เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ รับมอบกัปปิยภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ รับมอบกัปปิยภัณฑ์จากเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เมตตารับมอบ กัปปิยภัณฑ์ จำนวน 203,500 บาท (สองแสนสามพันห้าร้อยบาทถ้วน) จาก พระเทพมังคลาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ การมอบกัปปิยภัณฑ์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในภารกิจช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งยังคงมีหลายจังหวัดเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งด้านปัจจัยยังชีพ การฟื้นฟูพื้นที่ และสนับสนุนการดำรงชีวิตประจำวันของผู้ประสบภัย เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ได้เมตตากล่าวอนุโมทนาในเจตนาบริสุทธิ์ของเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมระบุว่า กัปปิยภัณฑ์ที่ได้รับจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานและเครือข่ายพระสงฆ์ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและทันต่อสถานการณ์ โดยคำนึงถึงความโปร่งใสและความจำเป็นของประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ คณะสงฆ์ยังคงเปิดรับการร่วมแรงร่วมใจจากพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาทุกฝ่าย เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป จนกว่าสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้จะคลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์.

จ.ลำพูน จัดโครงการ พัฒนาและเชื่อมโยงผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมรายใหญ่ และ SME จ.ลำพูน

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธาน และกล่าวแสดงความยินดีความสำเร็จของโครงการพัฒนา และเชื่อมโยงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และ SME จังหวัดลำพูน ประจำปีงบประมาณ 2568 กิจกรรมงานแสดงศักยภาพ SME ลำพูนและจับคู่ธุรกิจ พร้อมด้วย นายภาวิกร ยศพิมสาร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน นายพงษ์เกษม โพธิ์แก้ว อุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน โดยมี ผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมรายใหญ่ หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ ในพื้นที่จังหวัดลำพูน เข้าร่วม ณ ศูนย์ประชุมโชควัฒนา สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จากการดำเนินโครงการนี้ นับเป็นโครงการที่ดีในการสร้าง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งอุตสาหกรรมจังหวัด สภาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และผู้ประกอบการ SME ในพื้นที่ ที่จะช่วยยกระดับการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SME ให้สามารถเชื่อมโยงกับโรงงานขนาดใหญ่ ต่อยอดสู่การเป็น Supply Chian […]

รองนายกฯ ลงพื้นที่เชียงราย รับฟังปัญหาและเร่งผลักดันการออกเอกสารสิทธิในที่ดินให้ ปชช.

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะประชาชน ณ วัดใหญ่หนองปลาขาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน พร้อมหารือแนวทางแก้ไขร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้รับการต้อนรับจากนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายพิฆเนศ ต๊ะปวง หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี นายก อบจ.เชียงราย นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมให้ข้อมูล และร่วมติดตามการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ตัวแทนประชาชนได้ยื่นหนังสือขอให้รัฐบาล เร่งช่วยเหลือเรื่องการออกเอกสารสิทธิในที่ดินทับซ้อน และมีปัญหาสะสมมายาวนาน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับสิทธิในที่ดินของประชาชน พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ ปรับกระบวนการให้รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนสามารถมีเอกสารสิทธิที่ชัดเจนและมั่นคงในที่ดินของตนเอง บรรยากาศในการลงพื้นที่เป็นไปอย่างอบอุ่น ประชาชนต่างมีความหวังว่าปัญหาที่สะสมมานาน จะได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลยืนยันเดินหน้าผลักดันให้การออกเอกสารสิทธิในที่ดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป ภาพ/ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

อากาศหนาว! ที่ดอยอินทนนท์ 2 องศา เกิดปรากฏการณ์ “เหมยขาบ” ติดต่อกันเป็นวันที่ 6 แล้ว

อากาศหนาว! ที่ดอยอินทนนท์ 2 องศาฯ ที่กิ่วแม่ปาน อุณหภูมิยอดหญ้า 0.1 องศา เกิดปรากฏการณ์ “เหมยขาบ” ติดต่อกันเป็นวันที่ 6 แล้ว นักท่องเที่ยวคึกคักในช่วงวันหยุด ขึ้นสัมผัสอากาศหนาว ชมแสงอาทิตย์ยามเช้า ทะเลหมอก บันทึกภาพเหมยขาบ อย่างมีความสุข เมื่อเวลา 08.50 น.วันที่ 29 พ.ย. 68 ทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดย นายจีรนิติ เชิงสะอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้รายงานว่า บรรยากาศเช้าวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.00 น. วันนี้ยอดดอยและกิ่วแม่ปานอากาศเปิดคุณภาพอากาศดีมาก อุณหภูมิต่ำสุด ยอดดอย 7 c กิ่วแม่ปาน 2 c ที่ทำการ 3 c วันนี้อุณหภูมิลดลงอีก ที่กิ่วแม่ปาน เหลือ 2 […]

