กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคมาเลเซีย เรียกร้องนายกอันวา ให้ขึ้นภาษีบุหรี่

กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคมาเลเซีย เรียกร้องนายกอันวา ให้ขึ้นภาษีเพื่อลดเด็กนักเรียนที่จะสูบบุหรี่

ปกติจะอ่านพบข่าวที่ฝ่ายรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในประเทศต่างๆ เรียกร้องให้รัฐบาลขึ้นภาษี เพื่อลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ และเพื่อรัฐบาลจะมีรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น
มีการอ้างถึงการขึ้นภาษี จะลดค่าใช้จ่ายรักษาสุขภาพ จากที่คนสูบบุหรี่ลดลงบ้าง
แต่มีน้อยมาก ที่ขอให้ขึ้นภาษีบุหรี่เพื่อ ป้องกัน/ลดจำนวนเด็กและวัยรุ่นที่จะสูบบุหรี่

 ข่าวระบุว่า มาเลเซียมีนักเรียนชั้นมัธยม 43,019 คน และชั้นประถม 341 คนที่สูบบุหรี่ ทั่วประเทศมีผู้สูบบุหรี่ 5 ล้านคน สูบบุหรี่ไฟฟ้า 1.5 ล้านคน
 “นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีของประเทศ” กรรมการอาวุโสด้านการศึกษาขององค์กรคุ้มครองผู้บริโภคปีนัง นาย N.Y. Subbarow กล่าว และเรียกร้องให้กระทรวงการคลังขึ้นภาษีบุหรี่ เพื่อสุขภาพของคนมาเลเซียรุ่นต่อไป
  “การขึ้นภาษีเป็นการสร้างกำแพงทางการเงินสำหรับวัยรุ่น ทำให้เข้าถึงบุหรี่ได้น้อยลง คนที่สูบสูบน้อยลง และสร้างแรงบันดาลใจให้คนเลิกสูบ
   การขึ้นภาษียังจะช่วยลดค่ารักษาพยาบาลคนป่วยจากการสูบบุหรี่ที่สูงถึงปีละ 16 พันล้านริงกิต( 130,400 ล้านบาท)“

   หันดูบ้านเรา ระบบภาษีบุหรี่ที่ประเทศไทยใช้มาตั้งแต่ปี 2560 ส่งผลเสียมหาศาล รัฐบาลได้รับภาษีลดลงปีละ 2 หมื่นล้านบาท คนสูบบุหรี่ไม่ได้ลดลง ค่าใช้จ่ายรักษาโรคพุ่งสูงขึ้นสูงขึ้น
   ผมเขียนเรื่องนี้ขอร้องผ่านสื่อใหัรับฐบาลปรับปรุงภาษีบุหรี่ เพื่อลดจำนวนคนสูบและเพื่อเพิ่มรายได้ให้รัฐบาล เป็นจดหมายเปิดผนึกหลายครั้ง บางท่านก็เป็น“จดหมายน้อย” รวมถึงนายกอนุทินด้วย
   แต่ต้องยอมรับว่า ไม่ได้เน้นถึงประเด็นขึ้นภาษีแล้วจะทำให้เด็กๆติดบุหรี่น้อยลง  
 ผมจึงขอเรียกร้องนายกอนุทิน อีกครั้งหนึ่ง ให้นำเรื่องปรับอัตราภาษีบุหรี่ให้เหลืออัตราเดียว ตามที่กรมสรรพสามิตเสนอ ที่รอเข้าสู่ที่ประชุมครม.มาหลายเดือนแล้ว เข้าสู่ที่ประชุมครมโดยเร็วที่สุด

เพื่อลดจำนวนคนสูบบุหรี่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 23 กันยายน 2569
อ้างอิง
https://www.thestar.com.my/news/nation/2026/09/20/raise-cigarette-tax-to-keep-schoolkids-from-smoking-says-consumer-association

ร่วมแสดงความคิดเห็น