(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 14 : ถิ่นศรัทธา ประเพณีล้านนา : ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล

“…การบูชาเสาอินทขีล เปรียบเสมือนการบูชาร่างกายมนุษย์ เมืองเชียงใหม่ถ้าเทียบไปแล้ว ก็เปรียบเหมือน มนุษย์คนหนึ่ง…”

– คุณแทนคุณ ภาณุเดช อาภิชัย –

Youtube video

ดินแดนล้านนา เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยคติความเชื่อ เป็นความเชื่อที่สามารถผสมผสานร่วมกับวิถีชีวิตดั้งเดิมได้อย่างลงตัว ดินแดนที่ร่วมกันสร้างโลกทัศน์ให้มีรูปแบบเฉพาะของตนเอง ด้วยคติความเชื่อ การตั้งมั่นที่เปี่ยมไปด้วยแรงศรัทธาอันแรงกล้า ทำให้ล้านนามีประเพณีสำคัญตลอด 12 เดือน หนึ่งในนั้น ก็คือ ประเพณีใส่ขันดอก บูชาเสาอินทขีล ที่จะมีการจัดขึ้นในราว ๆ เดือนมิถุนายนของทุกปี เพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะบูชาเสาอินทขีลที่อยู่คู่บ้าน คู่เมือง มาอย่างยาวนานกว่าหลายศตวรรษ เสาหลักเมืองเก่าแก่ที่หลอมรวมความศรัทธาของผู้คนหลายยุคหลายสมัยเข้าไว้ด้วยกัน และร่วมสรงน้ำพระเจ้าฝนแสนห่า เสริมสิริมงคลให้กับตนเองตามคติความเชื่อ ที่ยึดถือมาตั้งแต่โบราณกาล สมดั่งการเป็นศูนย์กลางของมหานคร ที่ซ่อนไว้ซึ่งหมุดหมายที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของชาวล้านนา

ตำนานแห่งศรัทธา…การบูชาเสาอินทขีล

ประเพณีเข้าอินทขีล หรือประเพณีใส่ขันดอก เป็นการบูชาเสาหลักเมือง ที่เป็นดั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวเชียงใหม่ ซึ่งมีหลักความเชื่อว่า เป็นเสาหลักที่สร้างความมั่นคง การอยู่ดีมีสุขให้คนเชียงใหม่ ดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ และปกปักษ์รักษาบ้านเมืองให้สงบร่มเย็น เสาอินทขีล คือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากพิธีกรรมในอดีตสู่ความหอมหวนของมวลบุปผชาติในปัจจุบัน

โดยรากเหง้าของเสาหลักเมืองนี้ มีจุดเริ่มต้นจากชนชาติเก่าแก่ ตามคำบอกเล่าของคุณแทนคุณ ภาณุเดช อาภิชัย ได้มีการให้ข้อมูลถึงแหล่งที่มาเสาอินทขีล ว่า “เสาอินทขีลนี้ เราปฏิเสธไม่ได้ว่า เมืองเชียงใหม่เรานั้น ผู้ตั้งรกรากถิ่นฐานเดิมของเมืองเชียงใหม่ คือชาวลัวะ วัฒนธรรมของชาวลัวะ เวลาจะตั้งบ้านเมือง เขาจะมีเสา ๆ หนึ่ง ที่ปักลงกลางบ้านนั่นเรียกว่าเสาสะกั้ง” ซึ่งจากเสาสะกั้ง นำไปสู่การตั้งเมืองของพญามังราย กาลเวลาที่เปลี่ยนไป และภัยสงครามที่เกิดขึ้น ทำให้ศูนย์กลางเมืองแห่งนี้เกิดการโยกย้าย จนกระทั่งถึงยุคฟื้นฟู เสาอินทขีลจึงถูกอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ที่ตั้งปัจจุบัน

“…ในยุคพระเจ้ากาวิละ ก็มากอบกู้ สร้างบ้านแปงเมือง อีกครั้ง ก็เลยย้ายหลักเมือง หมุดหมายเมือง เสาอินทขีลนี้ มาอยู่ที่วัดเจดีย์หลวง …”

