ท่านอาจารย์ประเวศได้จากพวกเราไปแล้วเมื่อวานนี้ ศิริอายุ 94 ปี ท่านเป็นนักคิดที่มีคุณูปการต่อสังคมไทยและนานาชาติอย่างเหลือคณานับ 40 กว่าปีก่อน มีหมอประจำสถานฑูตอเมริกาในประเทศไทย นายแพทย์เฮนรี ไวลด์ ที่รู้จักและพูดถึงอาจารย์ประเวศว่า “He is a saintly man” แม้ว่าศาสตราจารย์นายแพทย์สงคราม ทรัพย์เจริญ จะเป็นคนแรกที่ริเริ่มเสนอให้รัฐบาลไทยเริ่มควบคุมยาสูบในปีพ.ศ.2513 ในฐานะเลขาธิการแพทยสมาคม แต่ไม่ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้น ในปีพ.ศ. 2529 อาจารย์ประเวศ ได้ชวนท่านศาตราจารย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งคณบดี คณะแพทย์ศาสตร์รามาธิบดี ให้ร่วมทำโครงการรณรงค์ให้คนไทยไม่สูบบุหรี่อย่างจริงจัง-ต่อเนื่อง
อาจารย์ประเวศพูดว่า ”ไปประชุมต่างประเทศ มีการพูดถึงปัญหาการสูบบุหรี่กันมาก คนไทยสูบบุหรี่กันเยอะ เราต้องเริ่มรณรงค์ให้คนไทยไม่สูบบุหรี่“ ขณะที่อาจารย์อรรถสิทธิ์พูดว่า ”คณะแพทย์ศาสตร์รามาธิบดีไม่ควรจะเน้นแต่วิชาการในเชิงลึก แต่ต้องทำเรื่องแก้ปัญหาสังคมในเชิงกว้างด้วย“ ท่านอาจารย์ประเวศพูดว่า ”ในการทำงานของเรา ให้หลีกเรื่องการใช้คำว่า “ต่อต้าน” เพราะเราไม่ได้เป็นศัตรูกับคนสูบ แต่เรา“เป็นศัตรูกับบุหรี่ ” เราต้องให้คนที่สูบและคนที่ไม่สูบเป็นมิตรกับคนรณรงค์ เป็นที่มาของชื่อ “โครงการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่” ไม่มีคำว่า ต่อต้าน หรือ Anti
ที่เล่ามานี่ ต้องการให้เห็นถึงแนวทางการทำงานของอาจารย์ประเวศ วะสี ที่ท่านจะ“คิดบวก” สร้างสรรค์ และ คิด “Inclusive” อยู่เสมอ ต้องการความสามัคคี ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ก้าวข้ามความขัดแย้ง
แนวคิดนี้ ปรากฏอยู่ในทุกบทความสร้างสรรค์สังคม ที่อาจารย์ประเวศเขียนเผยแพร่ตลอดชีวิตของท่าน
เรื่องสร้างเสริมสุขภาพก็เป็นเรื่องที่อาจารย์ประเวศให้ความสนใจมาก ท่านพูดเสมอและใช้เวลาหลายปีในการเผยแพร่แนวคิดนี้ จนในที่สุดนำไปสู่การเกิดกองทุนสสส.
อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้พวกเราเข้าใจและนำมาใช้ในการทำงานเชิงนโยบายคือ ทฤษฎี สามเหลี่ยมเขยื่อนภูเขา ที่ประกอบด้วย พลังวิชาการ พลังเครือข่ายประชาสังคม และพลังนโยบาย
หลายปีก่อน นายกรัฐมนตรีรัฐอัฟริกาใต้และคณะ ที่แวะผ่านกรุงเทพหลังกลับจากไปประชุมที่เวียตนาม ติดต่ิอผ่านสสส ให้ผมไปพบที่โรงแรมที่ทีมพักอยู่แถวสุขุมวิท ให้ไปอธิบาย ทฤษฎี สามเหลี่ยมเขยื่อนภูเขาให้ท่านและคณะของเขาฟัง
เรื่องหนึ่งที่ผมปฏิเสธอาจารย์ประเวศ คือท่านชวนให้ผมเปลี่ยนมาทำงาน รณรงค์ไม่ดื่มสุรา หลังจากที่มีกฏหมายควบคุมยาสูบในปี 2535 และพยายามอีกครั้ง หลังทำงานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ครบ 10 ปี
ท่านบอกว่า งานบุหรี่มีกฏหมาย มีหน่วยงานในกระทรวงทำแล้ว อยากให้มาทำเรื่องเหล้าเพราะเป็นปัญหามากเหมือนบุหรี่
การมองหาคนให้มาทำเรื่องที่เป็นปัญหาสังคม อยู่ในDNA ของอาจารย์ประเวศ
กล่าวได้ว่า ทุกครั้งที่ประเทศเกิดภาวะวิกฤต สื่อหลักจะติดต่อขอให้ท่านชี้แนะทางออกให้แก่ประเทศ ในฐานะราษฎรอาวุโส
ที่ผมรับรู้คือ งานที่ท่านภูมิใจมากคือ การที่ท่านมีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมี
ท่านทำงานจนถึงวาระสุดท้าย ไม่กี่สัปดาห์ก่อน ท่านยังเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์แนะแนวทางแก้ปัญหาสังคม
กล่าวได้ว่า ท่านเป็นนักคิดด้านสังคมและโดยเฉพาะการสาธารณสุขที่โดดเด่นที่สุดในยุคปัจจุบัน เป็นตำนานที่ชนรุ่นปัจจุบันและรุ่นต่อๆไป จะนำมรดกของแบบอย่างของความดี ไปเป็นคติพจน์ในการดำเนินชีวิต เพื่อประโยขน์สุขของตัวเอง สังคมไทยและมนุษย์ชาติต่อไป
การจากไปของท่านเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัว และของสังคมไทย
มั่นใจว่าดวงวิญญาณของท่านอาจารย์ประเวศจะอยู่ในสุขคติของสัมปรายภพ
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 11 มกราคม 2569

ร่วมแสดงความคิดเห็น