“ฟ้อนเมือง” ศิลปะการร่ายรำ มรดกทางวัฒนธรรมแห่งล้านนา

ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเมือง หรือ ฟ้อนแห่ครัวทาน เป็นฟ้อนประจำท้องถิ่นหรือฟ้อนพื้นบ้านอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนามาช้านาน โดยมีกระบวนท่ารำที่ประนีต งดงาม อ่อนช้อย ประกอบกับการแต่งกายที่สวยสดงดงาม สะท้อนถึงประเพณีวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่แฝงไปด้วยจิตวิญญาณของชาวล้านนาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ฟ้อนเล็บ เดิมนิยมเรียกว่า “ฟ้อนเมือง” หรือ “ฟ้อนแห่ครัวทาน” จะเรียกตามโอกาสที่ได้แสดงในงานต่างๆ เป็นฟ้อนที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ของ “คนเมือง” หรือคนล้านนาที่มีเชื้อสายไทยวน มักปรากฏในขบวนแห่ครัวทานของวัดเพื่อเฉลิมฉลองงานบุญหรืองานปอยที่ชาวล้านนาได้สร้างหรือบูรณะสิ่งต่างๆ ในวัดวาอาราม ในช่วงแรกเริ่มนั้นจะไม่มีการสวมใส่เล็บ จนกระทั่งในเวลาต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนให้สวมเล็บที่ทำด้วยทองเหลืองทั้ง ๘ นิ้ว ยกเว้นนิ้วหัวแม่มือ จึงเรียกกันว่า “ฟ้อนเล็บ” มีรูปแบบกระบวนท่ารำและลีลาท่าฟ้อนไม่มีกำหนดตายตัวและเป็นมาตรฐาน จึงทำให้การฟ้อนอาจคล้ายคลึงหรือต่างกันในแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่การถ่ายทอดฝึกซ้อมของแม่ครูแต่ละท่าน

ในเวลาต่อมาเมื่อพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ได้กลับมาประทับที่เชียงใหม่เป็นการถาวร ทรงเห็นว่าศิลปะการฟ้อนเมือง หรือฟ้อนเล็บของล้านนาไม่มีแบบแผนที่ชัดเจนแน่นอน จึงให้เสาะหาแม่ครูฟ้อนที่มีชื่อเสียงหลายท่านมาฟ้อนร่วมกัน และได้ทรงปรับปรุงกระบวนท่าฟ้อนให้สวยงามอ่อนช้อยงดงาม จากนั้นจัดให้มีการฝึกบรรดาลูกหลานเจ้านายฝ่ายเหนือและลูกหลานข้าราชบริพารให้เป็นช่างฟ้อนในคุ้มหลวง นำออกแสดงในงานปอยต่างๆที่เจ้านายฝ่ายเหนือทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ เมื่อชาวบ้านได้เห็นการฟ้อนของช่างฟ้อนคุ้มหลวงที่มีลีลางดงามเป็นแบบแผน จึงเกิดการเลียนแบบกระบวนท่าฟ้อนของช่างฟ้อนคุ้มหลวง รวมทั้งเรียกชื่อท่าฟ้อนตาม

นางรำหรือคนฟ้อน จะแต่งกายด้วยเสื้อคอกลมกระดุมปั๊ม แขนกระบอกความยาวเท่าข้อมือตัดแบบแยกชิ้น สีของชุดช่างฟ้อนแล้วแต่ละกลุ่มแต่ละวัดจะกำหนด สวมใส่เข้ากับซิ่นลายขว้าง ต่อตีนต่อเอว และสวมใส่สไบจากผ้าฝ้ายทอหรือผ้าทอตามท้องถิ่น ใช้ความยาวไม่เกินข้อพับเข่า พาดบ่าซ้าย นางรำหรือคนฟ้อนจะต้องเกล้าผมมวยและทัดดอกไม้ประดับผมด้านซ้าย โดยใช้ดอกไม้พื้นบ้าน เช่น ดอกเอื้อง ดอกเก็ดถะหวา ดอกกระดังงา ดอกจำปี ดอกจำปา โดยใช้ดอกรักร้อย ๕ เส้น เป็นอุบะ ใต้อุบะจะใช้ดอกจำปี ดอกจำปา เป็นต้น พร้อมกับสวมเล็บฟ้อนสีทอง ๘ นิ้ว และในการทำแสดงจะใช้เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบจังหวะในการฟ้อน เรียกว่า “วงกลองตึ่งนง” ทำนองเพลงแหย่ง เป็นการประสมวงกลองที่มีกลองแอวเป็นหลัก เรียกว่า “วงตึ่งนง” นอกจากนั้นยังมี เพลงเชียงแสน และเพลงลาวเสี่ยงเทียน เป็นต้น

ปัจจุบันเมืองล้านนายังคงอนุรักษ์และสืบสานศิลปะวัฒนธรรมการฟ้อนเล็บโดยการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากครูสู่ลูกศิษย์ สามารถรับชมการแสดงของแต่ละชุมชนได้ในงานบุญ งานประเพณีต่างๆ การฟ้อนเล็บไม่ได้มีเพียงความสวยงาม หากยังสะท้อนถึงจิตวิญญาณและวิถีชีวิตของความเป็นล้านนาผ่านท่วงท่าการร่ายรำที่สร้างความประทับใจแก่ผู้รับชมไม่รู้ลืม จึงทำให้เสน่ห์ความงดงามของการฟ้อนเล็บยังคงอยู่เคียงคู่กับชาวล้านนาจวบจนปัจจุบัน

ที่มา: เชียงใหม่นิวส์. “ฟ้อนเล็บ” ศิลปะอันอ่อนช้อย สะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมเหนือไทย. https://www.chiangmainews.co.th/100lanna/3561631/#google_vignette.

สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ฟ้อนเล็บ แบบพื้นเมือง. https://lannainfo.library.cmu.ac.th/lannadancing/article/35.

ร่วมแสดงความคิดเห็น