– คุณแทนคุณ ภาณุเดช อาภิชัย –

จากคติความเชื่อที่ว่า การบูชาเสาอินทขีล จะทำให้บ้านเมืองพ้นภัยพิบัติ นำมาสู่พิธีบวงสรวงสักการะบูชา ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น กลายมาเป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติของชาวล้านนา โดยพิธีบูชาเสาอินทขีล จะกระทำโดยการจุดธูปเทียนบูชาอินทขีล กับ รูปกุมภัณฑ์ และฤาษี เพื่อให้บ้านเมืองอยู่สงบสุขร่มเย็น ในตอนเช้าจะมีพิธีสรงน้ำพระเจ้าฝนแสนห่า ซึ่งพระเจ้าฝนแสนห่า คือ พระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดช่างแต้ม อยู่ใกล้ ๆ วัดเจดีย์หลวง ชาวเชียงใหม่เชื่อว่า พระพุทธรูปองค์นี้มีพุทธานุภาพบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ในประเพณีนี้จึงมีการอาราธนามาประดิษฐานบนรถแห่ไปตามถนนสำคัญ ให้ประชาชนสรงน้ำ

หลังจากนั้นก็นำมาประดิษฐานไว้หน้าพระวิหารวัดเจดีย์หลวง ในช่วงเย็นจะมีพิธีใส่ขันดอก ทางวัดจะเตรียมพานเรียงไว้ เพื่อให้ประชาชนนำดอกไม้ไปวางในพานจนครบ ซึ่งทางคุณแทนคุณ ภาณุเดช อาภิชัย ได้บอกถึงหลักความเชื่อที่ว่า “…พานจะมี 32 ใบ เหตุที่ว่ามีขัน 32 ใบตั้งเอาไว้อยู่ด้านหน้าเสาอินทขีล ไว้ให้คนใส่ขันดอก เกี่ยวกับการบูชาขวัญ เพราะว่าขวัญของเรามี 32 ประการ การบูชาเสาอินทขีล จึงเปรียบเสมือนการบูชาร่างกายมนุษย์ …” และอีกหนึ่งความตั้งใจในการให้ถวายดอกไม้ คือการแสดงความเคารพบูชาแก่เสาอินทขีล กุมภัณฑ์ ฤาษี และพระรัตนตรัย ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงหลักความเชื่อของชาวล้านนา ที่ศรัทธาต่อพุทธศาสนา และให้ความนับถือแก่ผี บรรพชน

“…อำนาจผี อำนาจพุทธ อำนาจพราหมณ์ เลยอยู่ด้วยกัน กลายเป็นเสาอินทขีล เสาหลักเมืองที่มี 3 ความเชื่อ อยู่ในองค์ประกอบเดียวกัน …”

(คุณแทนคุณ ภาณุเดช อาภิชัย)

และภายหลังออกอินทขีล จะมีพิธีสืบชะตาเมือง โดยทำบริเวณประตูเมืองทั้ง 5 แห่ง และแจ่งเมือง 4 แห่ง รวมถึงหน้าลานสามกษัตริย์อีก 1 แห่ง ด้วยความเชื่อของชาวเชียงใหม่ ที่เชื่อว่าเมืองเรานั้นมีตัวตน และมีชีวิต มีดวงชะตา บางช่วงอาจมีเคราะห์ การทำบุญสืบชะตา เป็นการทำให้เคราะห์ลดน้อยลง ช่วยสืบต่ออายุเมืองให้ยืนยาว และเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจ ให้แก่ชาวเมือง

ดอกไม้ทุกดอกที่โปรยปรายลงในพาน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การบูชาวัตถุ แต่คือการหลวมรวมศรัทธา และลมหายใจของชาวเชียงใหม่ให้เป็นหนึ่งเดียว ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า ต่อให้กาลเวลาจะเปลี่ยนผ่านไปกี่ยุคสมัย ขวัญ และกำลังใจของนครแห่งนี้ จะยังคงถูกรักษาไว้อย่างงดงาม และไม่มีวันเสื่อมคลาย ตราบที่แรงศรัทธายังคงอยู่

ร่วมแสดงความคิดเห็น