(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 5  ย้อนรอยอารยะแห่งล้านนา : เวียงกุมกาม นครใต้พิภพ

“…มีการขุดฐานรากอาคาร เจอตัวแนวฐานรากโบราณสถาน เรามีการขุดศึกษาทางโบราณคดี ถือเป็นจุดเริ่มต้น ทำให้เรารู้ว่า ตรงนี้คือเวียงกุมกาม…”

– คุณสายกลาง จินดาสุ –

Youtube video

ราชธานีแห่งแรกของอาณาจักรล้านนา “เวียงกุมกาม” มหานครใต้พิภพ

ย้อนรอยราชธานีแห่งแรกของอาณาจักรล้านนา เมืองโบราณเก่าแก่ที่อยู่มาอย่างยาวนานกว่าหลายศตวรรษ เป็นนครหลวงที่คาดว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 1829 โดยพญามังราย ปฐมกษัตริย์ เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางการปกครอง เป็นมหานครอันรุ่งโรจน์ ก่อนจะถูกมหาอุทกภัยกลืนกิน ล่มสลาย ต้องจมอยู่ใต้ผืนแผ่นดิน เหมือนถูกปิดตาย จนกาลเวลาผ่านไปนานนับร้อยปี

ย้อนกาลเวลา กลับไปต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ…เมืองที่เป็นดั่งแหล่งอารยธรรมของล้านนา

เวียงกุมกาม เมืองโบราณที่เป็นดั่งแหล่งอารยธรรม และเป็นมรดกของล้านนา ในวันนี้ร่องรอยแห่งอดีต ได้ถูกค้นพบขึ้น และได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นสถานที่สำคัญของเมืองเชียงใหม่อีกครั้ง คุณสายกลาง จินดาสุ นักโบราณคดีชำนาญการ ได้บอกเล่าเกี่ยวกับเวียงกุมกามไว้ว่า ในปีพ.ศ. 2527 โรงเรียนวัดช้างค้ำในตอนนั้น ต้องการจะทำอาคารใหม่ พอมีการขุดฐานรากอาคารไป ก็เจอตัวแนวฐานรากโบราณสถาน จึงเกิดการขุดศึกษา ในทางโบราณคดีขึ้น ซึ่งจุดนี้เองที่ถือเป็นจุดเริ่มต้น ทำให้เรารู้ว่า ตรงนี้คือเวียงกุมกาม นครหลวงที่อยู่ใต้ซากตะกอนทรายมาอย่างยาวนาน

เวียงกุมกามถือเป็นแหล่งเรียนรู้ชั้นดี ไม่ว่าจะด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม รวมไปถึงสถาปัตยกรรมสำคัญ เนื่องจากได้มีการขุดค้นพบหลักฐานชิ้นสำคัญมากมาย ที่บ่งบอกได้ว่านี่คือยุคทองของล้านนา อย่างการขุดค้นพบรหัสลับที่ “วัดหนานช้าง” โดยคุณสายกลาง จินดาสุ ได้บอกถึงการขุดเจอหลักฐานชิ้นสำคัญว่า สิ่งที่เจอนั้นคือ เครื่องถ้วยจีน 55 ใบ ที่บรรจุอยู่ในไหใบหนึ่ง ซึ่งไหใบนั้น ถูกฝังไว้ระดับต่ำกว่าพื้นใช้งานเดิมของวัด ซึ่งเครื่องถ้วยเหล่านั้น คือ เครื่องถ้วยชามจากราชวงศ์หมิง ตัวก้นเครื่องถ้วยจะมีตราประทับเขียนว่า ต้าหมิงหว่านลี่ เครื่องถ้วยเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงภาชนะทั่วไป แต่เป็นของหายาก ซึ่งสิ่งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างล้านนากับจักรพรรดิจีนในอดีต

(พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่)

“…เครื่องถ้วยจีนชุดนี้ เป็นเครื่องถ้วยจีนจากเตาจิ่งเต๋อเจิ้น ซึ่งเป็นเตาหลวง ยิ่งการเจอลายที่เป็นลายนกฟินิกซ์ ลายหงส์ หรือลายมังกร มันเป็นลายที่เขาไม่ได้ใช้ทั่วไป อาจจะผลิตขึ้นเฉพาะ เพื่อจักรพรรดิจีน…”

– คุณสายกลาง จินดาสุ –

การขุดค้นพบ ณ วัดกู่ป้าด้อม เมื่อปลายปี พ.ศ. 2546 ที่พบประติมากรรมมกรคายมังกร หนึ่งเดียวของล้านนา ซึ่งพบความพิเศษของศิลปะชิ้นนี้ คือ มังกรเป็นแบบจีน โดยปกติที่ปรากฏที่วัดอื่นๆ มักจะเป็นมกรคายนาค แต่ที่นี่เป็นมกรคายตัวมังกรแบบจีน และยังมีการค้นพบร่องรอยวัดต่าง ๆ และโบราณสถานสำคัญ อย่าง วัดอีค่าง วัดปู่เปี้ย วัดกานโถม หรือวัดช้างค้ำ วัดหัวหนอง วัดธาตุขาว รวมไปถึง วัดกู่คำ หรือวัดเจดีย์เหลี่ยม โบราณสถานที่สะท้อนให้เห็นถึงงานสถาปัตยกรรมที่งดงาม และเป็นอัตลักษณ์โดดเด่น

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมนต์เสน่ห์ของเมืองเก่าแห่งล้านนา เมืองที่ถูกเก็บรักษาไว้ใต้ตะกอนดินทราย ในวันนี้เวียงกุมกามไม่ใช่เพียงซากปรักหักพังที่ไร้ลมหายใจ แต่ได้กลายเป็นพื้นที่ที่ทรงซึ่งคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และฟื้นคืนชีพกลับมาอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ และเปิดการมองเห็นให้เมืองเก่าแห่งนี้ไม่ถูกลืมไป ไม่ว่าจะเป็นการจัดให้มีรถราง-รถม้า ชมเที่ยวเมือง การจัดกิจกรรมต่าง ๆ เชิญชวนผู้คนให้เดินทางมาชมความงดงามของร่องรอยแห่งอดีต สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักดันให้เวียงกุมกามเป็นโบราณสถานที่มีชีวิต เป็นมนต์เสน่ห์ของล้านนา ที่ยังคงสง่างามคู่เมืองเชียงใหม่ ตราบนานเท่านาน

ร่วมแสดงความคิดเห็น