ้นในภายในเวียงสวนดอก ซึ่งเป็นเขตพระราชอุทยานในสมัยราชวงศ์มังราย ในปี พ.ศ. 1914 พระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งราชวงศ์มังราย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็น “พระอารามหลวง” นอกจากนั้นวัดนี้ยังมีประเพณีสำคัญ เช่น
- ประเพณีทำบุญสลากภัต
- ประเพณีตั้งธรรมหลวง หรือฟังเทศน์มหาชาติ
- ประเพณีทำบุญสรงน้ำพระบรมธาตุ
ความเป็นเมืองดอกไม้ที่ยังสื่อให้เห็นถึงความเป็นเมืองเชียงใหม่ คือความเชื่อความศรัทธา ในวัฒนธรรมการบูชาของชาวล้านนา ไม่นิยมนำมาร้อยเป็นมาลัย หรือ อุบะเหมือนภาคกลาง แต่จะเด็ดออกมาทั้งก้านแล้วบรรจุลงในสรวยใบตอง หรือ ภาชนะ หากเป็นดอกไม้ที่ใช้ถวายพระ “ดอกปู่จาผะเจ้า” ก็มักจะทำสรวยดอกแบบสรวยกาบด้วยการพับ และเย็บใบตองให้มีความประณีตมากขึ้น หรือ วางดอกไม้ลงบนเครื่องใช้พุทธศิลป์ เช่น ขันดอก ขันแก้วทั้งสาม หม้อดอก แต่หากเป็นดอกไม้ที่ใช้ถวายเทวาอารักษ์ หรือ ผี จะทำสรวยดอกขนาดเล็กแบบธรรมดาที่ไม่มีการตกแต่ง หรือวางดอกไม้ลงบนขันดอก และสะตวงที่ทำมาจากกาบกล้วย โดยดอกไม้ที่ใช้ถวายทั้งพระและผี จะเป็นดอกไม้ชนิดใดก็ได้ที่อยู่บริเวณรอบบ้าน
เครื่องสักการบูชาในประเพณีของชาวล้านนา มักเลือกใช้ดอกไม้ตามฤดูกาลที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น โดยเฉพาะดอกไม้กลิ่นหอม มีชื่อและความหมายที่เป็นมงคล ส่วนใหญ่นิยมใช้ดอกไม้ที่มีสีขาว สีเหลืองและแดง เช่น ดอกบัว มะลิ พุดซ้อน (เก็ดถวา) จำปาจำปี บานไม่รู้โรย (ตะล่อม) ราชพฤกษ์ (คูณ, ลมแล้ง) หงอนไก่ (ดอกด้าย) หางนกยูง (ซอมพอ) เอื้องคำ เอื้องผึ้ง เป็นต้น



นอกจากดอกไม้จะถูกใช้ในพิธีสำคัญในประเพณีต่างๆแล้วยังมีความผูกพันเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนอีกด้วย โดยในอดีตแม่หญิงล้านนามักนิยมแซมมวยผมตัวเองด้วยดอกไม้ เช่น ดอกมะลิ ดอกกระดังงา ดอกเก็ดถะหวา ดอกต๋าเหิน เพราะมีกลิ่นหอม และตามแต่ละบ้านจะมีชนิดไหนก็จะใช้ชนิดนั้นที่มีกลิ่นหอมและความสวยงาม เพื่อใช้เป็นการบูชาเทวดาประจำกาย แต่ละชนิดจะมีความหมายที่ดีแตกต่างกันไปของแต่ละชนิดดอกไม้ที่นำมาใช้ ชาวล้านนาในอดีตจึงนิยมปลูกดอกไม้กันไว้ตามบ้าน นอกจากจะมีความสวยงามแล้วยังแฝงประโยชน์ในการใช้สอยทางวัฒนธรรมอีกด้วย
ในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองและการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ หน่วยงานท้องถิ่นและภาครัฐเริ่มมองเห็นศักยภาพของ “ดอกไม้” ในฐานะสัญลักษณ์ของเชียงใหม่ ไม่เพียงในเชิงวัฒนธรรม แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว จึงเกิดแนวคิดในการจัดงานที่รวบรวมความงดงามของดอกไม้ การเกษตร ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตคนเมืองเหนือเข้าไว้ด้วยกัน
จากแนวคิดนั้นเอง ค่อย ๆ พัฒนาเป็นงานเทศกาลดอกไม้ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงต้นปี เป็นช่วงที่ดอกไม้เบ่งบานงดงามที่สุด
หัวใจสำคัญที่ทำให้งานเทศกาลดอกไม้เชียงใหม่มีชีวิตชีวา คือ “ขบวนดอกไม้” หรือขบวนรถบุปผชาติ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของชุมชน หน่วยงาน โรงเรียน และภาคเอกชนในการออกแบบรถที่ประดับประดาด้วยดอกไม้สดนับหมื่นดอก แต่ละขบวนสะท้อนเรื่องราว ทั้งตำนานล้านนา ธรรมชาติ วิถีชาวบ้าน และความทันสมัยที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน
ดังนั้น เทศกาลดอกไม้และขบวนดอกไม้เชียงใหม่ ไม่เพียงเกิดขึ้นเพื่อความสวยงามหรือความสนุกสนาน หากแต่เกิดจากรากฐานของวิถีชีวิตเกษตรกรรม ความเชื่อ พิธีกรรม ศิลปะ และการปรับตัวของเมืองต่อโลกสมัยใหม่ ดอกไม้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่เล่าเรื่องเชียงใหม่ได้อย่างครบถ้วน ทั้งความอ่อนโยน งดงาม อุดมสมบูรณ์ และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา จนกลายเป็นประเพณีร่วมสมัยที่สืบทอดต่อเนื่องและเป็นที่จดจำของผู้คนจากทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน
และที่ขาดจะไม่ได้เลยคือดอก“ทองกวาว”ที่เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดเชียงใหม่ สัญลักษณ์แห่งการผลัดเปลี่ยนจากเหมันตฤดูสู่คิมหันตฤดู เมื่อใดที่ดอกทองกวาวเริ่มบานสะพรั่ง นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเทศกาลสำคัญของเมืองอย่าง “งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ” วันที่15 ก.พ.ที่จะถึงนี้เอง!!






นครเชียงใหม่โบราณไม่ได้มีเฉพาะแค่เวียงในคูเมืองเท่านั้น!. ที่มา https://www.silpa-mag.com/history/article_27005
ทิชากร ก้อนแก้ว. สวนดอก. ที่มา https://wikicommunity.sac.or.th/community/1186
ที่มา https://www.facebook.com/100064364572810/posts/pfbid02rLF25UvgVv9586HXCp5XzWrD9Wa78GM87BKJP5nD7dByT6Cm7i4ovHS4zWW2obwsl/?
ที่มา https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0XHumC6JiRA4HHYT8sof4Na5wkdFrUCCE4fHyUmXzoHuBLRiHHVQdDkK1uomCjt1Al&id=100064364572810
ที่มา https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0RKViwEHbdRt8QB6i2goDCJhvJGVwiwokgVu2j4u54GQd1zhJptTLTQFQoREmAGGMl&id=100068891745615
ร่วมแสดงความคิดเห็น