หนานหนิง, 7 พ.ค. (ซินหัว) — กลิ่นหอมของทุเรียนอบอวลในหลายเมืองของจีนระหว่างช่วงหยุดยาววันแรงงาน (1-5 พ.ค.) ขณะทุเรียนจากไทยและเวียดนามทยอยเข้าสู่ตลาดจีนผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ท่าเรือหนานซาในกว่างโจว ท่าเรือชินโจวในกว่างซี ทางรถไฟจีน-ลาว และด่านบกโหย่วอี้กวนในผิงเสียง โดยการบริโภคทุเรียนในกว่างซีพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา ขณะ “เศรษฐกิจทุเรียน” สะท้อนการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ของตลาดผู้บริโภคชาวจีน รวมถึงความเชื่อมโยงใกล้ชิดของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรระหว่างจีนกับอาเซียนที่เพิ่มขึ้น
ข้อมูลสถิติจากศุลกากรด่านโหย่วอี้กวนในกว่างซีระบุว่าด่านโหย่วอี้กวนรับรองการนำเข้าและส่งออกสินค้ากับกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนามและไทย เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปี 2026 โดยมูลค่าการนำเข้าสินค้าเกษตรสูงแตะ 2.88 พันล้านหยวน (ราว 1.37 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 88.9 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งเป็นการนำเข้าผลไม้ 2.53 พันล้านหยวน (ราว 1.2 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.1 เท่า และเป็นการนำเข้าทุเรียนสูงถึง 55,000 ตัน เพิ่มขึ้น 3.5 เท่า
ช่วงหยุดยาววันแรงงานปีนี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วจีนจำนวนไม่น้อยได้เดินทางมาหาซื้อทุเรียนที่ตลาดค้าส่งผลไม้ในนิคมโลจิสติกส์ผิงเสียง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับด่านบกโหย่วอี้กวนและมีผลไม้อาเซียนนำเข้ามากมาย โดย “การบริโภคตามด่าน” ในกลุ่มเมืองชายแดนของกว่างซีค่อยๆ กลายเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นยินดีเดินทางเยือนด่านชายแดนหรือตลาดค้าส่งเพื่อ “ล่าผลไม้” และมองว่าการเฟ้นหาทุเรียนเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยววันหยุดรูปแบบหนึ่ง
กวนไฉ่เสีย ผู้ค้าทุเรียนมาหลายปีที่ตลาดค้าส่งผลไม้ไห่จี๋ซิงในเมืองหนานหนิงของกว่างซี เผยว่ามีทุเรียนชุดใหญ่เข้าสู่ตลาดในช่วงก่อนหยุดยาววันแรงงานปีนี้ ทำให้ราคาทุเรียนโดยรวมถูกกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ตอนนี้ตลาดทุเรียนเข้าสู่ช่วง “แข่งขันด้านคุณภาพ” มากกว่าราคาแล้ว โดยผู้บริโภคชาวจีนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสายพันธุ์ ระดับความสุก และรสชาติมากขึ้น ทำให้ตลาดทุเรียนในจีนค่อยๆ เปลี่ยนจากระบบ “ราคาเดียว” เป็น “ตั้งราคาตามคุณภาพ” ส่งผลให้ทุเรียนคุณภาพต่ำทำตลาดยากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผลักดันให้ห่วงโซ่อุปทานต้องยกระดับตาม โดยช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มประเทศอาเซียนอย่างไทยและเวียดนามได้เพิ่มความเข้มงวดของการควบคุมคุณภาพทุเรียนส่งออกสู่จีน ทั้งตรวจสอบระดับความสุกและดูแลการขนส่งผ่านห่วงโซ่ความเย็น ขณะเดียวกันความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนเปลี่ยนจาก “พอรับประทานได้” เป็น “คุณภาพดีกว่าเดิม”
หวงเหวยหมิง ผู้ดูแลการซื้อทุเรียนแบบรวมกลุ่มระดับชุมชนในเมืองหนานหนิง กล่าวว่าปีนี้ทุเรียนไทยมีคุณภาพโดยรวมเสถียรกว่าหลายปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย อีกส่วนหนึ่งแหล่งผลิตควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดมากขึ้น ขณะการแข่งขันในอุตสาหกรรมทุเรียนเปลี่ยนจากเน้น “ปริมาณ” เป็นเน้น “คุณภาพ”
ขณะเดียวกันหลายเมืองของกว่างซียังแจกบัตรกำนัลซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อกระตุ้นการบริโภคผลไม้ ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่บางแห่งมีคนต่อคิวซื้อทุเรียนกันอย่างคึกคักในช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา โดยคนท้องถิ่นให้สัมภาษณ์ว่าทุเรียนไม่ใช่แค่ผลไม้นำเข้าอีกต่อไป แต่กำลังเป็นสัญลักษณ์ทางสังคมและคุณค่าทางอารมณ์อีกด้วย
กระแสความนิยมทุเรียนสะท้อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับอาเซียนที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยความรวดเร็วในการนำเข้าผลไม้จากอาเซียนสู่จีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการพัฒนายิ่งขึ้นของเครือข่ายโลจิสติกส์ เช่น ทางรถไฟจีน-ลาว และระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศใหม่ (ILSTC) ทำให้การขนส่งผลไม้จากอาเซียนขึ้นโต๊ะอาหารของผู้บริโภคชาวจีนใช้เวลาสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ
หวงเหวยหมิงทิ้งท้ายว่าทุเรียนยังคงจะได้รับความนิยมต่อไป ซึ่งไม่ใช่เพราะรสชาติความอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นหลังจากภาพลักษณ์การเป็น “ผลไม้ราคาแพง” ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น



(แฟ้มภาพซินหัว : ลูกค้าเลือกซื้อทุเรียนที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน)
ร่วมแสดงความคิดเห็น