รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงาน รวมพลคนสหกรณ์ เร่งพัฒนาการเกษตร และแก้ไขหนี้สินสหกรณ์


เวลา 10.00 น.วันที่ 25 เม.ย.69 ที่ ห้องประชุมสหกรณ์ ออมทรัพย์ครูเชียงราย จำกัด ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “รวมพลคนสหกรณ์ในจังหวัดเชียงราย” ที่ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างการรับรู้ และถ่ายทอดนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปสู่สหกรณ์และเกษตรกรอย่างทั่วถึง โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายนรินทร์ศักดิ์ พนิตธรรมกูล สหกรณ์จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนสหกรณ์ เกษตรกรในจังหวัดเชียงราย และผู้แทนจากหน่วยงาน องค์กรภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมจำนวน 500 คน


โดยนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การกำกับดูแลของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งเน้นแนวคิด
“เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาขับเคลื่อน


ภาคการเกษตรและสหกรณ์อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการตลาด พร้อมบูรณาการความร่วมมือ
ทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรไทย โดยกำหนด
แนวทางการขับเคลื่อนสหกรณ์ไว้ในหลายมิติ ได้แก่


ด้านที่ 1 : การยกระดับสหกรณ์ให้เป็น “องค์กรธุรกิจของชุมชน” ที่มีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยส่งเสริมการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ
ด้านที่ 2 : การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสหกรณ์ ผ่านการพัฒนา องค์ความรู้ด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาด รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร และส่งเสริมการสร้างแบรนด์ของสหกรณ์ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ด้านที่ 3 : การขับเคลื่อนสหกรณ์ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยสนับสนุนการนำระบบดิจิทัลมาใช้
ในการบริหารจัดการ การเชื่อมโยงข้อมูล การทำตลาดออนไลน์ และการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ลดต้นทุน และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
ด้านที่ 4 : การส่งเสริมการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ทั้งในระดับพื้นที่ ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ เพื่อให้เกิดพลังในการต่อรอง การแบ่งปันทรัพยากร และการพัฒนาอย่างบูรณาการ
ด้านที่ 5 : การพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่และผู้นำสหกรณ์ ให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่ สามารถนำพาองค์กรสหกรณ์ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง และประการสำคัญคือการขับเคลื่อนสหกรณ์ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจ BCG (เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว) เพื่อให้การพัฒนาเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรในระยะยาว จากนั้นได้เดินเยี่ยมชมบูทสินค้าแปรรูปจากเกษตรกรที่มาร่วมงาน และทักทายผู้เข้าร่วมงานอย่างเป็นกันเอง

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ศักยภาพในตัวของตัวเอง แต่ทีนี้ทางจังหวัดเชียงรายเองเราก็อยากพัฒนาให้เป็น อาจจะเป็นโมเดลในการพัฒนาในเรื่องของพืช ในเรื่องของการเกษตรแล้วก็ทีนี้เราก็จะได้มีการ follow up การทำงานต่าง ๆ ในของจังหวัดด้วย เราจะทำแค่เฉพาะจังหวัดเชียงรายแต่จะทำในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศเรามีการทำเหมือนกันหมด แล้วก็จะมีการพัฒนาในการทำเกี่ยวกับเกษตร เกี่ยวกับสหกรณ์ไปเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน วันนี้เนี่ย อยากจะให้ทางหน่วยงาน ทางกรม ได้แสดงศักยภาพ แสดงฝีมือออกมาให้ดิฉันเห็นว่า วันนี้เราใกล้ชิดกับเกษตรกรหรือยัง เราช่วยเหลือเกษตรกรหรือยัง และเราได้นำเอาปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเนี่ย มาทำเป็นนโยบายของกรมแล้วหรือยัง


