“…ความพิเศษของที่นี่ คือ เป็นศาสนสถานในรูปแบบถ้ำหรืออุโมงค์ น้อยแห่งมากที่เจอในประเทศไทย…”
– ผศ.ดร.สุรชัย จงจิตงาม –
มนต์เสน่ห์วัดเก่า “วัดอุโมงค์” ศาสนสถานสำคัญของเชียงใหม่
วัดอุโมงค์ ความลับกว่า 700 ปี ศาสนสถานเก่าแก่ ที่กาลเวลาไม่อาจกลืนกิน วัดสงบ ที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองเชียงใหม่ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในรัชสมัยของพญามังราย ราวๆ ปี พ.ศ.1839 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นสถานที่จำพรรษาของพระสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสี ในเวลาต่อมารัชสมัยพญากือนาโปรดให้สร้างอุโมงค์เพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นที่นั่งวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งในสมัยก่อนวัดนี้ได้มีการตั้งชื่อตามรูปแบบ ลักษณะของวัด ว่า ‘วัดเวฬุกัฏฐาราม’ หรือ ‘วัดไผ่สิบเอ็ดกอ’ เพราะตำแหน่งวัด มีการตั้งอยู่บริเวณป่าไผ่เชิงดอยสุเทพ ซึ่งเป็นดอยศักดิ์สิทธิ์ของเชียงใหม่

วัดแห่งนี้เคยถูกปล่อยให้เป็นวัดร้าง ไร้ซึ่งผู้คน ไร้ซึ่งภิกษุ จนเวลาล่วงมา ในปีพ.ศ. 2492 วัดได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งโดย เจ้าชื่น สิโรรส มีการตั้งสำนักปฏิบัติธรรม โดยมีแรงบันดาลใจจากสวนโมกขพลารามของ ท่านพุทธทาสภิกขุ ภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อ หันมาเรียกวัดแห่งนี้ว่า วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม)

วัดอุโมงค์ นอกจากจะเป็นวัดตำนานของเชียงใหม่แล้ว ยังเป็นวัดที่ทรงซึ่งคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ร่องรอยแห่งอดีตที่ยังคงเก็บรักษาไว้ให้คนรุ่นหลัง อย่างเจดีย์ประธานองค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนิน มีบันไดเชื่อม ให้ผู้คนได้เดินขึ้นไปเพื่อสักการะ โดยผศ.ดร. สุรชัย จงจิตงาม ได้บอกเล่าเกี่ยวกับลักษณะพิเศษของเจดีย์ไว้ว่า “…เจดีย์วัดอุโมงค์ เป็นเจดีย์ยุคต้น ๆ ของล้านนา ที่เหลือหลักฐานสภาพที่สมบูรณ์ เป็นเจดีย์องค์ระฆังกลม ฐานแต่ละชั้น 3 ชั้น จะเจาะช่องเล็ก ๆ เรียงเป็นช่อง ๆ ซึ่งอันนี้เป็นแบบแผนที่สัมพันธ์หรือพบมาก่อนในศิลปะพม่า สมัยเมืองพุกาม ที่เราเห็นเป็นช่อง ๆ…”

โดยองค์เจดีย์ แต่เดิมจะมีทางเดินเข้าสู่ภายใน ผศ.ดร.สุรชัย จงจิตงาม ได้เล่าถึงประสบการณ์ที่เคยได้เข้าไป ว่า ภายในเจดีย์นั้น เมื่อเปิดไฟฉายส่อง จะพบแสงสะท้อนสีทองทั่วทั้งห้อง ผนังทุกด้าน รวมไปถึงเพดาน ในห้องกรุจะปิดด้วยทองคำเปลว เป็นความวิจิตรงดงามที่ซุกซ่อนภายในเจดีย์ ถือเป็นอัตลักษณ์อย่างหนึ่ง ที่หาชมได้ยากในประเทศไทย

หนึ่งเดียวแห่งล้านนา…งานจิตรกรรมล้ำค่า อยู่คู่เชียงใหม่มานานนับร้อยปี
จากยอดเจดีย์เบื้องบน ลึกลงมาสู่เบื้องล่าง ซุ้มอุโมงค์ที่มีการเนรมิตขึ้นในสมัยพญากือนา มีการออกแบบ ให้มีช่องทางเดินมากมาย แต่ทุกช่องสามารถทะลุหากันได้ ซึ่งภายในอุโมงค์ยังมีงานจิตรกรรมล้านนาเก่าแก่ ที่ถือเป็นหนึ่งเดียวแห่งล้านนา ลวดลายที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรือง การค้าขายของล้านนาในอดีต ที่มีการแลกเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมกับผู้คนต่างถิ่น



“…ลวดลายเหล่านี้ มีความสัมพันธ์กับลวดลายในศิลปะจีน ในสมัยราชวงศ์หมิง และสัมพันธ์กับลวดลายในจิตรกรรมฝาผนังแบบศิลปะพม่าที่เมืองพุกาม สิ่งเหล่านี้จะเป็นหลักฐานบอกเราได้ว่า คนล้านนาเมื่อ 500-600 ปีก่อน ถึงเชียงใหม่จะเป็นเมืองในหุบเขา มีภูเขาล้อมทุกด้าน แต่เราเป็นสังคมที่ International เหมือนกันนะ…”
– ผศ.ดร.สุรชัย จงจิตงาม –

ในวันนี้วัดอุโมงค์ ได้รับการฟื้นฟูแบบเต็มกำลัง จากเดิมที่เป็นวัดร้าง ฟื้นฟูให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมเปิดรับผู้คนที่มาเยือน ให้เข้ามาสัมผัสกับความงดงามของศาสนสถานที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น พร้อมกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ที่ส่งต่อมานานกว่า 700 ปี และความพยายามอย่างยิ่งยวดในการรักษาสภาพแวดล้อม ให้คงความเป็นวัดป่า ที่เงียบสงบ ให้ได้มากที่สุด

“…มันเอื้อกับการปฏิบัติธรรม และช่วยให้ชีวิตมีสุนทรียะ มีความสงบและอ่อนโยน เพราะว่าที่อื่นรักษาต้นไม้อาจจะลำบาก แต่ที่นี่รักษาไว้ได้…”
– ผศ.ดร.สุรชัย จงจิตงาม –

ร่วมแสดงความคิดเห็น