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ปิดรับบริจาควันสุดท้าย ชาวเชียงใหม่ร่วมส่งของ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยกว่า 20 ตัน

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และสายการบินไทยแอร์เอเชีย ปิดรับบริจาควันสุดท้าย ชาวเชียงใหม่ร่วมสมทบล้นหลาม ส่งของช่วยผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่ แล้วกว่า 20 ตัน วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และสายการบินไทยแอร์เอเชีย ได้ปิดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดสงขลา ในโครงการ “รวมใจเชียงใหม่ช่วยหาดใหญ่ สู้ภัยน้ำท่วม” ซึ่งเปิดรับบริจาคต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 โดยตลอดทั้งวันสุดท้าย มีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรต่าง ๆ ผู้ประกอบการ ผู้โดยสาร และประชาชนทั่วไป เดินทางนำสิ่งของจำเป็นมาร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก สะท้อนพลังน้ำใจของชาวเชียงใหม่ที่ร่วมช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ประสบภัยอย่างพร้อมเพรียง เมื่อวานนี้ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมาร่วมรับมอบสิ่งของบริจาค พร้อมกล่าวชื่นชมท่าอากาศยานเชียงใหม่ และสายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือในการส่งต่อความห่วงใย จากประชาชนชาวเชียงใหม่ไปยังผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา โดยมี นายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ นายวิสูตร คำยอด รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (สายปฏิบัติการและบำรุงรักษา) และ นายสุรพันธ์ หอมขจร ผู้จัดการสถานีเชียงใหม่ สายการบินไทยแอร์เอเชีย ให้การต้อนรับและสรุปการดำเนินงาน […]

กงสุลใหญ่จีน นำคณะสื่อมวลชนภาคเหนือ ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ณ ประเทศจีน

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 68 นายเฉิน ไห่ผิง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะผู้บริหารสื่อมวลชน และสื่อมวลชนภาคเหนือ 15 ท่าน เดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติซีอานเสียนยาง ประเทศจีน เพื่อศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ในระหว่างวันที่ 24-29 ส.ค. 68 ทั้งนี้คณะสื่อมวลชนภาคเหนือ จะได้เข้าเยี่ยมชม Publicity Department of CPC Shaanxi Provincial Committee และ China International Communications Group ซึ่งเป็นองค์กรสิ่งพิมพ์-บริษัทสื่อชื่อดังมีสำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เพื่อแลกเปลี่ยนและเข้าศึกษาดูงานอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคสื่อมวลชนภาคเหนือในอนาคต

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนไทย ประกาศระงับความสัมพันธ์สื่อกัมพูชาชั่วคราว

แถลงการณ์ร่วมขององค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนไทย เรื่อง    เรียกร้องสมาคมนักข่าวกัมพูชาตรวจสอบการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในประเทศอย่างจริงจังเพื่อจัดการปัญหาข่าวปลอมและข่าวบิดเบือน องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนไทยประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และ สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย ขอปฏิเสธข้อมูลที่ให้ร้ายสื่อไทยและแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อแถลงการณ์ของสมาคมนักข่าวกัมพูชา (Club of Cambodian Journalists: CCJ) ที่กล่าวหาว่าสื่อมวลชนไทยขาดจริยธรรมในการรายงานข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยถือเป็นการดูหมิ่นที่ไม่อาจยอมรับได้ พร้อมทั้งมีข้อเรียกร้องดังนี้ เนื่องจากการกระทำของ CCJ ดังกล่าว มีลักษณะหมิ่นเหม่ต่อการเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลกัมพูชามากกว่าการทำหน้าที่ขององค์กรวิชาชีพที่มีความเป็นอิสระ ดังนั้น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีบันทึกความเข้าใจร่วมกับ CCJ โดยมุ่งมั่นปรารถนาที่จะใช้กลไกความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชนในการเสริมสร้างความเข้าอันดีระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศ จึงจำเป็นต้องระงับความสัมพันธ์กับ CCJ เป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย 31 กรกฎาคม 2568