ซึ่งคาดหวังให้มันเป็นรูปธรรม เราอยากมองเห็นภายในระยะเวลาเอาเป็น quick win ละกัน 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี เราอยากเห็นผลงานของทางกรมที่เรากำกับดูแลอยู่ รวมถึงของกระทรวงเกษตรด้วย ซึ่งอย่างทางดิฉันเองเนี่ย ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ จะสั่งงานอย่างเดียว แต่ทีนี้ดิฉันก็จะลงพื้นที่แล้วก็จะไปรับฟังปัญหาที่แท้จริงของพ่อแม่พี่น้องเกษตรกร รวมถึงกลุ่มสหกรณ์ทุก ๆ กลุ่มของประเทศไทยด้วย จะพยายามลงพื้นที่ให้เยอะที่สุด แล้วก็ฟังปัญหาของพ่อแม่พี่น้องให้เยอะที่สุด เพื่อนำมาทำขับเคลื่อนเป็นนโยบายของกรมเรา


“อันที่จริงวันนั้นเราไปกาญจนบุรีมา เรามีความตกใจ เผอิญไม่แน่ใจว่าเป็นข้อมูลที่ชัดเจนจริง ๆ หรือไม่ว่าสหกรณ์มีหนี้อยู่ 60% อันนี้ช็อก อันนี้ช็อกมาก แล้วด้วยความที่เราเป็นผู้บริหาร ดังนั้นเราไม่อยากเห็นตัวเลขที่เป็นสีแดงแน่นอน เราอยากเห็นตัวเลขที่เป็นสีเขียวและปันผลให้กับพ่อแม่พี่น้องเกษตรกร แล้วก็ในกลุ่มสหกรณ์ต่าง ๆ ด้วย คืออยากให้ทางท่านอธิบดีแต่ละกรมได้แสดงผลงานให้ดิฉันเห็น


นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้ถามอีกว่า สำหรับสถานการสู้รบในตะวันออกกลาง เรามีแนวทางช่วยเหลือยังไงบ้าง
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ก็อย่างที่เราได้เป็นประกาศ 5 ประการ แล้วก็นโยบายการช่วยเหลือ คือกระทรวงเกษตรเราเนี่ยมีหน้าที่ลดภาระต้นทุนให้กับเกษตรกร รวมถึงขยายผลผลิตให้กับเกษตรกรด้วย ดังนั้นเนี่ยอย่างของทางกรมส่งเสริมสหกรณ์เองเรามีนโยบายในเรื่องของการทำปุ๋ย ของสหกรณ์ด้วย อันเนี้ยก็จะเป็นการลดภาระต้นทุนให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง รวมถึงตอนนี้ดิฉันก็พยายามทำงานร่วมกับหลากหลายกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง อว. กระทรวงแรงงานด้วย อย่าง อว. ก็คุยกับอาจารย์เชน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่า น้ำมันเนี่ยถ้ามันแพงวันนี้เนี่ย ถ้าใช้ไบโอดีเซล ทำได้ไหม แล้วก็สามารถใช้กับเครื่องจักรของทางเกษตรได้อย่างดีหรือไม่ อันนี้คือสิ่งที่ดิฉันได้พูดกับอาจารย์เชนไว้ แล้วก็ในอนาคตอันใกล้นี้ ไม่น่าอาทิตย์สองอาทิตย์นี้อาจจะเข้าไปที่กระทรวง อว. แล้วไปคุยกับอาจารย์เชนอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นวันนี้อยากเข้ามาจัดการในเรื่องของราคาพืชผลการเกษตร คือ กระทรวงพาณิชย์เป็นคนกำหนดราคา แต่ทางกระทรวงเกษตรเองต้องเป็น Big Data ในการเอาข้อมูลให้กับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเอาไปเวิร์กกับตัวเลขต่อ แล้วก็ในส่วนของ Quality เราพยายามที่จะเพิ่มคุณภาพของพืชผลการเกษตรของจังหวัดเราอย่างแน่นอน รวมถึงจังหวัดอื่น ๆ ด้วย

ร่วมแสดงความคิดเห็น