“…งานปูนปั้นเป็นคีย์เวิร์ดหนึ่ง ของการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ ของเมืองเราจะมีความพิเศษ คือ เกือบจะมีรูปแบบที่ชัดเจน แต่จะมีความอิสระ ลายจะไม่ค่อยซ้ำกัน…”
– ผศ.วิทยา พลวิฑูรย์ –
ประติมากรรมปูนปั้นล้านนา…จิตวิญญาณสล่าที่ฝังลึก
งานปูนปั้น คือ หนึ่งในงานศิลปะล้ำค่า ที่สะท้อนให้เห็นถึงฝีมือของช่างปั้น ลวดลายต่าง ๆ นอกจากจะสะท้อนถึงความงดงามแล้ว ยังบ่งบอกถึงคติความเชื่อ ความศรัทธาของแต่ละพื้นที่อีกด้วย งานปูนปั้น ที่มีกระบวนการทำ โดยการนำวัตถุดิบหลักอย่าง ปูน มาปั้น พอก ขึ้นรูปทรง หรือภาพนูนสูง และแกะสลักลวดลายที่มีความวิจิตรงดงาม โดยในประเทศไทยพบร่องรอยการใช้ปูนปั้นที่มีความเก่าแก่ที่สุด ราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 ซึ่งงานศิลปะล้ำค่าเหล่านี้ มักประดับตกแต่งอยู่บนอาคาร หรือกำแพงของศาสนสถาน และโบราณสถาน

“…ปูนปั้น ก็คือเทคนิคหนึ่ง ในการประดับตกแต่ง ส่วนใหญ่จะเจอในบรรดาวัดวาอารามต่าง ๆ อย่างเช่น ประตูโขง ก็จะมีการปั้นลวดลายดอกไม้ ลายหงส์ ภาพเทวดาต่าง ๆ เป็นสัญลักษณ์ถึงเขาพระสุเมรุ สัญลักษณ์ถึงป่าหิมพานต์…”
– ผศ.วิทยา พลวิฑูรย์ –
วิจิตรงดงาม…อัตลักษณ์งานปูนปั้นล้านนา
ในส่วนของงานปูนปั้นล้านนา ได้มีการกระจายอยู่หลากหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น เชียงแสน ลำปาง ลำพูน หรืออย่างเมืองเชียงใหม่ ก็มีปรากฏเป็นจำนวนมาก ซึ่งงานศิลปะเหล่านี้ก็จะมีสล่า (ช่างฝีมือ) คอยบรรจงสร้างงานศิลปะชิ้นเอกประจำท้องถิ่น ในส่วนของเมืองเชียงใหม่เอง งานปูนปั้นก็ได้รับอิทธิพลมาจากหลากหลายแหล่ง ทั้งจากสยาม จีน พม่า และชนชาติพันธุ์ ที่เคยถูกกวาดต้อนเข้ามาอยู่ในดินแดนล้านนา ซึ่งมีรูปแบบงานที่มีความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ศิลปะปูนปั้นล้านนาที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นแบบ “พหุวัฒนธรรม” ซึ่งแต่เดิมเรียกว่า “ศิลปะเชียงแสน”ภายหลังเปลี่ยนมาเรียกว่า “ศิลปะล้านนา” โดยคุณวิทยา พลวิฑูรย์ ได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัตลักษณ์เฉพาะของงานปูนปั้นล้านนาว่า “…รูปแบบทางศิลปะ สะท้อนถึงอัตลักษณ์แต่ละท้องถิ่น ของล้านนาเรา จะมีความงามในแบบล้านนา ในความเป็นฟรีสไตล์ ต่อให้จะมีระเบียบ แต่ก็มีความอิสระ… ”

สําหรับลวดลายของงานปูนปั้นล้านนาที่ยังคงเหลือให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน อาทิ หอไตรวัดพระสิงห์ ปูนปั้นภาพเทวดา วิหารวัดเจ็ดยอด

สัมผัสเสน่ห์ศิลปะล้านนาผ่านวัดเจ็ดยอด…ศาสนสถานคู่เมืองเชียงใหม่
ประติมากรรม งานปูนปั้นยุคทองของล้านนา ความงดงามแห่งอดีต ที่เปล่งประกายให้เห็นถึงในยุคปัจจุบัน ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ที่ทิ้งกลิ่นอาย ให้ผู้คนที่มาเยือนได้สัมผัส ผ่านงานปูนปั้นเทวดาวัดเจ็ดยอด เชียงใหม่ ที่ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1998 สมัยพระเจ้าติโลกมหาราช มีลวดลายปูนปั้นรูปเทวดาทั้งท่านั่ง และท่ายืน ศิลปะชิ้นนี้ถือเป็นต้นแบบที่ดีที่สุด ของคำว่า งานปูนปั้นล้านนา