รวบทันควัน! โจรหนุ่มบุกปล้นธนาคารแยกหนองประทีป ขณะเตรียมหลบหนีไปพื้นที่ จ.เชียงราย

รวบทันควัน! โจรหนุ่มควงมีดบุกจี้พนักงานแบงค์ ขณะเตรียมหลบหนีไปพื้นที่ จ.เชียงราย พบเอาเงินไปซื้อรถ จยย.ใช้เป็นยานพาหนะ ล่าสุด ตร.ควบคุมตัวมาสอบสวน 21 เม.ย. 68 ความคืบหน้ากรณีคนร้ายบุกจี้ชิงทรัพย์พนักงานแบงค์กสิกรไทย สาขาถนนเจริญเมือง ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ ช่วงเที่ยงวันนี้ โดยคนร้ายรายนี้ได้เงินสดไป 42,000 บาท แล้ววิ่งหลบหนีเรียกรถสาธารณะสี่ล้อแดง นั่งหลบหนีไปทาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ และต่อมาทางเข้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติกตามจับกุมตัวจนกระทั่งทราบเบาะแสระบุตัวคนร้ายได้ในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ ขณะที่ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. มีรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการติดตามเส้นทางหลบหนีของคนร้าย จนกระทั่งทราบเบาะแสจากทางสี่ล้อแดงว่า คนร้ายที่ก่อเหตุได้ใช้โทรศัพท์มือถือสแกนจ่ายเงินค่าโดยสารให้กับคนขับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ได้สืบสวนเบาะแสจนทราบตัวตนของคนร้ายรายนี้ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบมาว่า มีคนพบเห็นชายลักษณะรูปพรรณคล้ายกับคนร้ายที่ก่อเหตุ ขับรถจักยานยนต์มุ่งหน้าไปทางถนนสายเชียงใหม่-เชียงราย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามจนพบตัวคนร้ายรายนี้อยู่ที่บริเวณศาลาริมทางดอยนางแก้ว จึงได้เข้าทำการควบคุมตัวทราบชื่อ นายอริยะ อายุ 26 ปี ชาว จ.น่าน ทางคนร้ายเตรียมหลบหนีไปยังจังหวัดเชียงราย และได้ใช้เงินซื้อรถจักรยานยนต์เพื่อใช้เป็นยานพาหนะในการหลบหนี อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวคนร้ายและอยู่วนระหว่างการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

โผล่อีก วัยรุ่นเหิมเกริม เอาประทัดยักษ์ทำมือปาใส่ประชาชนในปั๊มน้ำมันบนถนนห้วยแก้ว

โผล่อีก วัยรุ่นเหิมเกริม เอาประทัดยักษ์ทำมือปาใส่ประชาชนในปั๊มน้ำมัน ก่อนขับรถหลบหนี ดีที่ไม่มีคนบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุเร่งหาตัวคนก่อเหตุ ช่วงค่ำเวลาประมาณ 22:00 น. วันนี้ (21 ก.พ.68) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงค์ พร้อมด้วยทีมงานอาสาสมัครกู้ภัยพระครูอ๊อดวัดเจดีย์หลวงเชียงใหม่ เข้าทำการตรวจสอบบริเวณปั๊มน้ำมันบนถนนห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ หลังประชาชนแจ้งเหตุมีวัยรุ่นใช้วัตถุประทัดยักษ์ทำเอง ก่อเหตุปาใส่ประชาชนภายในปั๊ม สร้างความแตกตื่นตกใจ และความหวาดผวาจากเสียงประทัดและสะเก็ดที่แตก โดยเมื่อทางเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบพบสะเก็ดที่แตกจากประทัดยักษ์ที่ถูกปาเข้ามาแล้วระเบิดเป็นสำลีสีขาว รวมทั้งสก๊อตเทป และวัตถุอื่น ๆ กระจุยกระจายเต็มพื้น แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด โดยคาดว่าวัยรุ่นก่อเหตุต้องการสร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชน ด้วยการใช้ประทัดยักษ์ที่ทำขึ้นมาเอง เพื่อให้เกิดความตื่นกลัว หรืออาจจะมีการทะเลาะเบาะแว้งกับวัยรุ่นคู่อริกลุ่มอื่นในพื้นที่จึงต้องการท้าทาย อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการรวบรวมหลักฐานข้อมูลในที่เกิดเหตุ เพื่อเร่งดำเนินการสืบสวนเบาะแสของกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุในครั้งนี้ โดยจะได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิด และเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุหลบหนี เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ตำรวจ สภ.ช้างเผือก รวบรถเก๋งขับกร่างกลางเมืองเชียงใหม่ ตรวจสอบดำเนินคดีทุกฐานความผิด