“…วัดเจ็ดยอด เป็นวัดที่สำคัญ และมีงานปูนปั้นระดับมาสเตอร์พีซ ของล้านนาเรา ในช่วงยุคทอง ความพิเศษของปูนปั้นล้านนาในช่วงยุคทอง ลายจะยก เหมือนลายโปร่ง ๆ เพราะว่าเขาใช้วิธีการโกรน โกรน คือ เอาปูนมาพอก ให้เป็นโครงสร้างหลวม ๆ หยาบๆ ก่อน แล้วถึงจะปั้นลายแปะเข้าไป…”
– ผศ.วิทยา พลวิฑูรย์ –
หอไตรวัดพระสิงห์…เสียงสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านศิลปะร่วมสมัย
เข็มนาฬิกาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง กาลเวลามีการแปรผันเปลี่ยนอยู่เสมอ งานศิลปะก็เช่นเดียวกัน การเปิดรับอย่างลื่นไหล ที่มีการพัฒนานำทักษะเก่า มาผนวกเข้ากับทักษะใหม่ ๆ ยกระดับงานศิลปะให้สามารถเข้าได้กับทุกยุค ทุกสมัย ความร่วมสมัยที่เกิดขึ้น ได้สะท้อนให้เห็นผ่านงานปูนปั้นที่หอไตรวัดพระสิงห์ เชียงใหม่

สถาปัตยกรรมล้านนาโบราณที่มีการผสมผสานระหว่างปูนกับไม้ ลวดลายงานปูนปั้นที่ประดับผนัง และฐานอาคาร เป็นงานปูนปั้นในยุคฟื้นฟู จึงมีรูปแบบ และกรรมวิธีที่แตกต่างจากเดิม แต่ยังคงซึ่งความงดงาม และความอ่อนช้อย สร้างความโดดเด่น ประจักษ์แก่สายตาของผู้มาเยือน ไม่ว่าจะเป็นรูปปูนปั้นเทวดา และเทพพนม ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งงานเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากช่างหลากหลายพื้นที่เข้ามาผสมผสาน เนื่องจากเป็นช่วงที่ล้านนาเรามีการฟื้นฟูบ้านเมืองในสมัยพระเจ้ากาวิละ ถ้าเปรียบเทียบกับวัดเจ็ดยอด จะเห็นถึงกรรมวิธีการสร้างที่ไม่เหมือนกัน วัดเจ็ดยอดจะมีการโกรน แต่ที่หอไตรจะเป็นการปั้นแปะ ไม่โกรน

นอกจากปูนปั้นลายเทวดาแล้ว ยังมีการประณีตสร้างลวดลายเกี่ยวกับ สัตว์หิมพานต์ และสัตว์ประดับฐานที่สะท้อนถึงคติความเชื่อเรื่องป่าหิมพานต์ที่รายรอบเขาพระสุเมรุ ลวดลายเครือเถา ลายไทย และเรขาคณิตที่สมส่วนตามแบบศิลปะล้านนาแท้

แต่ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปนานเท่าใด แต่รากฐานอันชาญฉลาดของสล่าล้านนานั้นยังคงซุกซ่อนไว้อยู่ทุกมุมเมือง ภูมิปัญญาล้านนาที่ไม่เคยทิ้งอัตลักษณ์เก่า และไม่เคยปิดกั้นความเป็นสมัยใหม่ที่เข้ามา การหลอมรวมที่เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ศิลปะล้านนาขนานแท้ยังคงยืนหยัดอยู่คู่แผ่นดิน ท้าทายแดดฝนมานานนับร้อยปี

“…บางสิ่งบางอย่าง ถ้าเอามาสร้างให้มีความร่วมสมัย ผมคิดว่างานปูนปั้นล้านนาเราก็จะไม่ตาย ไม่อย่างนั้นมันจะไปจบอยู่กับสล่า อยู่กับช่าง อยู่กับวัดอย่างเดียว แต่มันไม่ได้เข้าถึงคนทั่วไป…”
– ผศ.วิทยา พลวิฑูรย์ –

ร่วมแสดงความคิดเห็น