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือกเข้าจับกุมรถเก๋งคันหนึ่งที่ขับขี่ด้วยพฤติกรรมหวาดเสียวกลางเมืองเชียงใหม่ หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่ารถคันดังกล่าวขับปาดหน้า เบรกกะทันหัน และแสดงพฤติกรรมก่อความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้ถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ขับขี่พร้อมรถเข้าตรวจสอบที่สถานีตำรวจ เบื้องต้นพบว่าผู้ขับขี่อาจเข้าข่ายกระทำผิดในหลายฐานความผิด โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา “ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนหรือความปลอดภัยของผู้อื่น” ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 รวมถึงตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีการกระทำผิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป พร้อมเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ขับขี่อย่างปลอดภัยและเคารพกฎจราจร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและปัญหาบนท้องถนนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

ทำแตกตื่น! หนุ่มขับเก๋งหวาดเสียวบนท้องถนน ประชาขนใช้รถใช้ถนนผวา แจ้ง ตร.ตามคุมตัว

ทำแตกตื่น หนุ่มขับเก๋งหวาดเสียวบนท้องถนน ประชาขนใช้รถใช้ถนนผวา แจ้ง ตร.ตามคุมตัวได้ นำส่งตรวจสารเสพติด คลิปวีดีโอกล้องหน้ารถของพลเมืองดีรายหนึ่งบันทึกเหตุการณ์รถยนต์เก๋งสีขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับขี่บนท้องถนนด้วยความหวาดเสียว บริเวณแยกเชียงใหม่ภูคำ จนทำให้ประชาชนและชาวบ้านที่ใช้รถใช้ถนนบนเส้นทางดังกล่าวเกิดความตกใจและหวั่นเกิดอุบัติเหตุขึ้น โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเย็นเวลาประมาณ 17.50 น. ที่ผ่านมา ขณะที่ต่อมาภายหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุดังกล่าว จึงได้ดำเนินการติดตามรถเก๋งสีขาวคันนี้ จนกระทั่งต่อมาพบจอดอยู่รถบริเวณหน้าเซเว่นถนนสายคันคลองก่อนถึงลานประเสริฐแลนด์ หลังจากนั้น พ.ต.ท.ศักดา โชติพัฒนโภคิน สารวัตรกลุ่มงานจราจรออกตรวจสภาพการจราจรในพื้นที่ได้มาร่วมในการตรวจสอบในจุดดังกล่าวและควบคุมไว้ โดยในเบื้องต้นได้ประสาน สภ.ช้างเผือก เพื่อเข้ามาดำเนินการโดยชุดสืบสวนของ สภ.ช้างเผือกและสายตรวจได้มาร่วมและหลังจากนั้นได้นำตัวผู้ต้องสงสัยพร้อมรถคันดังกล่าวไปที่ สภ.ช้างเผือกเพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ท่าขี้เหล็กใช้ไฟลาวไร้ผลกระทบ คาดระบบไฟฟ้าจะแล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์นี้

หัวค่ำ 5 ก.พ. 68 หลังจากประเทศไทยงดส่งกระแสไฟฟ้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไป จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เพื่อสกัดกั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตั้งแต่เช้าที่ผ่านมา แต่ในฝั่งท่าขี้เหล็กยังคงสว่างเหมือนเดิมโดยเฉพาะบริเวณบ่อนคาสิโนจะสว่างกว่าจุดอื่น ส่วนบ้านเรือนยังมีไฟส่องสว่างทั่วไป โดยเจ้าหน้าที่ฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ระบุว่าระบบกระแสไฟฟ้าใน จ.ท่าขี้เหล็ก ได้รับการติดตั้งแล้วเสร็จประมาณ 90% ของทั้งหมดแล้ว ซึ่งไฟฟ้าทั้งหมดส่งมาจาก สปป.ลาว โดยมีการทดสอบระบบตามชุมชนต่าง ๆ ตั้งแต่ชุมชนปงถุนฝั่งตะวันตกของตัวเมืองไปจนถึงกลางใจเมืองแล้ว และระบบทั้งหมดจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายใน 1 สัปดาห์นี้ซึ่งจะทำให้สามารถใช้กระแสไฟฟ้าได้ตามปกติ

1 99 100 101